ย่าร้องหลานวัย 13 ถูกคนขับรถตู้ขืนใจจนเสียสติ

ขอนแก่น 6 พ.ย. – เหตุการณ์สะเทือนใจ ย่าวัย 63 ปี พาหลานสาววัย 13 ปี เข้าขอความช่วยเหลือ หลังหลานถูกคนขับรถตู้โดยสารมอมยาและขืนใจ ในระหว่างเดินทางไปหาพ่อและแม่ที่ กทม. จนทำให้หลานสาวกลายเป็นคนเสียสติ


นายภาณุเดช ลิ้มอารีย์ นายอำเภอแวงน้อย จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงน้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ละหานนา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น พูดคุยให้กำลังใจและดูแลสภาพจิตใจของนางแตง อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน ที่อยู่ในอาการซึมเศร้าและเครียด หลังจากเกิดเหตุการณ์หลานสาวอายุ 13 ปี ถูกคนขับรถตู้โดยสารกระทำชำเราบนรถตู้ จนเป็นเหตุให้ ด.ญ. กลายเป็นคนเสียสติ พูดจาไม่รู้เรื่อง จนต้องนำตัวส่งรักษาที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนในครอบครัวได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก

ผู้เป็นย่า เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. หลานสาวซึ่งพักอาศัยอยู่ด้วยกัน นั่งรถตู้โดยสารออกจากบ้าน เพื่อไปหาพ่อและแม่ที่ทำงานอยู่เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โดยพ่อของ ด.ญ. เป็นคนติดต่อนายเดช คนขับรถตู้โดยสาร ซึ่งเคยใช้บริการเป็นประจำ ให้มารับลูกสาวที่หน้าบ้าน วันที่มารับก็มีผู้โดยสารคนอื่นๆ เดินทางไปด้วย และตามกำหนดจะต้องถึงที่หมายในช่วงเช้าของวันที่ 2 ต.ค.66 แต่เมื่อถึงกำหนด รถตู้ก็ยังไปไม่ถึงบ้านพ่อและแม่ของหลาน พ่อจึงได้โทรศัพท์สอบถามนายเดช นายเดชอ้างว่ารถติด กระทั่งเวลาเกือบเที่ยง นายเดชจึงขับรถตู้ มาส่ง ด.ญ. ที่บ้านพ่อและแม่ ในเขตบางกอกใหญ่


และในวันที่ 31 ต.ค.66 เวลา 19.00 น. พ่อของ ด.ญ.ได้ติดต่อให้นายเดช มารับ ด.ญ. กลับบ้านพักที่ อ.แวงน้อย โดยพ่อสังเกตเห็นว่า เมื่อ ด.ญ. รู้ว่าเป็นรถตู้คันเดิม และคนขับรถ คือ นายเดชคนเดิม ก็มีอาการหวาดกลัวและโผเข้ากอดพ่อแม่ และก็เป็นนายเดช ที่ขับรถตู้มาส่ง ด.ญ. ที่บ้านพัก อ.แวงน้อย ซึ่งหลังจาก ด.ญ. มาอยู่ที่บ้าน ก็เริ่มมีอาการผิดปกติ หวาดกลัว หวาดผวา ผู้เป็นย่าจึงได้สอบถาม

จนกระทั่งหลานสาวยอมบอกว่า นายเดช ขับรถตู้ไปส่งผู้โดยสารที่เขต อ.บางพลี จนในรถเหลือหลานสาวของตนเองเพียงคนเดียว โดยนายเดชให้หลานดื่มน้ำ จากนั้นได้ไปจอดรถตู้ข้างทาง แล้วบังคับกระทำชำเรา ด.ญ ก่อนจะพามาส่งที่บ้านพักของพ่อ โดย ด.ญ. มีอาการเหม่อลอย พูดไม่ได้สติ จึงเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.แวงน้อย เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในวันไปแจ้งความ ด.ญ ยังมีอาการหวาดกลัว เหม่อลอย พูดจาวกวน ทางครอบครัวจึงส่งตัวไปรักษาที่ รพ.แวงน้อย ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

แพทย์เผยเด็กวัย 13 ยังไม่สามารถให้การได้


ทีมข่าวลงพื้นที่ รพ.ขอนแก่น หลังจากทราบว่า ด.ญ.วัย 13 ปี เข้ารักษาตัว พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้เด็กยังไม่สามารถให้การได้ และเบื้องต้นคนขับรถตู้เป็นคนในพื้นที่ ไม่ได้หลบหนี และให้การปฏิเสธ ส่วนการสอบสวนจะให้ทางพื้นที่ทำการสอบสวน แต่จุดเริ่มต้นต้องรอสอบ ด.ญ.วัย 13 ปี เพื่อรวบรวมหลักฐาน

ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ขอนแก่น ให้ข้อมูลว่า เด็กยังมีอาการผิดปกติ และไม่พร้อมให้ข้อมูล ตอนนี้กำลังไล่ตรวจทุกส่วน และวันนี้จะตรวจสมอง แต่โดยรวมยังไม่พบความผิดปกติในร่างกาย

ตำรวจคุมตัวคนขับรถตู้ตรวจร่างกาย

และช่วงบ่ายวันนี้ (6 พ.ย.66) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ตำรวจ สภ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ได้ควบคุมตัวนายเดช คนขับรถตู้ ไปเก็บตัวอย่าง DNA พร้อมนำรถตู้คันเกิดเหตุไปตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวนายเดช เดินทางไปยัง สน.บางกอกใหญ่ เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ

ด้าน น.ส.หนิง ภรรยาของนายเดช เปิดสมุดบันทึกการเดินทางของลูกค้า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.66 และเล่าว่า ในวันดังกล่าวมีผู้โดยสารเต็มคันรถ และมีนายเดชเป็นคนขับจริง โดยพ่อของ ด.ญ.ได้ติดต่อให้ไปรับ และเดินทางกลับในวันที่ 30 ต.ค.66 จริง หลังทราบข่าวดังกล่าว รู้สึกตกใจมาก และได้มีการพูดคุยกับสามีของตนเอง โดยนายเดช บอกว่า ไม่ได้ก่อเหตุแต่อย่างใด ที่ผ่านมาทางครอบครัว ด.ญ.วัย 13 ปี เรียกใช้บริการตนเองมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยพ่อของ ด.ญ. จะเป็นคนโทรติดต่อให้ไปรับตัว เพื่อเดินทางมายัง กทม. ตนเองเชื่อใจว่าสามีไม่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะประกอบอาชีพขับรถตู้รับจ้างมานานกว่า 10 ปี ไม่มีทางทำผิดแน่นอน. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า