ป.ป.ช.แจงส่งสำนวนคดีอาญาให้พนักงานสอบสวนชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

สำนักงานป.ป.ช. 29 มิ.ย.- ป.ป.ช.แจงการส่งสำนวนคดีอาญาให้พนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบสวน ดำเนินการชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชี้เรื่องที่ส่งเป็นเรื่องวินัยไม่ร้ายแรง ที่ผ่านมามีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับเรื่องที่ ป.ป.ช.รับไว้  


นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.  กล่าวถึงกรณีสมาคมพนักงานสอบสวน (สพส.)  เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน  เพื่อขอให้ตรวจสอบและสืบสวนข้อเท็จจริงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งมอบสำนวนคดีอาญาจำนวนมากไปยังพนักงานสอบสวนในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทำการสอบสวน  โดยอาศัยการใช้ดุลพินิจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยสมาคมพนักงานสอบสวนเห็นว่า การใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด  และพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.  หากทำการสอบสวนไปโดยมิชอบ พนักงานอัยการจะไม่มีอำนาจฟ้อง สร้างความเสียหายต่อการอำนวยความยุติธรรมของประเทศ 

นายนิวัติไชย  กล่าวว่า การมอบหมายเรื่องกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 234 วรรคสอง และพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. 2561 ได้กำหนดนิยามคำว่า พนักงานสอบสวนหมายความว่า พนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้หมายความรวมถึงพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษด้วย และยังคงบัญญัติในมาตรา 61 วรรคสอง ว่าในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องที่ได้รับมาจากพนักงานสอบสวนแม้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่เป็นเรื่องไม่ร้ายแรงที่เป็นการกล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นสมควรมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินการ ก็ให้ส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวนภายใน 30  วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากพนักงานสอบสวน 


และมาตรา 63 กำหนดว่า ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเห็นสมควร  อาจส่งเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มิใช่ความผิดร้ายแรง ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไปก็ได้  ทั้งนี้การมอบหมายเป็นหลักการที่มีมาแต่เดิม และที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดปัญหาเกี่ยวกับอำนาจในการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการแต่อย่างใด

ทั้งนี้จากปริมาณเรื่องร้องเรียนกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับไว้ดำเนินการจำนวนประมาณ 19,000 เรื่อง  ได้มีการมอบหมายเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ จำนวนประมาณ 1,600 เรื่อง  ซึ่งมีจำนวนน้อยและล้วนเป็นเรื่องความผิดที่มีลักษณะไม่ร้ายแรงเท่านั้น อีกทั้ง  ยังคงเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการกำกับติดตามเรื่องดังนั้นการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฯ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ.-สำนักข่าวไทย       


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์