อดีตนายพลหัวร้อนยอมจ่ายค่าเสียหายแล้ว หลังขับฟอร์จูนเนอร์เฉี่ยวชน จยย.

กรุงเทพฯ 15 พ.ย.- คู่กรณีจากอุบัติเหตุอดีตนายพลขับรถเก๋ง ฟอร์จูนเนอร์ ชนรถจักรยานยนต์แล้วไม่ลงมาเจรจาก่อนขับรถหลบหนี วันนี้ตำรวจได้นัดมาตรวจสภาพรถและเรียกคู่กรณีมาเจรจาค่าเสียหายแล้ว ขณะที่ตำรวจแจ้งเพิ่มอีก 1 ข้อหา


หลังจากเหตุการณ์ที่คนขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เฉี่ยวชน กับรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ยอมลงมาดูผู้เสียหาย จากนั้นได้ขับรถหลบหนี จนถูกผู้ขับขี่จักรยานยนต์รายอื่นๆ ไล่ตามขวางเพื่อหยุดลงไปดูคู่กรณี แต่คนขับกลับชนฝ่าวงล้อม จนไปถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา และทราบชื่อผู้ขับขี่คือ พลตรีสุรศักดิ์ จิตต์บุญ อายุ 76 ปี และถูกแจ้งข้อหากล่าวหาทำให้เสียทรัพย์ และ ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย


 ล่าสุดวันนี้ (15 พ.ย.) พลตรีสุรศักดิ์ ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจคลองตัน เพื่อไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี และนำรถยนต์มาตรวจสภาพความเสียหาย โดยตำรวจจากกองบังคับการตำรวจจราจรได้มาร่วมตรวจความเสียหาย ที่เกิดขึ้นของรถคู่กรณี

นายอนันต์ จันทร์ภู่ ผู้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งเป็นคู่กรณีคนแรก ระบุว่าในวันเกิดเหตุก็ขับรถตามเส้นทางปกติ และเห็นว่ารถยนต์ขับเปลี่ยนเลนไปมา จนมีการเฉี่ยวชนที่แฮนด์รถด้านข้างซ้าย แต่รถไม่ได้ล้มลง ซึ่งก็ได้พยายามจอดรถเพื่อสอบถาม แต่คนขับรถไม่ยอมลงมาเจรจาด้วย ก่อนขับรถยนต์หนีไปต่อ ซึ่งก็ได้ขับรถตามจนเกิดเหตุขึ้นกับรถจักรยานยนต์อีกคันที่ขับรถตาม ส่วนรถจักรยานยนต์ของตัวเองไม่เสียหาย จึงไม่ติดใจและไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขับรถ


ด้านนายวรยุทธ ปิ่นใจ ผู้เสียหายที่ขับรถตามรถเก๋งที่ก่อเหตุ เปิดเผยว่า รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายหลังจากที่รถเก๋งได้ขับรถชนเพื่อที่จะหลบหนี และไม่ได้ลงมาเจรจา แต่ก็พร้อมที่จะไกล่เกลี่ยพร้อมขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย ค่าซ่อมรถ เป็นเงินประมาณ 2 หมื่นบาท เนื่องจากเสียหายบริเวณศูนย์ถ่วงของรถ

ขณะที่พลตรีสุรศักดิ์ ระหว่างที่เดินทางมาที่สถานีตำรวจ พยายามหลบเลี่ยงสื่อมวลชนโดยเข้าไปในห้องสืบสวนทางด้านหลัง และระหว่างที่มาร่วมตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ก็เปิดเผยว่า ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมดในเฉพาะส่วนที่ตัวเองทำผิด ส่วนเหตุที่ไม่ลงจากรถยนต์มาเจรจากับคู่กรณี เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากรถจักรยานยนต์อยู่โดยรอบจำนวนมาก

สำหรับการตรวจสอบความเสียหายของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์คู่กรณีจากผู้เชี่ยวชาญ พนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมไว้เป็นหลักฐานดำเนินคดี และวันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาปทุษร้ายต่อร่างกายกับอดีตนายพลเพิ่มอีก 1 ข้อหา .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้

ไทยตอนบนอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้น มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน และร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้