กระทรวงการต่างประเทศ 31 มี.ค.- “ผู้ช่วย รมต.กต.” งง ข่าวปูด หน.พรรคฝ่ายค้าน เคลมผลงานเจรจา “เจ้ายอดศึก” ประสาน รบ.เมียนมาปล่อยตัว 4 ลูกเรือไทย – ชี้ เจ้ายอดศึก ฝั่งตรงข้ามรบ.เมียนมา – สอนหลักการเจรจาต้องระดับ “รัฐบาล” ต่อ “รัฐบาล”
นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีที่มีผู้อ้างว่ากรณีที่ทางการเมียนมา ปล่อยตัว 4 ลูกเรือประมงไทย เป็นผลงานของหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งของฝ่ายค้าน ที่เป็นคนไปเจรจาว่า โดยปกติแล้ว คนที่จะไปเจรจากับประเทศอื่นนั้น ต้องมีอำนาจหน้าที่ในการไปเจรจาถึงจะสามารถมีหลักประกัน และคำมั่นได้ว่า จะช่วยแก้ไขปัญหาได้จริง และขั้นตอนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในขั้นต่อไป จะต้องเป็นการหารือกันของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ TBC ตลอดจนกลไกระดับสูงขึ้นไป ซึ่งเป็นหน่วยราชการที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลทั้งสิ้น รวมทั้งการหารือในระดับรัฐต่อรัฐ ที่จะต้องเป็นผู้แทนของรัฐบาลเท่านั้น ถึงจะมีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องเช่นนี้ในทางการต่างประเทศ ทุกคนย่อมรู้ดี และเชื่อแน่ว่า รัฐบาลเมียนมาย่อมต้องรู้เช่นกัน
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ย้อนถามว่า ใครจะไปเจรจากับฝ่ายค้านที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องพื้นฐานปกติมาก ที่ทุกคนควรเอะใจว่าถูกต้องหรือไม่ และที่ควรเอะใจมาก คือ การอ้างว่า ได้คุยกับผู้นำเมียนมาโดยประสานติดต่อกับเจ้ายอดศึก ทั้งนี้เจ้ายอดศึกนั้น เป็นฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลเมียนมา ซึ่งแสดงว่า ไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะติดต่อผ่านกัน แต่กลับเอามาพูดเป็นตุเป็นตะ ชนิดที่คนที่เขารู้จริงก็คงต้องหัวเราะ
“ง่ายไปหน่อยไหมครับ? มีการมาเคลมว่าการปล่อยตัวลูกเรือประมงเป็นผลงานของผู้นำของพรรคหนึ่งในฟากฝ่ายค้านที่เป็นคนไปเจรจา และที่ควรเอ๊ะ!?มาก คือการเอามาอ้างว่าได้คุยกับผู้นำเมียนมาโดยประสานติดต่อกับเจ้ายอดศึก ก็งงว่าไม่รู้เลยหรือว่าเจ้ายอดศึกนั้นเขาเป็นฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาล? ซึ่งมันแสดงว่าไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะติดต่อผ่านกัน แต่เอามาพูดเป็นตุเป็นตะ ชนิดที่คนที่เขารู้จริงก็คงต้องหัวเราะ” นายรัศม์ กล่าว
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ยังระบุว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เน้นย้ำเสมอให้กระทรวงการต่างประเทศ ทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่ทำงานเพื่อหาแสง และยิ่งการอ้างผลงานคนอื่นง่าย ๆ มาเป็นของตนเองนั้น กระทรวงการต่างประเทศ ไม่เคยทำ.-312 -สำนักข่าวไทย