ผบช.น. มอบนโยบาย เน้นจงรักภักดี จราจรคล่องตัว ปราบอาชญากรรม

บช.น. 16 ต.ค. – ผบช.น. สั่ง บก.จร. เป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาจราจรเมืองกรุง เน้นจราจรคล่องตัว ไม่เน้นยอดจับกุม พร้อมเดินเครื่องปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ หลังตัวเลขจับกุมช่วง 11 เดือน ลดลง


พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  มอบนโยบายให้ตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ – ผู้กำกับการ เน้นพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนพระเกียรติ เพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การถวายความปลอดภัยเส้นทางเสด็จ  พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนที่ใช้เส้นทาง โดยให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด  

ส่วนนโยบายทั่วไป ด้านความมั่นคง เน้นบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบของสังคม เช่น การเก็บข้อมูลที่พัก ข้อมูลร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์ที่อาจนำมาประกอบวัตถุระเบิด  เป็นต้น


ด้านงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม  เน้นการป้องกัน  การเข้าหาประชาชน การใช้กำลังให้เหมาะสม และรักษาภาพพจน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การรับแจ้งเหตุและเข้าระงับเหตุโดยเร็ว พร้อมเน้นการจับกุมคดีอาชญากรรมที่รัฐเป็นผู้เสียหาย หลังผลการจับกุมของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมาติดลบ 

ด้านการอำนวยความยุติธรรม ย้ำให้ พนักงานสอบสวนต้องกล้าบังคับใช้กฎหมายและหาช่องทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย  ต้องทำสำนวนคดีค้างให้เสร็จตามระยะเวลา และทุกสำนวนคดีต้องมีพนักงานสอบสวนรับผิดชอบ  โดยเฉพาะคดีที่รัฐบาลหรือสังคมให้ความสนใจ   รวมถึงคดีค้ามนุษย์ หัวหน้าหน่วยต้องกำกับดูแลให้ความสำคัญกับการสอบสวน  รอบคอบ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน 

ท่ี่สำคัญงานสืบสวน ต้องเป็นมืออาชีพ ให้ความสำคัญกับทุกคดี การสืบสวนผู้ต้องหา แสวงหาพยานหลักฐานให้ครบถ้วน สนับสนุนฝ่ายสอบสวน ติดตามหมายจับค้างเก่า 


ส่วนงานจราจร ได้เน้นนโยบาย “การจราจรคล่องตัว ลดอุบัติเหตุ” โดยให้ บก.จร. เป็นเจ้าภาพหลักแก้ไขปัญหาจราจรในภาพรวม เน้นภารกิจอำนวยความสะดวกการจราจร  ไม่เน้นยอดการจับกุม มีการจัดการจราจรในภาวะวิกฤต เช่น น้ำท่วม  ไฟไหม้ และรถชน  ตั้งจุดกวดขันจับกุมยานพาหนะที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ (PM 2.5)  ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์  กวดขันวินัยจราจร และห้ามเรียกรับผลประโยชน์ หรือกลั่นแกล้งจับกุมโดยเด็ดขาด

สำหรับด้านการปราบปรามยาเสพติด ให้ใช้ยุทธวิธีทุกรูปแบบภายใต้กฎหมาย ตำรวจต้องไม่เข้าไปพัวพันยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หากตรวจพบให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและคดีอาญาอย่างเด็ดขาด โดยหัวหน้าสถานี หรือผู้บังคับบัญชาใกล้ชิด ต้องสอดส่องดูแลอย่างจริงจัง. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สำนักสงฆ์หูตาทิพย์

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์”

ขุดพบ 12 ศพ ในสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาด “สอนหู-ตาทิพย์” พระอ้างใช้สอนวิปัสสนากรรมฐาน เบื้องต้นอายัดไว้พิสูจน์ดีเอ็นเอ พร้อมเอาผิดหัวหน้าสำนักสงฆ์ ฐานนำศพเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่ใช่สุสานและฌาปนสถาน

“สนธิ” ยื่นถอด “ตั้ม-เดชา” ออกจากทนาย

“สนธิ ลิ้มทองกุล” หอบหลักฐานบุกสภาทนายความ ถอดทนายตั้ม-ทนายเดชา ออกจากทนาย ระบุ ได้รับมอบอำนาจจาก “มาดามอ้อย” แล้ว เดินหน้าเอาผิด ทนายตั้มแบบสุดซอย ไม่ให้มีคนตกเป็นเหยื่อผู้รู้กฎหมายอีก

รัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แถลงยืนยันว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ถล่มภาคตะวันออกยูเครนเมื่อวานนี้ ตอบโต้ที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธที่ได้รับมอบจากสหรัฐและอังกฤษ

ข่าวแนะนำ

โค้งสุดท้าย ศึกสองนารีชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นครฯ

เหลือไม่ถึง 2 วันแล้ว ที่ชาวนครศรีธรรมราชจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.นครฯ ศึกนี้เป็นการสู้กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาฐานที่มั่นไว้ให้ได้ อีกฝ่ายต้องการเจาะฐานให้แตก เพื่อหวังครองที่นั่งการเมืองระดับชาติในสมัยหน้า

ร้อนระอุโค้งสุดท้าย ศึกชิงเก้าอี้ นายก อบจ.อุดรธานี

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ครั้งนี้ดุเดือดเกินคาด ผู้สมัครจาก 2 พรรคใหญ่ลงชิงชัย ต่างเร่งเครื่องเต็มที่ในโค้งสุดท้าย การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.นี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้จังหวัดอุดรธานี ไปติดตามจากรายงาน

ความเห็นนักวิชาการ คดีทักษิณ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย ร่วมกันกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ขณะที่นักวิชาการชี้ว่าไม่ได้พลิกไปจากความคาดหมาย และผลจากคดีนี้ ไม่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องระวัง