fbpx

ค่าฝุ่นสมุทรสาครลดลงมาก ยังเฝ้าระวังต่อ-วิเคราะห์หาสาเหตุ

สมุทรสาคร 27 ม.ค.- สมุทรสาครยังต้องเฝ้าระวังฝุ่นหมอกกลับมาสูงอีกพร้อมเร่งวิเคราะห์หาสาเหตุ แม้ล่าสุดค่า PM 2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสูงเกิน 100 ไมโครกรัมฯ มาอยู่ที่ 64 และหลายหน่วยงานยังคงฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศเพิ่มความชุ่มชื้น


สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครที่มีค่าสูงเกินเกณฑ์มาหลายวัน โดยเฉพาะบริเวณถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง เป็นพื้นที่วิกฤติสีแดง ค่าสูงถึง 121 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เร่งเดินหน้าลดปัญหาอย่างต่อเนื่องทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วทั้งจังหวัดฉีดน้ำล้างผิวการจราจรทั้งสายหลักและสายรอง รวมทั้งขอความร่วมมือกับกรมทางหลวงชะลอการก่อสร้างชั่วคราวบนถนนพระราม 2 หรือสเปรย์น้ำไว้ตลอดขณะก่อสร้าง ส่วนขนส่งจังหวัดประสานกับตำรวจตรวจจับรถควันดำ และให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบโรงงานป้องกันการปล่อยควัน

ล่าสุด (27 ม.ค.) การตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยกรมควบคุมมลพิษช่วงเช้ามืดจนถึงเที่ยงวัน พบว่าค่าฝุ่นละอองลดลงเป็นลำดับจากสีแดงเป็นสีส้ม และเวลา 13.00 น. ค่า PM 2.5 ลดลงมาอยู่ที่ 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นับลดลงมามาก ขณะเดียวกันผู้ว่าฯ สมุทรสาครยังคงอำนวยการทำงานของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฉีดพ่นละอองน้ำตามจุดต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความหนาแน่นของฝุ่น


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สภาพอากาศตลอดทั้งวันนี้ (27 ม.ค.) ท้องฟ้าเปิด ลมแรง และการสัญจรบนถนนพระราม 2 ในวันหยุดไม่หนาแน่นเหมือนช่วงวันศุกร์-เสาร์ที่มีรถยนต์วิ่งในฝั่งขาออกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นละอองจะลดลงอย่างต่อเนื่องหรือจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่นั้น ก็จะต้องรอดูผลต่ออีกระยะหนึ่ง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดฝุ่นร่วมด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบศพโบลท์หญิงวัย 47 ในป่าหญ้าริมทาง คาดถูกฆ่าชิงรถ

โบลท์หญิงวัย 47 ปี หายตัวจากบ้านพักย่านดินแดง 9 วัน ล่าสุดพบเป็นศพในป่าหญ้าริมถนนสายนครชัยศรี-ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่วนรถยนต์โผล่ที่ จ.ภูเก็ต คาดถูกคนร้ายฆ่าชิงรถ

pagers on display

ทำไมยังมีการใช้ “เพจเจอร์” ในยุคสมาร์ทโฟน

ลอนดอน 19 ก.ย.- เพจเจอร์ หรือวิทยุติดตามตัวเป็นอุปกรณ์การสื่อสารยอดนิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ที่ต้องหลีกทางให้แก่โทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียว แต่ยังคงมีการใช้งานในบางกลุ่ม รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เพจเจอร์ระเบิดพร้อมกันหลายพันเครื่องทั่วเลบานอนเมื่อวันที่ 17 กันยายน แหล่งข่าวเผยว่า ฮิซบอลเลาะห์ใช้เพจเจอร์ เนื่องจากเป็นช่องทางสื่อสารเทคโนโลยีต่ำ ส่งข้อความผ่านสัญญาณวิทยุ จึงตรวจจับสัญญาณและตำแหน่งได้ยากกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ส่งสัญญาณไปยังเสาส่งที่อยู่ใกล้ที่สุด อีกทั้งไม่มีเทคโนโลยีระบุพิกัดบนพื้นโลกอย่างจีพีเอสด้วย อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ของสหรัฐเผยว่า ในอดีตแก๊งอาชญากรรมโดยเฉพาะแก๊งค้ายาเสพติดในสหรัฐเคยนิยมใช้เพจเจอร์ แต่ขณะนี้หันมาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินราคาถูกที่สามารถเปลี่ยนเครื่องและหมายเลขได้อย่างง่ายดาย ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยได้ยาก อย่างไรก็ดี  ศัลยแพทย์โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรเผยว่า เพจเจอร์เป็นอุปกรณ์ที่แพทย์และพยาบาลสังกัดสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติหรือเอ็นเอชเอส (NHS) ต้องพกติดตัวอยู่เสมอ เพื่อรับแจ้งข่าวในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นช่องทางที่ถูกที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแจ้งข่าวทางเดียวกับคนจำนวนมาก เพจเจอร์หลายรุ่นสามารถส่งเสียงไซเรนและมีข้อความเสียงแจ้งให้ทีมแพทย์ไปรวมตัวที่ห้องฉุกเฉินได้ทันที ข้อมูลล่าสุดในปี 2562 ระบุว่า เอ็นเอชเอสใช้เพจเจอร์ประมาณ 130,000 เครื่อง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 10 ของที่ใช้ทั่วโลก คอกนิทีฟมาร์เก็ตรีเสิร์ช  (Cognitive Market Research) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยคาดการณ์ว่า ตลาดเพจเจอร์จะเติบโตร้อยละ 5.9 ต่อปี จากปี 2566 ถึงปี 2573 […]

ข่าวแนะนำ

ผลสอบ “ครูเบญ” เบื้องต้นไม่ผ่านเกณฑ์ ส่ง พฐ.ร่วมตรวจพิสูจน์

สพฐ. เผยผลสอบ “ครูเบญ” เบื้องต้นคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ทั้งภาค ก. ภาค ข. และไม่ติด 1 ใน 10 ส่งข้อสอบให้ พฐ. ตรวจพิสูจน์เพื่อความโปร่งใส

นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยงานระดมช่วยผู้ประสบภัย

“นายกฯ แพทองธาร” ขอบคุณทุกหน่วยงานระดมช่วยผู้ประสบอุทกภัย หวัง ศปช.รับมือ-ช่วยเหลือรวดเร็วทันท่วงที รวมถึงการเยียวยาหลังจากนี้

ฟื้นฟูชายแดนแม่สาย-เร่งกู้ตลาดสายลมจอย

เจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูชุมชนชายแดนแม่สายที่ถูกน้ำท่วมและจมโคลนมานาน 10 วัน รวมทั้งเร่งกู้ตลาดสายลมจอยแหล่งจำหน่ายสินค้าชายแดนที่เสียหายอย่างหนัก

ฆ่ารัดคอขับโบลท์

รวบ “ไอ้แม็ก” ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ พบเคยถูกจับคดีโหด

จับแล้ว “ไอ้แม็ก” เดนคุก ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ ทิ้งร่างอำพราง ริมถนนห้วยพลู จ.นครปฐม ก่อนเอารถไปขาย สอบประวัติ พบเพิ่งพ้นโทษ คดีล่ามโซ่ล่วงละเมิดเด็กวัย 13 ปี นาน 1 สัปดาห์ เมื่อปี 2553