รองประธาน สปท.เชื่อ ปรองดองครั้งนี้ จะไม่แตกแยกซ้ำ

กรุงเทพฯ 23 มี.ค. – รองประธาน สปท. ระบุ การสร้างความปรองดองเป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติ  เตรียมทำปฏิญญาประเทศ รวบรวมข้อมูลความคิดเห็นผ่านเวที ป.ย.ป. เชื่อไม่เกิดความแตกแยกซ้ำ


นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)  คนที่ 1 ระบุในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ภารกิจการขับเคลื่อนการปฏิรูป 11 ด้าน” ต่อคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ และเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 และสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติและทิศทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนหนึ่งว่า  หน้าที่ของการปฏิรูปประเทศ ต้องยึดอยู่บนหลักการว่า เป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติ  ตั้งเป้าว่าภายหลังการเลือกตั้งแล้ว ประเทศไทยจะต้องไม่กลับไปเป็นเหมือนในอดีต  ต้องไม่มีการแบ่งฝ่าย และต้องมีความสามัคคีปรองดองกัน

นายอลงกรณ์ กล่าวว่าร  รัฐบาลได้ตั้ง สปท. เข้ามาวางรากฐาน เปรียบเสมือนผู้รับเหมาก่อสร้าง และตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)  เปรียบเสมือนเครืองจักรกล มาช่วยผลักดันเรื่องต่างๆ ที่สำคัญ  และภายหลังการับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย คณะกรรมการ ป.ย.ป. กำหนดว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน จะจัดทำข้อตกลงที่เป็นสัญญาประชาคม หรือ ปฏิญญาประเทศ ที่เขียนโดยประชาชน 65 ล้านคน ว่าจะไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือมีความแตกแยกขึ้นอีก   และให้แม่น้ำ 5 สายเป็นเพียงฝ่ายธุรการเท่านั้น  


นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ส่วนแนวทางขับเคลื่อนการสร้างความปรองดอง คือ ต้องแยกการเมืองออกจากการปรองดอง ร่วมกันสร้างบรรยากาศความสมานฉันท์ หลีกเลี่ยงการยั่วยุ ขยายปมความขัดแย้ง

“สิ่งที่พรรคการเมืองกลัวที่สุด ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นประชาชน  และไม่ต้องถามถึงความสำเร็จ แต่ต้องถามว่า เราทุคนมีส่วนร่วมในความสำเร็จในการเดินหน้าปฏิรูปอย่างไรบ้าง” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ยุบกรรมการปรองดอง และให้มีคนกลางเข้ามาทำหน้าที่แทน ว่า เรื่องนี้ยังมีความเข้าใจผิดของพรรคการเมือง การปรองดองครั้งนี้ ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการปฏิรูปเพื่อคนไทย โดยคนไทย ดังนั้น นายกรัฐมตรี จึงได้เน้นย้ำเรื่องการสร้างความรับรู้กับทุกฝ่าย  


“เชื่อว่า การสร้างความปรองดองครั้งนี้ จะไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ และสนับสนุนให้เกิดความปรองดอง เช่นเดียวกับพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง ที่เห็นด้วยกับแนวทางสร้างความปรองดอง และไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกอีก นี่จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” นายอลงกรณ์ กล่าว        .- สำนักข่าวไทย  

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จำคุกสมรักษ์คำสิงห์

ศาลสั่งคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน “สมรักษ์” พยายามข่มขืนสาววัย 17

ศาลจังหวัดขอนแก่น พิพากษาจำคุก “สมรักษ์ คำสิงห์” อดีตนักมวยฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก เป็นเวลา 2 ปี 13 เดือน 10 วัน พร้อมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 170,000 บาท คดีพยายามข่มขืนเด็กสาววัย 17 ปี

Chinese foreign ministry in January 2025

ถอดบทเรียนจากจีน แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 จริงจัง

ปักกิ่ง 23 ม.ค. – สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่และเร่งด่วนในไทยอยู่ในขณะนี้ หลายฝ่ายกำลังหาทางแก้ไขด้วยการมุ่งไปที่ต้นตอที่ทำให้เกิดฝุ่น จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี พ.ศ. 2542 ประชากรโลกมากถึง 92% ได้รับฝุ่น PM2.5 ในระดับความเข้มข้นสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด และถ้ารัฐบาลทุกประเทศไม่เร่งแก้ปัญหาอย่างเอาจริงเอาจัง ภายในอีก 7 ปีข้างหน้า หรือ พ.ศ. 2573 คุณภาพชีวิตคนทั่วโลกจะยิ่งเลวร้ายสุดขีด เพราะปริมาณ PM2.5 จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 50% และประเทศที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า หากรัฐบาลตั้งใจจริงจัง ทุ่มสรรพกำลังความพยายาม จะสามารถกำจัดปัญหาฝุ่นควันพิษได้อย่างแน่นอนนั่นก็คือ จีน   จีนเคยมีคนเสียชีวิตเพราะมลพิษในอากาศปีละหลายล้านคน แต่ทุกวันนี้แม้แต่ธนาคารโลกยังยกย่องจีนว่า เป็นแบบอย่างของความพยายาม สามารถพลิกฟ้าหม่นเพราะฝุ่น PM2.5 ให้กลับเป็นฟ้าใสได้สำเร็จ ความพยายามของเหมา เจ๋อตุง ผู้นำจีนที่มุ่งเปลี่ยนสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม ทำให้จำนวนโรงงานในจีนเพิ่มขึ้นทวีคูณภายใน พ.ศ. 2502 แน่นอนว่า นโยบายเศรษฐกิจของผู้นำจีนช่วยให้คนจีนหลายล้านหลุดพ้นจากขีดความยากจน แต่ก็ต้องแลกกับชีวิตและสุขภาพ เพราะควันพิษจากโรงงานทำให้ฝุ่น PM2.5 พุ่งในระดับเกินกว่าจะรับไหว กว่ารัฐบาลจะรู้ตัวว่าปัญหามาถึงขั้นวิกฤต […]

คึกคัก คู่รักจูงมือกันไปจดทะเบียนวันแรกกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล

วันนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ หลายคู่รักควงแขนไปจดทะเบียนสมรสกันชื่นมื่น ที่สยามพารากอน มีคู่รักที่ลงทะเบียนมาจดทะเบียนสมรสที่นี่กว่า 300 คู่

ผู้ป่วยเสียชีวิต

รพ.สิรินธร ยืนยันไม่มีผู้ป่วยช็อก-เสียชีวิต จากเหตุชายผิวสีคลุ้มคลั่ง

ผอ.รพ.สิรินธร ยืนยันไม่มีผู้ป่วยช็อก หรือเสียชีวิต จากเหตุต่างชาติผิวสีคลุ้มคลั่ง มีเพียงเจ้าหน้าที่ รพ.บาดเจ็บจากการถูกต่อยเล็กน้อย

ข่าวแนะนำ

ดีเอสไอจ่อล่องเรือใช้เลเซอร์สแกนจำลอง 3 มิติ สืบคดี “แตงโม”

ดีเอสไอ นำผู้เชี่ยวชาญหลายด้านเปิดประชุมนัดแรก ลุยสืบสวน “คดีแตงโม” จ่อล่องเรือใช้เลเซอร์สแกนจำลอง 3 มิติ หาพยานหลักฐานใหม่ และบินเก็บข้อมูลระบบ Cloud ในมือถือทุกคนบนเรือ-นอกเรือ

แก้ปัญหาฝุ่น

นายกฯ สั่งการด่วนคมนาคมออกมาตรการหยุด PM 2.5

นายกฯ สั่งการคมนาคมออกมาตรการเร่งด่วน หยุด PM 2.5 ให้ประชาชนนั่งรถไฟฟ้าทุกสาย-ขสมก.ฟรี 7 วัน 25-31 ม.ค.นี้ เตรียมใช้งบกลางกว่า 140 ล้านบาท ชดเชยผู้ประกอบการ เข้มตั้งจุดตรวจควันดำ 8 จุด รอบ กทม.-ปริมณฑล

เปิดรับการลงทุน

นายกฯ ย้ำบทบาทของไทยในเวทีโลก ที่ดาวอส พร้อมเปิดรับการลงทุน

นายกฯ ย้ำบทบาทของไทยในเวทีโลก ที่ดาวอส พร้อมเปิดรับการลงทุนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยจุดแข็งด้านเกษตรกรรม Soft Power และอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืน มุ่งมั่นพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและการค้าเสรี เร่งสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เสรี เปิดกว้าง และยั่งยืน

ช้างหลุดเดินถนน

ระทึก! ช้างหลุดจากปางช้างเดินบนถนน รถเสียหาย 1 คัน

ระทึก! ควาญช้างและตำรวจเร่งติดตามช้างหลุดจากปาง เดินบนถนน ชนกระจกมองข้างรถยนต์เสียหาย 1 คัน สุดท้ายไปเจอเล่นน้ำอยู่ในลำธารอย่างสบายใจ