นักวิชาการเชื่อคดีถือหุ้นสื่อไม่ถึงขั้นยุบพรรคอนาคตใหม่

กรุงเทพฯ 20 พ.ย.- นักวิชาการ มองกรณี ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ให้สมาชิกภาพ ส.ส. ของ “ธนาธร” สิ้นสุด ไม่ถึงขั้นการยุบพรรค ชี้ต้องใช้บรรทัดฐานเดียวกันพิจารณา ส.ส.ถือหุ้นสื่อ ชี้กรณีนี้ไม่ถึงขั้นดึงมวลชนลงถนนได้


นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จากกรณีการถือหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ว่า กรณีนี้ไม่ถึงขั้นนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล หากจะขยายผลคงจะไกลเกินไป  ซึ่งหากจะนำไปสู่ การยุบพรรคต้องโยงไป 3 ระดับ คือ ผลจากศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ต้องนำไปสู่ การพิจารณาในมาตรา 151 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกอบกับมาตรา 132  ว่ามีการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต โดยตัวนายธนาธร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังลงรับสมัครเลือกตั้งไปจนถึงกรรมการบริหารพรรค แต่หากจะขยายผลไปก็ค่อนข้างไกล 

”ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องสิ้นสุดเฉพาะตัว  ไม่ถึงขั้นว่ารู้อยู่แล้ว ว่าตนเองขาดคุณสมบัติ และยังลงรับสมัครเลือกตั้ง ซึ่งจะนำไปสู่โทษทางอาญา และไม่ใช่เรื่องที่กรรมการบริหารพรรค และตัวนายธนาธร รู้อยู่แล้ว จึงตั้งใจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม คงไม่ไปไกลขนาดนั้น แต่หากเป็นกรณี ที่นายธนาธร ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน ประเด็นนี้อาจนำไปสู่การยุบพรรค เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นการใช้เงินผิดประเภท ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ไม่มีข้อกำหนดว่าเป็นเงินบริจาคหรือไม่”นายเจษฎ์ กล่าว


นายเจษฎ์ ยังกล่าวถึงผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการถือครองหุ้นสื่อ ว่า เรื่องนี้ควรจะเป็นบรรทัดฐาน ในการพิจารณาคดีการถือครองหุ้นสื่อของ ส.ส.คนอื่น ๆ ด้วย

ส่วนหลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะนำไปสู่การดึงมวลชนลงสู่ถนนหรือไม่นั้น นายเจษฎ์ กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นที่จะดึงมวลชนลงถนนได้ แต่อาจจะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกร่วมของมวลชนได้ เพราะพรรคอนาคตใหม่มีการดำเนินการรวมมวลชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ยังมีคดีอีกหลายคดี เช่น กรณีที่น่ากังวลคือการให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน ที่อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคได้ จุดนี้อาจจะนำพาอารมณ์ของมวลชนลงไปสู่ถนนได้ 

ซึ่งวันนี้เป็นแค่กรณีของนายธนาธร แต่หากวันข้างหน้า เชื่อมโยงเกี่ยวข้องไปถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และนางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ อาจจะกระตุ้นอารมณ์ของคนได้มากขึ้น


ด้านนายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยสุโขทัย     ธรรมาธิราช มองว่า กรณีของการถือครองหุ้นสื่อ นายธนาธร อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 132 ว่ามีการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และกรรมการบริหารพรรครับรู้จะนำไปสู่การยุบพรรคได้  แต่ ต้องดูว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.) จะดำเนินการไปถึงโดนศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคหรือไม่  ซึ่งมาตรา 132 ต้องวินิจฉัยโดยละเอียดว่าการกระทำใด คือทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม 

นายยุทธพร กล่าวว่า หากมองว่านายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคหรือเป็นแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรี จะนำมาซึ่งความไม่เสมอภาคในการเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยตีความ หรือรวมไปถึงมาตรา 151 เรื่องการดำเนินคดีอาญา ว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง จะนำไปสู่การร้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้มีโทษสูง ถึงขั้นถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต.ด้วย ทั้งนี้จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นบรรทัดฐานเกี่ยวกับการพิจารณาคดีการถือครองหุ้นสื่อ ของ ส.ส.ที่อยู่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือมีผลผูกพันกับทุกองค์กร

นายยุทธพร มองว่า การเคลื่อนไหวจนนำไปสู่การชุมนุมตามท้องถนนคงไม่เกิดขึ้นเหมือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะบริบททางการเมืองเปลี่ยนไป โอกาสจะเป็นการเมืองแบบท้องถนนคงไม่เกิดขึ้นได้ง่าย ส่วนทิศทางของพรรคอนาคตใหม่ยังคงมีโจทก์ต้องแก้ไขปัญหาอีกหลายเรื่อง เพราะมีคดีเกือบ 20 คดี ความเป็นไปได้ที่จะถูกยุบพรรคก็มีเช่นกัน รวมถึงความเสี่ยงที่ นายธนาธร จะถูกดำเนินคดีทางอาญาก็ยังมีอยู่ เพียงแต่คำวินิจฉัยวันนี้อาจเป็นการสร้างทางเลือกให้กับพรรคอนาคตใหม่มากขึ้น ทั้งรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น นายธนาธร สามารถลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต หรือ ลงรับสมัครเลือกตั้งในระดับการเมืองท้องถิ่นเช่น ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร  หรือจะใช้บทบาทการเป็นกรรมาธิการ วิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ หรือกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไข รัฐธรรมนูญ.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม

“วันนอร์” ของขึ้น! ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่นปมญัตติใครขึ้นก่อน

สภาเดือด “วันนอร์” ของขึ้น! ลุกยืน ขอ ตร.สภาเข้าชาร์จ หลังเถียงกันวุ่น เอาญัตติใครขึ้นก่อน เหตุ “อนุสรณ์” เสนอญัตติเลื่อนระเบียบวาระเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพิจารณาครั้งถัดไป ซ้อน “เท้ง” เรื่องแผ่นดินไหว “ไอติม” ก็เดือด ทุบโต๊ะ แซะรัฐบาล ไม่กี่ชั่วโมงก็รอไม่ได้ จะเอา “กาสิโน” เข้าทันทีเลย ด้าน “ชัยชนะ” นั่งไม่ติดขอใช้สิทธิพาดพิง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน ทำ “ปกรณ์วุฒิ” โต้กลับ เบรกอย่าประท้วงมั่วซั่ว ขณะ “โรม” ลุกโวยปิดไมค์แต่ฝ่ายค้าน สุดท้ายแพ้ ญัตติขอเลื่อนระเบียบวาระถูกพิจารณาก่อน