ปิดสวิตช์ส.ว.-หยุดแก้รธน.เอื้อ “พล.อ.ประยุทธ์”อยู่ยาว

พรรคเพื่อไทย 17 ม.ค.-วงเสวนาเพื่อไทย เห็นพ้อง “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ควรไปต่อ ย้ำต้องปิดสวิตซ์ ส.ว. หยุดข้อเสนอแก้รธน.เอื้ออยู่ยาว


พรรคเพื่อไทยจัดเสวนา  “ประเทศไทยต้องไปต่อ แต่ประยุทธ์ต้องพอเถอะ” นำโดย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นที่สุด คือการเลือกตั้งครั้งต่อไปเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม รวมถึงมีผู้นำที่ทุกคนยอมรับ ซึ่งอุปสรรคสำคัญคือเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา 250 เสียงที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้น การปิดสวิตช์ส.ว.คือสิ่งที่ควรจะทำเพื่อให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

นายจาตุรนต์ มองเจตนารมณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ไม่ได้ต้องการอยู่ต่อเพียง 2 ปีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเห็นได้จากความพยายามของส.ว.กลุ่มสนับสนุนพล.อ.เอกประยุทธ์ โยนหินถามทางต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไม่สิ้นสุด


นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ไม่เกิดการยอมรับจากประชาชน หาช่องแก้ไขกติกาให้ตัวเองได้เปรียบ อีกทั้งงูเห่ายังเต็มสภา ใช้อำนาจและเงินในทางที่ผิด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ประชาชนสามารถหยุดได้จากการเลือกตั้ง ที่สำคัญต้องเลือกฝ่ายประชาธิปไตยให้ชนะ รวมถึงต้องเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาเห็นแก่บ้านเมือง ร่วมกันปิดสวิตช์ตัวเอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อได้ไม่จำกัด ต้องไม่เกิดขึ้น

“การส่งออกหยุดชะงัก โครงสร้างพื้นฐานมีปัญหา การคอร์รัปชั่นที่มากขึ้น ทุกปัญหาถูกสะสมและเลวร้ายมากขึ้นตลอดช่วง 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งหากพล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ เราจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย และประเทศจะเกิดทางตัน ประเทศไทยต้องเปลี่ยนรัฐบาล ต้องเปลี่ยนผู้นำประเทศ และคำว่า “ประยุทธ์” นั้นหมายถึงองคาพยพที่ร่วมกันทำรัฐประหาร พรรครวมไทยสร้างชาติ รวมแต่บุคคลที่เคยชัตดาวน์กรุงเทพฯ ส่วนคนที่กำลังเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญยืดอายุให้พล.อ.ประยุทธ์คือพวกที่ได้ดีจากพล.อ.ประยุทธ์ ฉะนั้น การต่ออายุให้พล.อ.ประยุทธ์จะทำให้ประเทศเกิดหายนะยกกำลังสอง ต้องหยุดกระบวนการเหล่านี้” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ประกาศที่เวทีเปิดตัวและเป็นสมาชิกกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ประเทศไทยต้องไปต่อ ซึ่งตนตีความว่า พล.อ.ประยุทธ์คิดว่าตัวเองคือประเทศไทย ดังนั้น ถ้าจะไปต่อตัวพล.อ.ประยุทธ์ ต้องเป็นคนพาไปต่อพร้อมกับการที่ตัวเองจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี  ซึ่งหากย้อนไปเมื่อปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยการยึดอำนาจปกครองประเทศแท้จริงแล้วคือกบฏ เพราะคนที่ยึดอำนาจเมื่อทำสำเร็จก็จะนิรโทษกรรมความผิดให้ตนเองว่าการกระทำของตนเองไม่ผิด ลงโทษไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะแก้ไขปัญหานี้ โดยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า 1.การยึดอำนาจการปกครองประเทศ ต้องไม่มีอายุความ 2.ก้ามนิรโทษกรรม และให้ยึดถือเป็นธรรมเนียบการปกครองประเทศ


นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ตั้งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งองคาพยของตัวเองขึ้นมาเป็น สนช. คำถามคือ สนช.เป็นสภาเดียวออกกฎหมายอิง ม.44 แล้วระบุว่าเอามาปฏิรูปประเทศ  คำถามคือ ตอนนี้ปฏิรูปประเทศไปถึงไหน คำตอบคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราไม่เห็นเรื่องการปฏิรูปประเทศ และเมื่อมีส.ว.กลับพบว่า มีกฎหมายค้างอยู่ในสภา โดยเฉพาะพ.ร.บ.การศึกษา ซึ่งทำท่าจะไปไม่รอด ฉะนั้น การเขียนในท้ายรัฐธรรมนูญว่าจะปฏิรูปการเมือง ความจริงนั้นสวนทางกัน เพราะนับวันยิ่งเลวลง และมีความแปลก เป็น ส.ส.พรรคหนึ่ง แต่ไปโหวตให้อีกพรรคหนึ่งและมานั่งอยู่ในสภา ถึงเวลาก็โหวตให้รัฐบาล เท่ากับว่า ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบราชการล้มเลว ซึ่งไม่เคยเห็น” นายชูศักดิ์ กล่าว

“วันดีคืนดีไปจับ ค้นห้องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในห้องทำงาน และเมื่ออ่านข่าวก็รู้สึกแปลกประหลาดสังเวช นายตำรวจระดับสูงไปยืนเข้าแถว มีพวงมาลัยคนละพวงใส่พานไปให้รัฐมนตรี เพื่อขอบคุณ ถามว่าการเมืองประเทศไทย เป็นเช่นนี้หรือ และหากไปดูอาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไปเข้าข่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการประจำ แปลว่าที่ผ่านมาปฏิรูปล้มเหลวถอดหลังลงคลอง “ นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวถึง การจัดทำรัฐธรรมนูญว่า กว่าจะได้มาต้องจัดทำ 2 รอบ และเพื่อให้สง่างามจึงไปทำประชามติ แต่กลับเลวร้ายที่สุด รณรงค์ไม่ได้ และมีคำถามพ่วงเพิ่มมาด้วย เท่ากับว่าการสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจให้ตัวเอง แต่สุดท้ายรัฐธรรมนูญที่เขียนมากลับสะดุดขาตัวเอง พร้อมมองว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะฉุดกระชากลากถูกประเทศแบบนี้ และคิดว่าตัวเองสำคัญ ประเทศไทยจะยิ่งดิ่งลง

“ผมรู้สึกแปลกว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ มาประกาศตัว ทั้งที่ไม่รู้ว่าพรรคที่ไปสังกัดจะได้ ส.ส.ถึง25 ที่นั่งหรือไม่ แต่เมื่อไปย้อนดูจะรู้ว่าเมื่อการเลือกตั้งปี 62 พรรคเพื่อไทยมีคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่กลับมาถูกพรรคอันดับสอง รวมเสียงและจัดตั้งรัฐบาล ครั้งนี้ก็คงใช้แผนเดิมไปรวมคนจัดตั้งรัฐบาล และมีเสียง250 ส.ว. เพื่อนำพาประเทศไทยไปต่อ และการเมืองก็เป็นแบบนี้ เชื่อว่าในสภาฯ กล้วยน้ำว้าคงเต็มไปหมด”  ันพฤหัสที่ 19 มกราคม 2566” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านเสนอแก้ ม.272 เพื่อสกัดไม่ให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ จากนั้นก็ปรากฎข่าวว่าจะมีการเสนอแก ม.158 เรื่องวาระการ ดำรงค์ตำแหน่งนายกฯ รวมถึงเรื่องคุณสมบัติ ของ ส.ส เรื่องการเว้นวรรคหลังพ้นตำแหน่ง ส.ว.2 ปี หากเป็นแบบนี้ตัวเองจะกลายเป็นยุคที่โกลาหล จึงไม่ควรใช้แผนอุบาทที่ทำอยู่

“เราจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ ดูได้จากไม่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล  เพราะมีการสร้างรัฐธรรมนูญที่ผิดเพี้ยน เช่น การสร้างพรรคพลังประชารัฐ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการ และเสนอให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพปชร. แต่วันดีคืนดีคิดเปลี่ยน และไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น ทั้งที่พรรค พปชร.ก็ยังอยู่ สิ่งเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีส.ส.ร. แต่ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่กระบวนการเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายสุทิน กล่าวว่า มีหลายเหตุผลที่พล.อ.ประยุทธ์ ควรหยุด ตั้งแต่เรื่องข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่านายกฯ มีวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติ ความจริงพลเอกประยุทธ์ ควรหยุดตั้งแต่เดือน ส.ค. 2565 แต่ในเมื่อไม่หยุดขอไปต่ออีก 2 ปี ควรคิดว่ามีประเทศอื่นใดบ้างที่นายกฯ อยู่ได้แค่ครึ่งเดียว จะบริหารนโยบายอย่างไร เผชิญวิกฤติความเชื่อมั่นอย่างไร

“สำหรับประเด็นสำนึกที่ดีซึ่งพล.อ.ประยุทธ์พยายามชูเรื่องการปฏิรูป แต่ตัวเองดำรงตำแหน่งมา 8 ปีแล้ว แต่กลับเปลี่ยนบรรทัดฐานไปเรื่อย ๆ เป็นการสร้างมรดกทางความคิดที่เลวร้ายให้คนรุ่นหลัง และเมื่ออ้างว่าเป็นผู้นำที่รักประชาชน ต้องดูด้วยว่าปฏิกิริยาของสังคมอยากไปต่อหรือไม่ ผมไม่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้ว่าประชาชนเกลียดตัวเอง ถ้าเป็นสมัยอดีตผู้นำมีสิทธิไม่รู้เพราะลูกน้องทูลเท็จ แต่ทุกวันนี้มีโลกโซเชียลให้รู้ได้ แต่ไม่เคารพประชาชนเท่านั้นเอง เพราะมีบทเรียนมา 8 ปี จะค้านยังไงก็ช่าง ฉันเอาอยู่” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวว่า ขณะที่สำนึกในความรักประเทศ ควรมาวัดเป็นเกณฑ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรอยู่ต่อหรือไป อยู่แล้วจะมีเรื่องดี ๆ หรือจะยุ่งเหยิงมีปัญหาเยอะ หากคิดได้ควรต้องหยุด แต่หากจะอยู่ต่อต้องลงทุนทำหลายประการ เช่น วางแผนทำพรรคเฉพาะกิน แบบสุกเอาเผากิน แทงเพื่อนหักพวก จะสร้างความเสียหายให้ประเทศ ไม่ดูบทเรียนจากพรรคพลังประชารัฐที่มาเป็นรัฐบาลเป็ดง่อยอย่างทุกวันนี้

“สมมติเอา ส.ว.หักได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย รัฐบาลจะอยู่ได้ไหม วันนี้ผมเชื่อว่าประธานสภาฯ เป็นซีกเพื่อไทยแน่นอน ถ้าทำให้เราเป็นฝ่ายค้าน ประธานฯ และเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ อยู่ทางเรา คุณจะเป็นรัฐบาลที่ถูลู่ถูกัง อ่อนเปลี้ยมาก จะผ่าน พ.ร.บ.ทีก็ต้องแจกกล้วยในสภาฯ” นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมาประชาชนยังไม่จนหนักขนาดนี้ แต่กลับมาทุบความหวังเขา ทั้งยังมาแก้ไขกฎหมาย เอามือเขียนแต่ใช้อะไรลบ ตนมองว่าหายนะจะเกิดหากไม่รู้จักพอ ควรเสียสละคนเดียวให้แผ่นดินสงบ ดีกว่าโลภคนเดียวแล้วแผ่นดินลุกเป็นไฟ อายุเท่านี้แล้วควรคิดได้ มองตามหลักธรรมชาติ ดวงอาทิตย์มีขึ้นก็ต้องมีลง 12 ชั่วโมงต้องลง ไม่เช่นนั้นโลกจะไหม้เป็นจุล แม่น้ำลำธารแห้งแล้ง นี่คือหลักธรรมะ การกำหนดวาระ 8 ปี ก็มาจากสัจธรรมแห่งอำนาจเช่นนี้

“แม้รัฐบาลจะยุบสภาฯ หนีการอภิปราย 152 ความจริงจะถูกเผยจนได้ ไม่ในสภาฯ ก็นอกสภาฯ แม้จะหนีการอภิปรายพ้น ก็จะไปรับกรรมช่วงเลือกตั้ง และท้ายสุดประชาชนจะเป็นผู้หยุดตัดสิน ด้วยการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ผ่านมา 4 ปี ทั้งนี้ยังต้องหยุดพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นหุ้นส่วนมาด้วยกัน ให้ออกไปด้วยกัน ใครบ้างนั้น เชื่อว่าประชาชนคิดเองได้” นายสุทิน กล่าว.-สำนักข่าวไทย   

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]