ปชป.เดินหน้า “รถโชว์ โพลิซี” ขอชาวหลักสี่หนุน

กรุงเทพฯ 30 มี.ค. – “มาดามเดียร์-ดร.เอ้” เดินหน้า “รถโชว์ โพลิซี” ปชป. ขอชาวหลักสี่สนับสนุน “ผู้การแต้ม” ย้ำคิดนโยบายคำนึงอนาคตลูกหลาน-ไม่ทิ้งภาระ


น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พร้อมด้วย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่-จตุจักร นางณัฐิดา เตาเฟ็ส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหนองจอก-คลองสามวา นายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจตุจักร-บางเขน-หลักสี่ และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกิจกรรม “รถโชว์ โพลิซี” (Roadshow Policy) เขตหลักสี่ ที่บริเวณเคหะชุมชนหลักสี่ ซอยแจ้งวัฒนะ 5

โดย ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ดำรงอยู่มาถึง 77 ปี โดยไม่มีเจ้าของ เพราะเจ้าของที่แท้จริงคือประชาชน และเชื่อว่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า พรรคการเมืองที่จะยังคงอยู่ก็คือพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่เขาเรียกว่าผู้แทน ก็เพราะต้องเข้าไปเป็นผู้แทนให้กับประชาชน ซึ่งบทบาทแรกของผู้แทน คือ เป็นคนมีความรู้ ความสามารถ มองอนาคตของลูกหลาน และต้องดูแลแก้ปัญหาในพื้นที่ วันนี้ในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ปัญหาที่น่ากลัวที่สุด คือ ปัญหายาเสพติด ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น วันนี้หากต้องเลือกผู้แทนที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านี้ คนนั้นก็คือ “ผู้การแต้ม” ซึ่งเป็นคนที่มีอ่อนนอก แข็งใน อ่อนน้อมถ่อมตัว แต่มีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับยาเสพติด วันนี้ตนจึงมาขอโอกาสจากทุกคน เพื่อให้ “ผู้การแต้ม” ได้เข้าไปทำหน้าที่แทนทุกคน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กทม. พรรคประชาธิปัตย์ไม่มี ส.ส.แม้แต่คนเดียว แต่ กทม.ก็ไม่ได้ดีขึ้น กลับกัน ปัญหายาเสพติดก็เพิ่มมากขึ้น ความปลอดภัยในชีวิตลดลง น้ำท่วมมากขึ้น และยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงจนแทบจะหายใจไม่ได้อีกแล้ว


น.ส.วทันยา ระบุว่า หากทุกคนได้ติดตามข่าวที่ผ่านมา จะเห็นว่าที่ผ่านมาเราจะเห็นข่าวสภาล่มอยู่บ่อยครั้ง ทุกคนรู้สึกผิดหวังกับนักการเมืองเหล่านั้นหรือไม่ ซึ่งในการเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ ส.ส.ที่เราเลือกเข้าไปกลับไม่ได้ทำหน้าที่ โดยเฉพาะหน้าที่ขั้นแรก คือ การเข้าประชุมสภาฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอาย และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตนต้องลาออกจากการเป็น ส.ส. รวมถึงการที่เมื่อเข้าไปเป็น ส.ส.แล้ว หลายครั้งเราไม่สามารถโหวตได้ตามสิ่งที่มีความเห็น เพราะมีเรื่องของมติพรรคเข้ามาเกี่ยวข้อง และถือว่านี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นอุปสรรคของการเมืองไทย เช่นเดียวกับเรื่องกล้วยในสภาฯ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างมาก เป็นเรื่องที่น่าอาย แต่วันนี้คำว่ากล้วยกลับถูกนำเสนอผ่านสื่อจนเป็นเรื่องปกติได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้คล้ายกับพรรคการเมืองที่เป็นระบบบริษัท จึงถามว่า ส.ส.ที่เลือกเข้าไปจะเลือกตามเสียงของประชาชน หรือเลือกตามกล้วยของเขา

“ทุกครั้งที่เราต้องเลือกตั้ง เราหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น แต่ทำไมเมื่อเลือกตั้งผ่านไปทุกครั้ง ชีวิตเรากลับยังอยู่เหมือนเดิม ยังคงต้องปากกัดตีนถีบเหมือนเดิม” น.ส.วทันยา กล่าว

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่ได้หวือหวา เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่น ทั้งนี้ เพราะทุกนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์คิดและนำเสนอออกมานั้น จะต้องสามารถทำได้จริง และต้องคำนึงถึงอนาคต เพราะพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคการเมืองที่อยู่คู่สังคมไทยไปอีกยาวนาน เราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่จะทำนโยบายอะไรก็ได้โดยไม่คำนึงถึงอนาคตและผลกระทบ โดยเฉพาะนโยบายกัญชาเสรี ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนว่าไม่สนับสนุน เพราะเป็นนโยบายที่ไม่คำนึงถึงอนาคตของลูกหลาน แต่หากเป็นกัญชาเพื่อการแพทย์ เราพร้อมสนับสนุน


น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยตนเชื่อว่า ทุกคนมีศักยภาพที่ไม่ต่างกัน แต่แตกต่างกันที่การเข้าถึงแหล่งทุน ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงจะทำโอกาสที่เท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน เริ่มตั้งแต่ ธนาคารชุมชน ชุมชนละ 2 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งที่สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายที่สุด ต่อมาอีกหนึ่งเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ คือ ธุรกิจ SME โดยพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายกองทุน SME 3 แสนบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปพัฒนาธุรกิจ และสุดท้ายอีกหนึ่งนโยบายที่เราต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป พรรคประชาธิปัตย์จึงมีนโยบาย “กองทุนไอเดียหนึ่งหมื่นล้านบาท” เพื่อให้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์นำมาพัฒนาธุรกิจ สามารถยื่นรับเงินทุนมาพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างรายได้

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายดีๆ มากมาย ที่มีการดูแลประชาชนตั้งแต่แรกเกิด ด้านการศึกษา จนกระทั่งผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนริเริ่ม พรรคอื่นอาจจะมาบวกเพิ่ม เป็นนโยบายเกทับ โดยนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เกิดมาจากโครงการ “ฟัง คิด ทำ” พบว่า ประชาชนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรก คือ เรื่อง PM 2.5 ที่ถือว่าเป็นอันตรายยิ่งกว่าโควิด-19 หากได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดทันที ถัดมาเป็นเรื่องยาเสพติด ความปลอดภัยเมือง และการทุจริตคอร์รัปชันของหน่วยงานและคนที่รับราชการ พรรคประชาธิปัตย์จึงประกาศว่า “ไม่เอากัญชา ทำลายยาบ้า ยาเสพติด การทุจริตคือวิกฤติชาติ” เพราะประชาชนมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ไว้ใจได้ และจะเป็นแกนนำในการแก้ไขปัญหาให้กับคนกรุงเทพมหานคร ไม่เหมือนพรรคการเมืองบางพรรค ที่ในอดีตไม่เคยทำ ปัจจุบันก็ทำเละ ถามว่าในอนาคตจะไม่เจ๊งหรือ

ดังนั้น ขอยืนยันว่า นโยบายของพรรค ต้องทำแล้วไม่ทิ้งภาระให้ลูกหลาน ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นพรรคที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดถึง 77 ปี และมีอุดมการณ์ที่ทำให้กับประชาชนอย่างเดียว ไม่ได้ทำเพื่อครอบครัว ญาติพี่น้อง ที่สำคัญคือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่สะอาด ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน จึงขอให้เชื่อมั่นพรรคประชาธิปัตย์ และเชื่อมั่นในตัวของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะนำพาประเทศได้ และสุดท้ายขอให้เชื่อมั่นในตัวผู้สมัครของพรรค ที่ได้เปิดกว้างและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณภาพ ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก และตนขอยืนยันว่า “จะทำให้หลักสี่ดีกว่าเดิม” พร้อมขอประชาชนชาวหลักสี่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรค. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]