fbpx

กรมรางฯ เร่งเครื่องก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หลังโควิดคลี่คลาย

กรุงเทพฯ 1 ก.ค.- อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่ติดตามงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน มั่นใจหลังจากนี้งานก่อสร้างจะคืบหน้าอย่างรวดเร็ว หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ไม่มีผลกระทบขาดแคลนแรงงานเหมือนก่อนหน้านี้ มั่นใจโครงการจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2570


นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย – จีน ตามที่กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหลังโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถเชื่อมโยงไทย กับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงช่วยให้ไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาค สร้างศักยภาพและโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบเส้นทาง เกิดการกระจายความเจริญทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำในประเทศ

โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ระบุว่า ภายหลัง เร่งรัดการดำเนินการสัญญางานโยธาของโครงการจนสามารถลงนามและก่อสร้างได้กว่า 10 สัญญา จากเดิมที่มีการลงนามสัญญาและก่อสร้างงานโยธาเพียง 1 สัญญา โดยในวันนี้ กรมการขนส่งทางราง ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง 3 สัญญาที่ ได้แก่ สัญญาที่ 2 – 1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก ,สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงบันไดม้า ลำตะคอง และสัญญาที่ 4 – 7 ช่วงสระบุรี – แก่งคอย


“ก่อนหน้านี้พบว่า โครงการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างเพียง 11.85% ซึ่งมาจากหลายปัจจัย เช่น การขาดแคนแรงงาน ในช่วงการระบาด แต่ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดคลี่คลายแล้ว มั่นใจว่าหลังจากนี้การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง จะเดินหน้าอย่างรวดเร็ว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กำชับต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ในต้นปี 2570 ตามแผนงานที่วางไว้ “นายพิเชฐกล่าว

อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางรางได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพสถานีรถไฟที่เข้าร่วมกิจกรรมประกวด “สถานีดีพร้อม” ภายใต้แนวคิด “กรมรางสร้างสุขด้วยคุณภาพดีพร้อม “DRT creates happiness of stations” จำนวนทั้งสิ้น 43 สถานี แบ่งเป็นกลุ่มสถานีรถไฟทั่วประเทศจำนวน 15 สถานี และกลุ่มสถานีในเมืองและชานเมือง จำนวน 28 สถานี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมนำร่องเพื่อประเมินคุณภาพสถานีรถไฟ ภายใต้โครงการโครงการศึกษาจัดทำระบบประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานการขนส่งทางรางในแต่ละสายทางของประเทศที่ ดำเนินอยู่ ณ ขณะนี้ และจาก 43 สถานีที่เข้าร่วม ได้มีการพิจารณาคัดเลือกสถานีที่ผ่านเกณฑ์การประเมินแล้ว จำนวน 18 สถานี แบ่งเป็น กลุ่มสถานีรถไฟทั่วประเทศ จำนวน 8 สถานี ได้แก่ สถานีศรีสะเกษ สถานีบุรีรัมย์ สถานีนครราชสีมา สถานีเชียงใหม่ สถานีนครลำปาง สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา สถานีชุมทางหาดใหญ่ และสถานีหัวหิน

กลุ่มสถานีรถไฟฟ้าในเมืองและชานเมือง จำนวน 11 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ (RN01/RW01) สถานีดอนเมือง (RN08) สถานีพญาไท (A8) สถานีคลองบางไผ่ (PP01) สถานีหมอชิต (N8) สถานีแยก คปอ. (N23) สถานีคูคต (N24) สถานีลาดพร้าว (BL15) สถานีเพชรบุรี (BL21) สถานีสุขุมวิท (BL22) และสถานีหลักสอง (BL38) .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้รอดชีวิตเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิต ไฟไหม้ผับสัตหีบ

ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เล่าเหตุการณ์นาทีชีวิเห็นไฟลุกไหม้จึงพยายามตะโกนบอกกลุ่มเพื่อนแต่ไม่มีใครได้ยิน จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกทางด้านประตูหน้า ปกติมาเที่ยวบ่อยครั้งแต่ไม่เคยสังเกตว่ามีประตูหนีไฟ

ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางไปดูศพ ยายร่ำไห้หลานวัย 17 ดับ

ญาติของผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ผับดังกลางเมืองสัตหีบ เดินทางไปดูศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายแล้ว

ลุงเลือดเดือดพิพาทปาดหน้า ซัลโว 8 นัดดับคู่กรณี

ลุงวัย 61 ปี เมาขับรถหวาดเสียว มีปากเสียงกับคู่กรณี ก่อนฟิวส์ขาดขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงไปกระหน่ำยิง 8 นัด ดับคู่กรณี ตำรวจตามรวบตัวได้คาบ้าน

ข่าวแนะนำ

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้