พรุ่งนี้ “ดัชนีความร้อน” บางนาทะลุ 50 องศาฯ ระวังภาวะลมแดด

กรุงเทพฯ 5 เม.ย.- กรมอุตุนิยมวิทยาแจงผลคาดการณ์ “ดัชนีความร้อน” เขตบางนาอาจถึง 50.2 องศาเซลเซียส เหตุทั้งอุณหภูมิสูงและรับความชื้นสูงจากทะเล ย้ำเป็นผลคาดการณ์ “ดัชนีความร้อน” เฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่ทั่วประเทศ ชี้จำเป็นต้องแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนระวังผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะลมแดดหรือ Heat stroke


นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวถึงผลการคาดการณ์ “ดัชนีความร้อน” หรือ HEAT INDEX (HI) วันพรุ่งนี้ (6 เม.ย.) ที่อาจสูงมาก โดยสูงสุดที่เขตบางนา กรุงเทพฯ 50.2 องศาเซลเซียสว่า เป็นการคาดการณ์จากแบบจำลองสภาพอากาศ แต่ไม่ใช่อุณหภูมิที่คาดว่า จะตรวจวัดได้

ทั้งนี้ “ดัชนีความร้อน” เรียกง่ายๆ ว่า อุณหภูมิที่เรารู้สึกนั่นเองได้ โดยเป็นดัชนีความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิคาดการณ์หรืออุณหภูมิตรวจวัดได้กับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ถ้าอากาศยิ่งร้อนและความชื้นยิ่งสูง อุณหภูมิที่เราสัมผัสหรือรู้สึกได้จะสูงด้วย โดยสูงกว่าอุณหภูมิคาดการณ์หรือที่ตรวจวัดได้


สาเหตุที่เขตบางนาอาจมี “ดัชนีความร้อน” สูงมากเนื่องจากอุณหภูมิคาดการณ์สูงและได้รับความชื้นสูงจากทะเล โดยคาดการณ์ว่า อุณหภูมิสูงสุดที่ตรวจวัดได้จะอยู่ระหว่าง 36-37 องศาเซลเซียส ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศอยู่ระหว่าง 60-67% ทำให้ “ดัชนีความร้อน” สูงสุดที่คาดการณ์อยู่ระหว่าง 49-50.2 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ที่ “ดัชนีความร้อน” สูงเป็นอันดับ 2 คือ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี 49.4 องศาเซลเซียส อันดับ 3 คือ ภูเก็ตที่ 47.9 องศาเซลเซียส โดย 3 ลำดับแรกเป็นพื้นที่ใกล้ทะเลทั้งสิ้น ส่วนอันดับ 4 คือ จังหวัดศรีสะเกษ และอันดับ 5 คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นที่พื้นที่ที่คาดว่า อุณหภูมิที่ตรวจวัดได้จะสูง แต่ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศไม่สูง

สำหรับ “ดัชนีความร้อน” ที่คาดการณ์ไว้ เป็นการคาดการณ์เฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่ผลคาดการณ์ทั่วประเทศ แต่จำเป็นต้องเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อน โดยกรมอนามัยได้ให้ข้อมูลระดับผลกระทบจาก “ดัชนีความร้อน” ดังนี้

  • 27 – 32 องศาเซลเซียส จะอ่อนเพลีย วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวจากการสัมผัสความร้อน เฝ้าระวัง ออกกำลังกายหรือใช้แรงงานท่ามกลางอากาศที่ร้อน
  • 32 – 41 องศาเซลเซียส จะเกิดอาการตะคริวจากความร้อนและอาจเกิดอาการเพลียแดด (Heat Exhaustion)
  • 41 – 54 องศาเซลเซียส จะมีอาการตะคริวที่น่อง ต้นขา หน้าท้อง หรือไหล่ทำให้ปวดเกร็ง มีอาการเพลียแดด และอาจเกิดอันตรายจากภาวะลมแดด (Heat Stroke) ได้หากสัมผัสความร้อนเป็นเวลานาน
  • มากกว่า 54 องศาเซลเซียส เป็นระดับที่อันตรายมาก จะเกิดภาวะลมแดด (Heat Stroke)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงนั้น ทำให้ร่างกายระบายเหงื่อได้ไม่ดี เมื่ออุณหภูมิที่ตรวจวัดได้สูงด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวมาก แต่ระหว่างวันที่ 6 – 9เมษายน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ แล้วพัดนำความชื้นเข้ามา ปะทะกับหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนที่ปกคลุมอยู่ประเทศไทยอยู่ ส่งผลเกิดพายุฤดูร้อน เมื่อฝนตกลงมาจะช่วยผ่อนคลายความร้อนได้บ้าง แต่ต้องระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

ภาษีสหรัฐ

นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปแก้ปัญหาภาษีสหรัฐ 8 เม.ย.นี้

“จิรายุ” ระบุฝ่ายค้านบางพรรคน่าจะตกข่าว เพิ่งมาเสนอให้นายกฯ ตั้ง คกก.แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ทั้งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ทรัมป์” ยังไม่ได้รับตำแหน่ง บอก 8 เม.ย.นี้ นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปทั้งหมด ที่ทำเนียบฯ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้