fbpx

บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมธุรกิจท่องเที่ยว จากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา

กรุงเทพฯ 31 ม.ค. – บสย. ชูโครงการ “บสย. SMEs สร้างไทย” ช่วยเหลือ SMEs กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์  ร้านอาหาร บรรเทาผลกระทบทางธุรกิจ จากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ให้ได้รับสินเชื่อจากธนาคาร พร้อมจัดมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อสำหรับลูกค้าเดิมของ บสย. แนะธุรกิจกลุ่มเสี่ยงเร่งประเมินสถานการณ์ 


นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการลดผลกระทบทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา บสย. จึงออกโครงการ “บสย. SMEs สร้างไทย” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้ได้รับสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” ของรัฐบาล โดย บสย. ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงิน และลงนามข้อตกลงความร่วมมือไปแล้วนั้น ทาง บสย. และ สถาบันการเงินจะร่วมกันให้ความช่วยเหลือทางการเงินการให้สินเชื่อเพื่อเติมทุน เสริมสภาพคล่อง ในวงเงินรวม 60,000 ล้านบาท ผ่าน ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารธนชาติ ธนาคารทหารไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารทิสโก้ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  และธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ซึ่งสถาบันการเงินจะให้การสนับสนุนด้านต่างๆ อาทิ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ สินเชื่อสูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี เป็นต้น โดยผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับคำขอค้ำประกันได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปีแรก 

ส่วนลูกค้าเดิมของ บสย. ที่อยู่ในธุรกิจภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้องซึ่งอาจได้รับผลกระทบ มีจำนวน 5,614  ราย ภาระค้ำประกัน 10,958 ล้านบาท ประกอบด้วย  ธุรกิจทัวร์ ธุรกิจขายตั๋ว จำนวน 1,012 ราย ภาระค้ำประกัน 2,157 ล้านบาท  ธุรกิจร้านอาหาร จำนวน 3,069 ราย ภาระค้ำประกัน 4,340 ล้านบาท และธุรกิจโรงแรม จำนวน 1,533 ราย ภาระค้ำประกัน 4,461 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวอาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ดังนั้น มาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ จะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ได้ โดยผู้ประกอบการ SMEs ที่ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563  สามารถพักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อออกไปอีก 12 เดือน


นอกจากนี้ บสย. แนะนำให้ผู้ประกอบการ SMEs เร่งตรวจสุขภาพธุรกิจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสามารถขอรับคำปรึกษาทางการเงินจาก บสย. หรือธนาคารผู้ให้สินเชื่อ สอบถามรายละเอียดโครงการ “บสย. SMEs สร้างไทย” และมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ได้ที่ช่องทางการให้คำปรึกษาผ่าน หมอหนี้ บสย. ที่ LINE : @doctor.tcg  และ บสย. Call Center 02-890-9999 (ในวัน-เวลาราชการ) . – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ดีเดย์นักโทษลอกท่อ กทม. แก้น้ำท่วม

วันนี้เป็นวันแรกของการปล่อยแถวนักโทษเด็ดขาดมาช่วยลอกท่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษกว่า 300 คน จากเรือนจำ 11 แห่ง มาลอกท่อระบายน้ำ นักโทษส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ออกมาทำงานนอกเรือนจำ นอกจากจะมีรายได้ ที่สำคัญยังได้วันลดโทษด้วย

เตรียมรับมือสินค้าพาเหรดขึ้นราคา เริ่มวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า ประเดิมด้วย “แก๊สหุงต้มครัวเรือน” ปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลให้แก๊สหุงต้มขนาดถัง 15 กก. อยู่ที่ 378 บาท ส่วนเรือโดยสารคลองแสนแสบ เตรียมขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท

เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วง 1-2 ก.ค.65

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ อีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.65 ขอประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบน ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง