“ศิริกัญญา” อภิปรายนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาล เย้ยไม่เหมือนโฆษณา

รัฐสภา 25 มี.ค.-“ศิริกัญญา” อภิปรายนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาล เย้ยไม่เหมือนโฆษณา พอมาทำเองเละคามือ รับไม่ได้ ลั่น บริหารพลาดอิท่าไหนจนคนคิดถึง “ลุงตู่” ชี้ความเดือดร้อนมีทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่เกษตรกรยันนักลงทุน บอกค่าแรง 400 หลอกลวงล้วนๆ หลังชนฝาเมื่อไหร่ก็เอานโยบายเก่ามาปัดฝุ่น

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.สบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่าขอบคุณนายกฯที่ทำให้คนทั้งประเทศตาสว่างว่ารัฐบาลเพื่อไทยไม่ได้เก่งกาจด้านเศรษฐกิจความสำเร็จในอดีตที่ได้มาเพราะที่โชคช่วย ตอนนายกเศรษฐา ทวีสิน ว่าแย่แล้ว วันนี้แย่ยิ่งกว่า วันนี้ถึงแม้จะมีนายกแพ็คคู่มากกว่า 7 เดือนแล้วแต่วันนี้เห็นกันชัดๆว่าไม่ได้เก่งจริงตามที่ได้โอ้อวดเอาไว้ เพราะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจล้มเหลว เละคามือและในวันที่ข้ามขั้ว ประชาชนบางส่วนรับได้ เพราะศรัทธาในตัวอดีตนายก แต่วันนี้ก็คงรู้ตัวแล้วว่าคิดผิดเข็ดแล้วไม่เห็นดีอย่างที่คิดไม่เห็นเหมือนในโฆษณาว่าเก่งด้านเศรษฐกิจเอาเข้าจริงบริหารได้ย่ำแย่


“วันนี้เห็นได้ชัดเต็ม 2 ตา สัมผัสได้ทุกรูขุมขน เข้าใจกระจ่างแจ้งทุกอย่างแล้ว ว่าคุณไม่ได้เก่งจริงอย่างที่คุณได้เคยโอ้อวดเอาไว้ คุณไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจ บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว เละคามือ ณ วันที่ข้ามขั้ว บางส่วนเขารับได้ ดิฉันเชื่อ เขาหลับตาข้างหนึ่ง เพราะเขาศรัทธาในอดีตนายกฯ ว่าบริหารเก่ง อย่างน้อยรัฐบาลที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ก็จะนำพาเศรษฐกิจไทยให้ได้กลับมารุ่งโรจน์โชติช่วงเหมือนในอดีต แต่วันนี้พวกเขารู้ตัวแล้วว่าคิดผิด เช็ดแล้ว พอแล้ว ไม่เห็นดีอย่างที่คิด ไม่เห็นเหมือนที่โฆษณาว่าเก่งด้านเศรษฐกิจ เอาเข้าจริงบริหารย่ำแย่ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่นั่นยังไม่ทำให้เราช้ำใจ ความผิดมหันต์แบบที่ให้อภัยไม่ได้ของแพทองธารในการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดล้มเหลว คือทำให้คนร้องหาลุงตู่ คิดถึงลุงตู่ ลองคิดดูสิคะ ช่วงเศรษฐกิจที่คุณประยุทธ์บริหารเลวร้ายขนาดไหน เลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปี ทำอีท่าไหน ให้คนกลับไปคิดถึงลุงตู่”

ทั้งนี้ ความเดือดร้อนตอนนี้มีทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่รายได้เกษตรกร คนงาน ค่าครองชีพสูง ทำมาหากินก็ไม่คล่อง โรงงานห้างร้านบริษัททยอยปิดตัว ปัญหาเฉพาะหน้าแก้ไม่ได้ ปัญหาโครงสร้างก็ไม่เคยพูดถึงอย่างจริงจัง


ชนชั้นแรกที่ถูกแจกความสิ้นหวังอย่างเท่าเทียมคือเกษตรกร เมื่อสักครู่ที่รัฐมนตรีขึ้นมาก็เห็นได้ว่าเรามีรัฐมนตรีแบบนี้หรือที่คอยส่งข้อมูลให้นายกรัฐมนตรี ทำให้นายกรัฐมนตรีไม่ทันข้อมูล เพราะโดนรัฐมนตรีหลอก ว่าราคาสินค้าเกษตรทุกอย่างยังดี เช่น ราคาปาล์มที่มี 5-6บาท จริงๆ รายได้เกษตรกรตกต่ำทุกชนิดทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด รัฐมนตรีมารายงานอะไรก็เชื่อไม่รู้เรื่องไม่สามารถให้ทิศทางการแก้ปัญหาได้ก็ปล่อยให้รัฐมนตรีทำไปได้แต่สั่งว่าให้ไปแก้ปัญหาแต่ไม่ได้บอกว่าให้ทำอะไรไม่ได้บอกว่าจะต้องเตรียมการอะไรล่วงหน้า และยังไม่มีน้ำยาพอที่จะประสานงานให้รัฐมนตรีต่างพรรคได้ทำงานร่วมกันได้เลย

“มันจบแล้วรัฐบาลเพื่อไทยที่ไม่สนไม่แคร์ นางสาวแพทองธารสัญญาว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชนเพื่อให้คนไทยมีกินมีใช้แต่หลังจากบริหารได้ 6 เดือน ประชาชนกลับบอกว่าด้วยปัญหาค่าครองชีพสูง คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย กำลังซื้อในประเทศไม่ขยายตัวเป็นเรื่องแรกที่ประชาชนกังวล” นางสาวศิริกัญญากล่าว

นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ข้าวของต่างๆไม่ได้ลดลง และยังมีของที่แพงขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนายกก็บอกกับพ่อนายก ให้ไปบอกในเวทีต่างๆ ว่าจะลด แน่ๆลดเหลือ 3.70 บ้างลดเหลือ 3.50บ้าง ซึ่งทั้งหมดเป็นราคาคุยและไม่กล้าแตะทุนพลังงาน ส่วนที่เหลือก็ไม่รู้ไปฟังใครเขาหรอกมาสิ่งที่ทำไปแล้วก็ทำไม่ได้แต่ที่เกิดขึ้นแน่ๆคือไม่ลด แต่เพิ่มแน่ๆเรามีสิทธิ์ได้ควักกระเป๋าตังค์จ่ายค่าไฟเพิ่มจากดีลต่างๆที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้


นอกจากนี้ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งคือรายได้คนไม่เพิ่มไม่พอกับค่าครองชีพการที่มาบอกเกี่ยวกับเรื่อง GDP โตชาวบ้านเขาไม่ได้รู้เรื่อง เพราะเงินในกระเป๋าไม่ได้เพิ่มไปด้วย และไม่เคยพูดว่าจะเพิ่มรายได้เพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนอย่างไร มัวแต่สนใจแต่ GDP

“กี่ครั้งกี่หนแล้วที่แพทองธารพร่ำเพ้อ พูดถึงค่าแรงขั้นต่ำสัญญาตั้งกี่รอบแล้วว่าภายในปี 67 ได้แน่นอนแต่มันคือสัญญาณลมๆแล้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำไม่ได้พูดคนเดียวไม่พอยังเอาไปเล่าให้พ่อฟังทำให้นำไปพูดทุกเวทีหาเสียงว่าค่าแรง 400 บาทได้แน่ๆ แต่เอาเข้าจริงประกาศออกมาแทบช็อค ว่า 400 บาทได้จริงๆแต่เหลือแค่ 4 จังหวัดกับ 1 อำเภอ บอกว่าภายในปี 60 ก็ไม่ได้ได้ต้นปี 68 แต่ก็ยังให้ความหวังไม่หยุดบอกว่าปี 68 ได้แน่ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ 400 บาทแล้วจะสัญญาเพื่อ ? โกหกหลอกลวงกันล้วนๆโกหกตอนหาเสียงยังพอให้อภัยแต่นี่มีอำนาจในมือแต่ยังทำไม่ได้ก็ยังจะมาหลอกประชาชนไปเรื่อยๆเป็นนายกก็ทำไม่ได้มีนายก 2 คนก็ยังทำไม่ได้นี่เป็นการหลอกประชาชนไปเรื่อยๆ ทำลายความหวังครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง”นางสาวศิริกัญญากล่าว

นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า รัฐบาลที่ผู้นำประเทศที่บอกว่าต้องการสร้างโอกาสให้กับประชาชนตอนนี้ก็ยังไม่ลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ใช้วิธีการแก้ปัญหารายวันขายผ้าเอาหน้ารอด ทำให้เศรษฐกิจไทยตอนนี้ดีสุดๆแล้วใครจะบอกว่าไม่ดีตนว่าไม่ใช่แต่ต่อจากนี้ ไปจะแย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็คงต้องทำต่อทั้งนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งการจ่ายเงิน 2 เฟสที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่ามันล้มเหลว การบริโภคไม่กระเตื้องGDP ไม่กระตุก แต่ก็ยังทำต่อและเริ่มมีตัวเลขแล้วว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เท่าไหร่ และลดกลุ่มคนที่ได้รับสิทธิ์เหลือเพียงแค่ 2.7ล้านคน กลุ่มคนอายุ 16- 20 ปีเรียกว่าเป็นนโยบายประชานิยมยังไม่ได้เลยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ขึ้นกระตุ้นความนิยมก็ไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่นๆทั้งด้านการท่องเที่ยว ด้านการลงทุน แต่ถึงจะเปลี่ยนนายก นโยบายเศรษฐกิจก็ยังเหมือนเดิม แม้จะรู้แล้วว่าไม่ได้ผลแต่ยังคงใช้วิธีการเดิม วันนี้มองไม่เห็นภาพเลยว่ารัฐบาลมีแผนอย่างไรโครงการมันค่อยๆผุดมาทีละอันทีละวัน ทีละวันแต่ในภาพรวมไม่มีมองไม่เห็นทางออกรัฐบาลแก้หนี้ไปแล้วหลายรอบทั้งพักหนี้เกษตรกร แก้หนี้นอกระบบแต่ปัจจุบันก็ยังแก้ไม่ไปถึงไหนแต่ประกาศจบโครงการแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการแก้ปัญหาด้านการเกษตรเช่นเรื่องข้าวที่ผิดพลาด

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร การบริหารประเทศแบบเด็กเล่นขายของไม่มีผิดรู้ทั้งรู้ว่าราคาข้าวอยู่ในขาลง ก็ยังเชียร์ให้เกษตรกรทำนาปรัง เพิ่มตลาดก็ไม่ได้ รัฐบาลหรือแก๊งต้มตุ๋นประชาชน นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนที่ประสานให้กระทรวงทุกกระทรวงเห็นภาพตรงกันแล้วทำงานประสานกัน แต่เปล่าเลยคณะกรรมการมีรองนายก 2 คน ดำเนินนโยบายสวนทางกันเอง แล้วใครจะรับผิดชอบถ้าไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตร ดิฉันคิดว่าไม่ไหว ดูเหมือนใช้คนไม่ถูกงานจริงๆ แต่ว่าก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีจนถึงทุกวันนี้ยังคงปกป้องกันได้ ฉะนั้น เราก็ยังคงมีรัฐมนตรีที่ไม่เข้าใจ ปัญหาของชาวนาเลย” นางสาวศิริกัญญากล่าว

นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ความล้มเหลวรายวันยังไม่จบ นายกแถลงเองว่าการผูกขาดทุกชนิดทำให้ประชาชนยากจนลง 1 ใน 2 มาตรการจะมีการปลดล็อคทุนผูกขาดโดยเฉพาะเรื่องข้าว ให้ SME สามารถส่งออกข้าวได้เอง ซึ่งที่ต้องทำคือการแก้ระเบียบการค้าข้าวเท่านั้นเอง โดยจะต้องยกเลิกขั้นต่ำของการสต๊อกข้าว แต่จากเดิมต้องมีสต๊อกข้าว 500 ตันหรือ 20 ตู้คอนเทนเนอร์เปลี่ยนใหม่เป็นต้องมีสต๊อกข้าว 100 ตันหรือ 4 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยให้เหตุผลว่าสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อและที่ตลกกว่าคือนายกรัฐมนตรียอมข้าราชการเรื่องง่ายๆยังล้มเหลวขนาดนี้ ชาตินี้ก็คงไม่มีวันได้ฟังนายกแถลงผลงานเรื่องทลายทุนผูกขาดที่จะส่งผลกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนจริงๆ

ทั้งนี้ รัฐบาลเมื่อหมดบุญเก่าก็นำนโยบาย เก่ามานำเสนอใหม่เพื่อให้คนหลงเชื่ออีกครั้ง แต่รอบนี้คนไม่หลงกลแล้วนอกจากจะขุดเอาของเก่ามาขายก็ยังมีความฝันว่าจะไปถึงดวงดาวแต่ก็ไปได้แค่ยอดมะพร้าวเพราะมือไม่ถึง จะมี 1 คนที่ขายฝันคือพ่อนายกที่จะมาพูดอะไรล้ำๆ วัดฝันว่าเศรษฐกิจไทยจะพุ่งขึ้นพาไกลไปจนถึงดวงดาวตอนนี้ก็เป็นการขายฝันกันต่อ เกือบลืมไปแล้วว่าดิจิทัลวอลเล็ตครั้งแรก จะแจกเป็นเงินดิจิทัล ที่มีบล็อคเชนอยู่เบื้องหลัง วันก่อนพ่อนายกพูดก็นึกขึ้นได้ ว่าดิจิทัลวอลเล็ต เปลี่ยนรูปแบบวิธีการไปจนจำเค้าเดิมไม่ได้

โดยนายทักษิณ ชินวัตรเล่าว่าที่ผิดแผน เพราะแบงค์ชาติบอกว่าทำไม่ได้ที่เคยคิดไว้ว่าไม่ต้องเตรียมเงินไว้ล่วงหน้าค่อยไปหาเงินมาใช้หนี้ทีหลังทำไม่ได้เพราะ ติดพ.ร.บ.เงินตราก็เลยพับแผนแจกเป็นเงินสด อย่าว่าแต่ดวงดาวเลย ยอดมะพร้าวก็ยังไปไม่ถึง แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายามว่า ดิจิทัลวอลเล็ต จะต้องเป็นคริปโตเท่านั้น ไม่ใช่กระเป๋าเงินทั่วไปจึงมีไอเดียเพิ่มเติมเรื่อง สเตเบิลคอยน์ และสั่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังให้รับไอเดียนี้ไปศึกษา นายทักษิณมักจะพูดว่าเราต้องเพิ่มเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจโดยไม่ต้องพิมพ์แบงค์ที่ไหน โดยการออกคอยโดยมีพันธบัตรรัฐบาลค้ำประกันเพื่อให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจปีนี้ 3.5 แน่ๆ ปีหน้า 4.7ต้องถึง 5 ไม่งั้นเราจะด้อยกว่าประเทศอื่น

นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวต่อว่า พี่แบงค์ชาติรีรอไม่ยอมลดดอกเบี้ยเป็นเพราะความโลเลของนโยบายรัฐบาล เพราะความไม่แน่นอนของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ทำให้ต้องยืดการลดดอกเบี้ยออกไปก่อน เพราะอาจจะเกิดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และถ้าหากไม่มีโอกาสดิจิทัลวอลเล็ต แบงค์ชาติสามารถลดดอกเบี้ยได้อีก 50 สตางค์

ทั้งนี้ ตนไม่คาดหวังการชี้แจงอะไรอีกแล้วประชาชนเบื่อจะฟังคำแก้ตัวบิดเบือนและด้อยค่าประชาชน บางทีเผลอๆด้อยค่าฝ่ายค้านก็กระทบประชาชนไม่ต้องยกตัวเลขนู่นนี่ว่าเศรษฐกิจดีตลาดหุ้นมีพื้นฐาน เราแค่ยังไม่ฉลาดพอ รายได้คนเพิ่มขึ้นแล้วเราจะรวยกันแล้วไม่อยากฟังคำแก้ตัวว่าค่าครองชีพเรามันต่ำของอะไรถูกไปหมด เพียงแค่ต้องเลือกกินให้ถูกต้องเท่านั้นเอง ยิ่งพูดยิ่งสะท้อนว่านายกและลูกน้องรัฐมนตรีกับประชาชนเหมือนอยู่คนละโลกกัน เราให้เวลาให้โอกาสมามากพอแล้วแต่ทำไม่เคยได้ยังคงทำนโยบายรายวันขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆฝันไกลแต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาว หลังชนฝาเมื่อไหร่ก็ไปควักนโยบายเก่าๆเมื่อ 20 ปีที่แล้วมาใช้หมดหนทางจริงๆก็ลองหาแบงค์ชาติให้ลดดอกเบี้ย อย่ามาแก้ตัวว่าเศรษฐกิจพังมาก่อนหน้านี้แล้ว แบงค์ชาติไม่ลดดอกเบี้ย หรือรัฐมนตรีพรรคร่วมเยอะเกินไปจึงทำไม่สำเร็จช่วยบอกอะไรที่เรายังไม่รู้

“แม้ในเวลานี้ขึ้นลมยังไม่ปั่นป่วนมาก ท่านยังทำให้วิบัติได้ขนาดนี้ พายุหมุนทางเศรษฐกิจของแท้กำลังจะมาแล้ว คลื่นลมจะสูงแรงและปั่นป่วนมาก ถ้าเราอยากให้เศรษฐกิจรอดได้ อยากให้ประเทศรอดได้ อยากให้ประชาชนรอดได้ เราไม่สามารถที่จะมีผู้นำประเทศแบบนี้ได้จริงๆไม่สามารถอดทนกันต่อไปได้อีกแล้วไม่สามารถอยู่ในสภาวะสิ้นหวังแบบนี้ได้อีกต่อไปแล้วไม่ยอมเอาอนาคตลูกหลานไปเสี่ยงได้อีกแล้วและไม่สามารถไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป” นางสาวศิริกัญญากล่าว.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส”

กทม. 30 ส.ค.-ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส” ที่พรรคภูมิใจไทย ก่อนร่อนแถลงการณ์ หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมา (29 ส.ค.) หลังนายอนุทิน แถลงจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดิ์ดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ในเวลาต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานพรรคกล้าธรรม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคฯ ได้เดินทางมาพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และล่าสุดในวันนี้ (30 ส.ค.) เวลา 16.00 น. พรรคกล้าธรรม ได้ออกแถลงการณ์โดยมีมติเอกฉันท์ สนับสนุนนายอนุทิน […]

จับแล้ว “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง

กทม. 30 ส.ค.-ไม่รอด “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนพนันดอนเมือง ผู้ต้องหา 8 หมายจับ ถูกตำรวจสืบสวนนครบาลบุกจับกุม นายอำนวย หรือ “ป๋านวย” อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการลักลอบเปิดสถานที่มั่วสุมเล่นการพนัน ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล นำหมายศาลฯ ไปติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวย่านพระราม 4 ก่อนถูกคุมตัวไปขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูกลางทุ่งนา ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่กบดาน แล้วพาตัวกลับมาสอบสวนขยายผลที่ สน.ทุ่งสองห้อง สำหรับนายอำนวย มีหมายจับของศาลแขวงดอนเมือง ในคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนัน 6 หมาย หมายจับของศาลอาญา 1 หมาย ในความผิดฐานให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว จัดให้มีการเล่นการพนันไพ่เสือมังกร และทำกิจกรรมมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และคดีล่าสุดที่กรมการปกครอง บุกค้นบ่อนพนันย่านสรงประภา คืนวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนคดีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เป็นคดีเกี่ยวกับการพนัน ศาลฯ พิพากษาแล้ว 9 คดี รวมโทษจำคุก 13 ปี นอกจากนี้ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์สู้คดี 8 คดี […]

เจอร่างผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 1 ราย

เชียงใหม่ 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่เจอร่างผู้สูญหายดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋งเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงชาวไทใหญ่ อายุ 25 ปี รวมพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย สูญหาย 2 ราย ทีมช่วยเหลือมนุษย์และสัตว์ HART ร่วมกับทีมสุนัขกู้ภัย K9 USAR ประกอบด้วย นารี, สีนวล, ลิลลี่, และ ซาฮารา ที่ได้รับการฝึกและมีประสบการณ์จากภารกิจสำคัญตึก สตง. ถล่ม มาร่วมในภารกิจช่วยค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุการณ์น้ำป่า และดินโลนถล่มในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ อีก 3 คน ซึ่งมีรายงานว่า ล่าสุดเจอผู้เสียชีวิตจากดินโคลนถล่มบ้านปางอุ๋ง เพิ่มอีก 1 คนแล้ว เป็นหญิงชาวไทใหญ่ อายุ 25 ปี รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดตอนนี้ 7 คน สูญหายอีก 2 คน.-สำนักข่าวไทย

จนท.คุมเข้มบ้านหนองจาน หลังเป็นพื้นที่ควบคุม

สระแก้ว 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มพื้นที่บ้านหนองจาน หลังกองกำลังบูรพาประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง ด้านเจ้าหน้าที่ที่ดินเข้าพื้นที่พิสูจน์สิทธิ์ บรรยากาศวันที่ 2 หลังผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย คุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” โดยกำหนดให้ ถ.ศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ-ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ทำให้วันนี้ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง ไม่มีการชุมนุม เหมือนหลายวันที่ผ่านมา แต่ยังมีประชาชนในพื้นที่แวะมาดูเหตุการณ์และเมื่อเห็นว่าไม่มีการปราศรัยรวมตัว บางส่วนจึงเดินทางกลับ นอกจากนี้ยังมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์ ถือธงชาติถ่ายรูปกับป้ายและแนวถนนศรีเพ็ญ ส่วนหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่บริเวณด้านในซึ่งเคยมีชาวกัมพูชาปลูกบ้านและถูกผลักดันออกไปแล้ว วันนี้เจ้าหน้าที่ที่ดินจะเข้าจังหวัดพื้นที่เพื่อพิสูจน์สิทธิ์หลังมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยื่นเอกสาร สค.1 และนส.3 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วไปก่อนหน้านี้.-สำนักข่าวไทย