เกษตรฯ ลั่นจำกัดใช้ 3 สาร ยันไม่พบปนเปื้อนในแหล่งน้ำ

กรุงเทพฯ 19 ธ.ค. – รมว.เกษตรฯ ระบุดำเนินมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิดอย่างเข้มงวด จนกว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสอีก 6 เดือนข้างหน้า โต้สั่งตรวจแล้วไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตรในแหล่งน้ำ ด้านปลัดเกษตรฯ ยันได้รับมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายอย่างเป็นทางการแล้ว สั่งกรมวิชาการเกษตรเดินหน้าปฏิบัติตามประกาศกระทรวงฯ หลังนานาชาติทำแล้วปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค


นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตรตามประกาศกระทรวงฯ ไม่น่าจะได้ผล ว่า เป็นมาตรการที่สากลปฏิบัติควบคุมการใช้สารเคมีทางการเกษตร โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรจะจำกัดการใช้เฉพาะพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส แต่ควรจำกัดการใช้สารเคมีอีกหลายร้อยชนิดในตลาด เนื่องจากหากใช้อย่างไม่ถูกต้องหรือใช้ปริมาณมากเกินไปย่อมเกิดอันตรายได้ทั้งสิ้น ส่วนที่มีการกล่าวว่าพบการปนเปื้อนของสารเคมีทางการเกษตรในแหล่งน้ำธรรมชาติ กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดอุทกภัยระหว่างฤดูการผลิตของเกษตรกร ได้ให้กรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดินนำน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมมาตรวจ ซึ่งไม่พบสารเคมีตกค้าง

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า มาตรการจำกัดการใช้กำหนดไว้อย่างละเอียดว่า สารเคมี 3 ชนิดใช้ได้กับพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดเท่านั้น ห้ามใช้ในพื้นที่ต้นน้ำ จำกัดปริมาณการซื้อ ผู้ขายและผู้ฉีดพ่นสารต้องได้รับการอบรมจากกรมวิชาการเกษตร ขอย้ำว่ารัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ห่วงใยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค เชื่อว่า ไม่มีใครคิดแสวงหาประโยชน์จากการไม่ยกเลิก 3 สาร จึงขอให้เลิกพูดได้แล้ว หากใครคิดเช่นนั้นถือว่า ไม่ใช่คนไทยและไม่สมควรอยู่ในประเทศไทย


นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ได้รับหนังสือรับรองมติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว ซึ่งให้ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้วัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยกำหนดระยะเวลาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 สำหรับวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 รวมทั้งมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำมาตรการรองรับการหาสารทดแทนหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับวัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส รวมถึงมาตรการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และให้นำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาภายในระยะเวลา 4 เดือนนับจากวันที่มีมติ

นายอนันต์ กล่าวว่า ได้สั่งการกรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินตามมติดังกล่าว ส่วนมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมาอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นกฎหมาย ส่วนที่มีข้อกังขาว่าเป็นมาตรการที่ไม่ได้ผลนั้น รมว.เกษตรฯ กำชับให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดตามกฎหมายทุกข้อ โดยมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตรนานาอารยประเทศใช้กันแล้วได้ผลดี สร้างความปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สำนักสงฆ์หูตาทิพย์

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์”

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์” พระอ้างใช้สอนวิปัสสนากรรมฐาน เบื้องต้นอายัดไว้พิสูจน์ดีเอ็นเอ พร้อมเอาผิดหัวหน้าสำนักสงฆ์ ฐานนำศพเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่ใช่สุสานและฌาปนสถาน

“สนธิ” ยื่นถอด “ตั้ม-เดชา” ออกจากทนาย

“สนธิ ลิ้มทองกุล” หอบหลักฐานบุกสภาทนายความ ถอดทนายตั้ม-ทนายเดชา ออกจากทนาย ระบุ ได้รับมอบอำนาจจาก “มาดามอ้อย” แล้ว เดินหน้าเอาผิด ทนายตั้มแบบสุดซอย ไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อผู้รู้กฎหมายอีก

รัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงยืนยันว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มภาคตะวันออกยูเครนเมื่อวานนี้ ตอบโต้ที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธที่ได้รับมอบจากสหรัฐและอังกฤษ

ข่าวแนะนำ

ล้มล้างการปกครอง

ศาล รธน.มีมติเสียงข้างมากไม่รับคำร้อง “ทักษิณ-พท.” ล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากไม่รับคำร้องของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ขอให้ศาลวินิจฉัยว่า “ทักษิณ-พรรคเพื่อไทย” ล้มล้างการปกครอง

คดีทักษิณ

ศาลรัฐธรรมนูญถกคำร้อง “ทักษิณ-เพื่อไทย” ล้มล้างฯ

จับตา ศาลรัฐธรรมนูญ “รับ/ไม่รับ” คำร้องปม “ทักษิณ-พรรคเพื่อไทย” ใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองหรือไม่

อุตุฯ เผยเหนือ-อีสาน อากาศเย็นในตอนเช้า ภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ เผยภาคเหนือ ภาคอีสาน มีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

“เอวา” เสือโคร่งสายแบ๊ว ดาวรุ่งดวงใหม่

หน้าตาที่น่ารักบ้องแบ๊วเหมือนแมวตัวโต ตกหัวใจคนรักสัตว์กันไปเต็มๆ สำหรับน้องเอวา เสือโคร่งสายแบ๊วของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี นอกจากหน้าตาน่ารักแล้วยังมีความสามารถหลายอย่าง จนกลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ ที่ผู้คนแห่ไปชมความน่ารักกันอย่างคึกคัก คาดจะช่วยดึงนักท่องเที่ยวไปที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ