เน้นย้ำทุกภาคส่วนเร่งตรวจสอบอาคาร-สำรวจความเสียหาย

กทม.1เม.ย. – บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือและการแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหว เน้นย้ำทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการตรวจสอบอาคาร โรงพยาบาล และบ้านเรือนประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด


กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ ผลกระทบ และการแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหว โดยได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบอาคาร โรงพยาบาล และบ้านเรือนประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการกลับเข้าไปในที่พักอาศัยและทำงาน และตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบกบริเวณประเทศเมียนมา ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.20 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รับรู้แรงสั่นสะเทือน และหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย โดยปัจจุบัน มีรายงานพื้นที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนรวมจำนวน 63 จังหวัด และมีพื้นที่ได้รับความเสียหายจำนวน 18 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลําพูน ลําปาง แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และชัยนาท รวม 104 อำเภอ 278 ตำบล 416 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 591 หลัง วัด 68 แห่ง โรงพยาบาล 94 แห่ง อาคาร 11 แห่ง โรงเรียน 62 แห่ง สถานที่ราชการ 29 แห่ง และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 34 ราย (กรุงเทพมหานคร 33 ราย จ.นนทบุรี 1 ราย) และผู้เสียชีวิต 19 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร


ในส่วนของการแก้ไขและให้ความช่วยเหลือประชาชนของกรุงเทพมหานคร ด้านการแก้ไขสภาพการจราจรในพื้นที่ ปัจจุบัน (1 เม.ย. 68) ลดการปิดเส้นทางจราจรบริเวณพื้นที่เกิดเหตุอาคารถล่มเหลือเพียง 1 เส้นทาง คือเส้นทางสายกำแพงเพชร 2 เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัยในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนออกมาจากอาคาร สำหรับการให้บริการรถไฟฟ้า วันนี้ทุกสายเปิดให้บริการตามปกติ ยกเว้นสายสีชมพู ซึ่งยังต้องมีการตรวจสอบรางจ่ายไฟฟ้าที่สถานีมีนบุรีเพิ่มเติม ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมได้จัดรถขนส่งมวลชน ของ ขสมก. ให้บริการประชาชน จนกว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติ ในส่วนการปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่ม วันนี้จะยังคงใช้เครื่องจักรกลหนักในการปฏิบัติการควบคู่กับการปฏิบัติงานของทีมค้นหาและกู้ภัย ซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของการตรวจสอบอาคาร ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบไปแล้วทั้งสิ้น 355 แห่ง และจะเร่งตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบความเสียหายของอาคารบ้านเรือนเบื้องต้นด้วยตนเองได้ผ่าน Traffy Fondue ซึ่งมีวิศวกรอาสาคอยตรวจสอบและประเมินความเสียหาย รวมถึงให้คำแนะนำประชาชน

นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองยังได้สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของอาคาร โดยแบ่งอาคารออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นอาคารของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกรมโยธาฯ ได้เร่งตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ (31 มี.ค. 68) ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 73 แห่ง กลุ่มที่ 2 ได้แก่ อาคารที่มีทางเชื่อม อาคารสูง คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า อาคารของภาคเอกชน ซึ่งเป็นอาคารที่ต้องมีการตรวจสอบเป็นประจำทุกปีตามปกติ จึงได้ประสานให้เจ้าของอาคารแจ้งผู้ตรวจสอบเข้าดำเนินการ โดยหากเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอสามารถประสานมายังกรมโยธาฯ เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ และกลุ่มที่ 3 ได้แก่ อาคาร บ้านเรือน ตึกแถวของประชาชน ซึ่งกรมโยธาฯ ได้ประสานและดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานครในการตรวจสอบความปลอดภัย ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัด ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการจังหวัดเร่งตรวจสอบอาคาร โดยเน้นไปที่กลุ่มอาคารที่คนจำนวนมากใช้ปฏิบัติงานหรือใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาลที่มีผู้ใช้บริการและผู้ป่วยพักรักษาตัวเป็นจำนวนมาก

ด้านการดูแลสภาพจิตใจของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขได้มีการดูแลเยียวยาจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งในรูปแบบ On site On call และ On air โดยในส่วนของ On site ได้มีการจัดทีมเยียวยาจิตใจ ดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวและญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงครอบครัวและญาติผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด ณ พื้นที่เกิดเหตุ โรงพยาบาลที่พักรักษาตัว และภูมิลำเนาของครอบครัว ในส่วนของ On Call ได้เปิดสายด่วน 1323 และ 1667 เพื่อรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และในส่วนของ On Air ได้ขอความร่วมมือไปยังสื่อต่าง ๆ เพื่อช่วยเผยแพร่ข้อมูล รวมถึงงดการแชร์ภาพผู้เสียชีวิต และงดสอบถามความรู้สึกจากญาติผู้ได้รับผลกระทบ


ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารถล่มในเขตจตุจักรเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ USAR ปภ. ปฏิบัติงานรวมทั้งสิ้น 77 นาย และได้ส่งเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี เขต 3 ปราจีนบุรี และเขต 16 ชัยนาท สนับสนุนการปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัย ร่วมกับทีมค้นหาและกู้ภัยของกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม รวมถึงทีมค้นหาและกู้ภัยจากนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน อิสราเอล สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเม็กซิโก ที่เข้ามาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยทีม USAR ปภ. จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง และประสานการปฏิบัติงานกับทีมค้นหาและกู้ภัยที่ร่วมปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กล่าวว่า สำหรับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยารายงานมีแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) รวมทั้งหมด 236 ครั้ง โดย Aftershock ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทย ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มี Aftershock รุนแรงที่ก่อให้เกิดการสั่นไหวรุนแรงแบบที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวหลัก (Mainshock) ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 อีก ดังนั้น ขอให้ประชาชนคลายความกังวลใจที่มีต่อสถานการณ์ ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือประชาชน ขอให้หน่วยงานทุกภาคส่วนเร่งตรวจสอบความเสียหายและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบอาคารบ้านเรือนประชาชน ทั้งในส่วนของอาคารสูง อาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย อาคารของหน่วยงานรัฐ รวมถึงโรงพยาบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้แก่ประชาชนในการกลับเข้าทำงานและพักอาศัยในพื้นที่ ตลอดจนการตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยขอให้มีการเร่งตรวจสอบและจัดทำบัญชีความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในทุกพื้นที่ที่ประสบภัย รวมถึงติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หากประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM .312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“ณัฐพงษ์” ยังไม่ตัดสินใจเลือก “เพื่อไทย” หรือ “ภูมิใจไทย”

กทม. 30 ส.ค.-“ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ยันยังไม่ตัดสินใจเลือก “เพื่อไทย” หรือ “ภูมิใจไทย” แก้วิกฤตหาตัวนายกฯ คนใหม่ ย้ำจะรับพิจารณาเฉพาะพรรคที่มาพูดคุยด้วยตัวเองเท่านั้น รอลุ้นผลวันจันทร์นี้ พร้อมประกาศไม่เอา “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 30 ส.ค.2568 ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการแสข่าวการดีลพรรคประชาชนให้ยกมือ สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ให้แลกตำแหน่งรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ ว่า ยืนยันว่าไม่มีดีล ยืนยันว่าวัตถุประสงค์ของพรรคประชาชนคือต้องการใช้ 143 เสียง เพื่อผ่าทางตันทางการเมืองให้กับประเทศโดยที่เราไม่ร่วมรัฐบาล เราปฏิเสธไม่รับการเจรจาใต้โต๊ะ หรือหลังบ้านใดๆทั้งสิ้น หากไม่ได้ส่งกรรมการพรรคของพรรคเข้ามาพูดคุยกับตนหรือผู้บริหารพรรค เพื่อแสดงเจตจำนงหรือรับข้อเสนอรับไม่รับว่าเป็นข้อเสนอ ตอนนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจจากกรรมการบริหารพรรคและ สส. ซึ่งจะมีการจัดขึ้นในวันจันทร์ ที่ 1 ก.ย.ช่วงบ่าย TOR ที่เราเปิดออกไปเป็นข้อเสนอที่ทุกพรรคที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคประชาชน […]

พบร่างผู้สูญหายเหตุดินถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 2 รวมเสียชีวิต 7 ราย

เชียงใหม่ 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่นำสุนัข K9 เร่งค้นหาผู้สูญหายจากดินถล่มบ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พบร่างเพิ่มอีก 2 ราย ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 7 ราย และยังสูญหายอีก 2 คน กำลังทหารกรมรบพิเศษที่ 5 พร้อมด้วยทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 พร้อมทีมกู้ภัยและอาสาสมัครนับร้อนาย รวมทั้งสุนัข K9 อีก 4 ตัวทั้ง นารี สีนวล ลิลลี่และซาฮาร่า ซึ่งผ่านการฝึกกู้ภัยและเคยผ่านการปฏิบัติงานค้นหาผู้สูญหายในช่วงอาคาร สตง. ถล่มมาแล้ว ออกค้นหาผู้สูญหายจากดินถล่ม ในหมู่บ้านปางอุ๋ง ซึ่งอยู่กลางหุบเขาในตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ หลังดินโคลนถล่มเมื่อ 5 วันที่แล้ว ท่ามกลางความหวังของญาติพี่น้องผู้สูญหาย แต่ซากปรักหักพังดินโคลนที่ทับถมกันสูงกว่า 1 เมตร เป็นอุปสรรคสำหรับการค้นหา แต่ในที่สุดทีมค้นหาได้พบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เป็นหญิงชาวไทใหญ่วัย 25 ปี และเด็กชายวัย 6 […]

ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส”

กทม. 30 ส.ค.-ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส” ที่พรรคภูมิใจไทย ก่อนร่อนแถลงการณ์ หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมา (29 ส.ค.) หลังนายอนุทิน แถลงจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดิ์ดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ในเวลาต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานพรรคกล้าธรรม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคฯ ได้เดินทางมาพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และล่าสุดในวันนี้ (30 ส.ค.) เวลา 16.00 น. พรรคกล้าธรรม ได้ออกแถลงการณ์โดยมีมติเอกฉันท์ สนับสนุนนายอนุทิน […]

จับแล้ว “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง

กทม. 30 ส.ค.-ไม่รอด “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง ผู้ต้องหา 8 หมายจับ ถูกตำรวจสืบสวนนครบาลบุกจับกุม นายอำนวย หรือ “ป๋านวย” อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการลักลอบเปิดสถานที่มั่วสุมเล่นการพนัน ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล นำหมายศาลฯ ไปติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวย่านพระราม 4 ก่อนถูกคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูกลางทุ่งนา ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่กบดาน แล้วพาตัวกลับมาสอบสวนขยายผลที่ สน.ทุ่งสองห้อง สำหรับนายอำนวย มีหมายจับของศาลแขวงดอนเมือง ในคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน 6 หมาย หมายจับของศาลอาญา 1 หมาย ในความผิดฐานให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว จัดให้มีการเล่นการพนันไพ่เสือมังกร และทำกิจกรรมมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และคดีล่าสุดที่กรมการปกครอง บุกค้นบ่อนพนันย่านสรงประภา คืนวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นคดีเกี่ยวกับการพนัน ศาลฯ พิพากษาแล้ว 9 คดี รวมโทษจำคุก 13 ปี นอกจากนี้ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์สู้คดี 8 คดี […]