fbpx

ศบค.เผยตัวเลขผู้ป่วยใหม่ 27 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม

ทำเนียบฯ 20 เม.ย.- ศบค. เผยตัวเลขผู้ป่วยใหม่ 27 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม  นายกฯ ระบุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังจำเป็นต่อสถานการณ์ โดย ครม. เตรียมหารือผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เสนอการดูแลควบคุมและศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศนำมาปรับใช้ เผยมีคนไทยแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับจากต่างประเทศ หลังวันที่ 30 เมษายน จำนวน 8,998 คน


นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่าวันนี้ (20 เม.ย.)ไทยมีรายงานผู้ป่วยใหม่ 27 ราย รวมผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2,792 ราย รักษาหาย 1,999 ราย รักษาตัวอยู่ 746 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จึงทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตคงเดิมรวม 47 ราย

ทั้งนี้จากจำนวนตัวเลขผู้ป่วยใหม่ 27 ราย พบว่ามาจากการสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 16 ราย ไปสถานที่ชุมนุมชน 2 ราย ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 8 ราย  และเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ คือประเทศอังกฤษและอยู่ในสถานที่กักกัน 1 ราย ส่วนผู้ป่วยสะสม 2,792 ราย พบใน 5 จังหวัดที่สูงที่สุดได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,440 ราย ภูเก็ต 192 ราย นนทบุรี 151 ราย สมุทรปราการ 108 ราย ยะลา 101 ราย และเมื่อจำแนกอัตราป่วยต่อประชากรหนึ่งแสนคน พบว่า จังหวัดภูเก็ต มีผู้ป่วยมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 46.44 กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 25.39 ยะลา ร้อยละ 18.90 ปัตตานี ร้อยละ 12.47 และนนทบุรี ร้อยละ 12.02  และขณะที่ 9 จังหวัดคงเดิม ที่ยังไม่มีรายงานการรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และอ่างทอง


นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า มี 35 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยใหม่ ในช่วง 14 วันที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 5-18 เมษายน ได้แก่ เชียงราย เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี จันทบุรี  นครนายก บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ราชบุรี ลพบุรี ลำพูน ศรีสะเกษ สมุทรสงคราม สระบุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์  อุทัยธานี หนองคาย กาฬสินธุ์ ระยอง ตาก ประจวบคีรีขันธ์ อยุธยา สกลนคร สุรินทร์ สระแก้วและอุบลราชธานี 

ขณะที่แนวโน้มตัวเลขผู้ป่วยในกรุงเทพมหานครและนนทบุรี แนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังสูงอยู่ เมื่อเปรียบเทียบในพื้นที่ต่างจังหวัด ดังนั้นยังมีความน่ากังวลอยู่ โดยกลุ่มผู้ป่วยที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 20- 29 ปี และจำนวนผู้ป่วยยืนยันตามปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมถึง 25 เมษายน พบว่ากลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ มีมากที่สุด 843 ราย คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 221 ราย อาชีพเสี่ยง 186 ราย ผู้ป่วยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 67 รายและไปสถานที่ชุมนุมชน 57 ราย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า มีคนไทยที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับจากต่างประเทศ หลังวันที่ 30 เมษายน จำนวน 8,998 คน และ เมื่อมีการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าในวันที่ 25 เมษายน คาดว่าจะมีคนมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับจาก 14 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา 1,950 คนออสเตรเลีย 786 คน นิวซีแลนด์กว่า 600 คนอินเดียกว่า 600 คน ญี่ปุ่น 280 คนซาอุดิอาระเบีย 290 คน เมียนมาร์กว่า 600 คน โดยยืนยันทุกอย่างจะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการให้ถูกต้อง


นอกจากนี้ มีผู้ฝ่าฝืนการประกาศเคอร์ฟิว โดยมีประชาชนออกนอกเคหสถาน 660 ราย รวมกลุ่มชุมนุมและมั่วสุมจำนวน 86 ราย โดยจังหวัดที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ปทุมธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร และนครราชสีมา อยากขอทุกคนให้ความร่วมมืออย่าฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะตัวเลขเหล่านี้จะบอกได้ว่า หากมีการชุมนุมมั่วสุมกัน ก็จะมีความเชื่อมโยงในการ พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่มมากขึ้น 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้ประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ชื่นชมประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยกัน ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ลดลงและขอให้ หัวหน้าส่วนราชการดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายและเบี้ยเลี้ยงกับผู้ปฏิบัติงานทุกคนอย่างเต็มที่ 

ส่วนประเด็นเรื่องของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)นั้น นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังมีความจำเป็นในสถานการณ์นี้  ซึ่งรัฐบาลจะหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวาระถัดไป ในส่วนของการมีมาตรการผ่อนคลายนั้น จะต้องมีมาตรการออกมาก่อน จึงมอบหมายให้ส่วนราชการและผู้ประกอบการต่าง ๆ ไปปรึกษาหารือและเสนอมาว่าจะมีมาตรการอย่างไร โดยการจัดระบบต้องปลอดภัยและจะต้องดูแลเฉพาะกลุ่มอาชีพต่าง ๆ และสถานที่ให้ครอบคลุมด้วย เช่น สนามกีฬา ตลาดสด ขณะเดียวกันต้องศึกษาเรียนรู้จากต่างประเทศ ที่ได้ผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ แล้วว่ามีการดำเนินการอย่างไร แล้วนำมาปรับใช้ให้เกิดความสมดุลเหมาะสม ทั้งปัญหาด้านการติดเชื้อโควิด-19 กับปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประชาชน 

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ได้รายงานการคาดการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ตามหลักการการคำนวณทางระบาดวิทยา พบว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันการติดเชื้ออยู่ในอัตรา  1 ต่อ 1.2 คน คือประมาณ 200 คนต่อสัปดาห์ และคาดว่าในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ หากควบคุมได้ดี ตัวเลขจะค่อย ๆ ลดลงเหลือ 22 คนต่อสัปดาห์ แต่หากควบคุมไม่ดี การติดเชื้ออาจจะเพิ่มเป็น 1 ต่อ 1.8  คน ทำให้ช่วงระหว่างวันที่ 20-26 เมษายน คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อประมาณ  336 คน แต่หากควบคุมไม่ดี จะทำให้ช่วง 22-28 มิถุนายน ตัวเลขอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 2,419 รายต่อสัปดาห์ ดังนั้น จึงจะเพิ่มมาตรการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงคือผู้ใช้แรงงานและชุมชนต่าง ๆ เพื่อลดจำนวนการแพร่เชื้อ  การติดตามหาผู้สัมผัสให้พบ การค้นหาผู้ป่วยในพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง และการป้องกันการแพร่เชื้อในโรงพยาบาล 

โฆษก ศบค. กล่าวว่า ปลัดกระทรวงมาไทยได้รายงานว่า ได้จัดเตรียมสถานที่กักกันที่ภาครัฐจัดหาให้ทั่วประเทศ  796 แห่ง รองรับคนได้ 2,0941 คน โดยขณะนี้มีผู้เข้าพัก 2,339 คน ยังรองรับได้อีก นอกจากนี้ยังมีในส่วนของกระทรวงกลาโหมที่จัดหาสถานที่รองรับไว้.-สำนักข่าวไทย          

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นายกตรวจน้ำท่วมเชียงราย

นายกฯ บินเชียงราย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

“นายกฯ แพทองธาร” ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เตรียมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย พร้อมตรวจเยี่ยมการลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือของกองทัพ

ชิงทองระนอง68บาท

รวบแล้วโจรชิงทอง 68 บาท กลางห้างดังระนอง

รวบแล้ว 2 คนร้ายชายหญิง จี้ชิงทอง 68 บาท ในห้างดังกลางเมืองระนอง ฝ่ายชายรับสารภาพ ชีวิตตกต่ำ ไม่มีรายได้ จึงชวนหลานสาววัย 16 ปี มาร่วมก่อเหตุชิงทอง

น้องชายรัวยิงพี่สาวตายกลางงานศพแม่ อ้างฉุนไม่ให้ร่วมจัดงานศพ

น้องชายชักปืนรัวยิงพี่สาวเสียชีวิตกลางงานศพแม่ ภายหลังน้องชายเข้ามอบตัวกับตำรวจ อ้างเหตุผลฆ่าเพราะโมโห รู้สึกว่าพี่สาวใจดำมากที่กีดกันไม่ให้ตนช่วยจัดงานศพแม่

บุกทลายโรงงานผลิตยาเถื่อน ย่านทุ่งครุ

เจ้าหน้าที่ อย. ร่วมสืบนครบาล บุกทลายโรงงานผลิตยาเถื่อน ย่านทุ่งครุ มีเบาะแสต้นตอการทะลักของยาเขียวเหลือง ตะลึงพบซากจิ้งจกตายในหม้อต้ม ขณะที่เจ้าของโรงงานยันประกอบอาชีพโดยสุจริต

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือนพายุ “ซูลิก” ฉบับที่ 12 ฝนถล่มหลายจังหวัด

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนพายุ “ซูลิก” ฉบับที่ 12 ภาคเหนือ อีสาน กลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรง

ชายแดนแม่สายยังเละจมโคลน จับตาพายุลูกใหม่

แม้จะผ่านน้ำท่วมใหญ่ในรอบร้อยปีมาหลายวันแล้ว แต่ตอนนี้ชายแดนแม่สายยังเต็มไปด้วยความเสียหายและดินโคลนจำนวนมาก ชาวบ้านหลายคนยังไม่สมารถกลับเข้าบ้านได้

นายกฯ ตรวจความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

นายกฯ ตรวจความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค การซ้อมเป็นรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 7 ณ โรงเรือพระราชพิธี ท่าวาสุกรี และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ขณะที่ “เจ้าอาวาสวัดอรุณฯ” ให้กำลังใจทำหน้าที่ได้เต็มที่-ประสบความสำเร็จ

พายุโซนร้อน “ซูลิก” ทำฝนตกหนัก 76 จังหวัด 19-23 ก.ย.

พายุดีเปรสชันบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “ซูลิก” แล้ว คาดขึ้นฝั่งเวียดนามคืนนี้ หัวพายุส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนแล้ว ช่วงระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย.67 มีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก 76 จังหวัด