สตช.ประนามผู้ไม่ประสงค์ดีอาศัยเหตุการณ์ทำสงคราม”IO”ทำลายความน่าเชื่อถือของภาครัฐ

กรุงเทพฯ 5 ส.ค.- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประนามผู้ไม่ประสงค์ดี อาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำสงคราม “IO” มาเป็นเครื่องมือทำลายความน่าเชื่อถือของภาครัฐและแสวงหาประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง


พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุความวุ่นวานตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ กทม. และใกล้เคียง  สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนชี้แจงข้อมูลความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน ข้อมูลข่าวสารที่ไม่กระทบต่อรูปคดีให้ประชาชนและสังคมได้รับทราบเป็นระยะ  ว่า

หลังจากเกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้เร่งพิสูจน์ทราบและจับกุมคนร้ายที่พยายามสร้างสถานการณ์ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว พร้อมขยายผลผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้เร่งระดมสรรพกำลังในการสืบสวนสอบสวน หาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย 


ซึ่งยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี อาศัยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างข่าว บิดเบือนข้อเท็จจริง นำเข้าข้อมูล ทั้งโพสต์และแชร์ ในโซเชียลมิเดีย ทำให้สังคมเกิดความสับสน ตืนตระหนกและสร้างความเกลียดชัง ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น มีการลงข่าวในลักษณะที่ว่าแค้นทหาร , แกนนำที่ถูกควบคุมเสียชีวิตในค่ายทหาร และ “ใต้สงบ งบไม่มา มีการจัดฉากขึ้นโดยทหารเลวๆของตู่ที่ส่งไปประจำการ เพื่อกินงบ เสียงจากตำรวจ ได้รับแจ้งให้ไปเก็บกู้ระเบิด แต่เมื่อไปถึงทหารที่ตรึงพื้นที่ได้ไล่ให้กลับ ดูให้จบจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาคใต้..นี่คือเหตุอย่างที่ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า..การแก้ปัญหาภาคใต้นั้นไม่ยากหาก..รัฐบาลและกองทัพจริงจังจริงใจ..นี่คือเรื่องจริงครับพี่น้อง…” 

ซึ่งเนื้อหาในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ บันทึกเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.แชน วรงคไพสิฐ หรือ ดาบแชน ตำรวจเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ขณะไปตรวจที่เกิดเหตุ (ซึ่งปัจุบัน พล.ต.ท.แชน วรงคไพสิฐ หรือ ดาบแชน ได้เสียชีวิตไป ตั้งแต่ 28 ต.ค. 2556 จากการปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประนามผู้ไม่ประสงค์ดี อาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำสงครามข้อมูลข่าวสาร (iO) นำเอาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ มาเป็นเครื่องมือทำลายความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐและแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเอง กลุ่มและพวกพ้อง ลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความสับสนและความเกลียดชัง ให้กับประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ขอให้สังคมช่วยกันตรวจสอบ รุมประณามการกระทำในลักษณะดังกล่าว และขอเตือนไปยังกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี นำข้อมูลที่บิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งผู้แชร์และผู้โพสต์ อาจเข้าข่ายความความผิดตามกฎหมายบ้านเมืองและถูกดำเนินคดีตามข้อหาความผิดได้


พร้อมกันนี้ขอให้พี่น้องประชาชน เชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรับฟังข่าวสารจากทางราชการ เท่านั้น

ทั้งนี้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากมีข้อมูลหรือเบาแสในเรื่องดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191,1599 ตลอด 24 ชม.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ไม่เอาไว้! ต่างด้าวสร้างปัญหาให้บุคลากรการแพทย์เมืองปาย

ผบช.สตม. ลั่น ไม่เอาไว้! ต่างด้าวสร้างปัญหาให้บุคลากรการแพทย์เมืองปาย เพิกถอนใบอนุญาต ผลักดันออกนอกประเทศทันที

ตรวจสอบ The Park เขาหลัก งบก่อสร้าง 140 ล้าน คุ้มค่าหรือไม่?

สำนักข่าวไทย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านให้ช่วยเข้าไปตรวจสอบการก่อสร้างโครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งเมืองพังงา หรือ The Park เขาหลัก ริมหาดบางเนียง หลังมีข้อมูลว่าเป็นโครงการที่ก่อสร้างด้วยงบกว่าร้อยล้านบาท แต่ปัจจุบันกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ และถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพรกร้าง

ลูกสาวสารภาพจุดไฟเผาพ่อวัย 73 ดับคากระท่อม

ลูกสาวเปิดปากสารภาพจุดไฟเผาพ่อวัย 73 ปี เสียชีวิตในกระท่อม ข้างลานรับซื้อข้าวเปลือก ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์

พิรงรองคุก2ปี

คุก 2 ปี “พิรงรอง” กสทช. คดี “ทรู” ฟ้องกลั่นแกล้ง

ศาลสั่งจำคุก 2 ปี “พิรงรอง” กรรมการ กสทช. ไม่รอลงอาญา ผิดมาตรา 157 ชี้มีเจตนากลั่นแกล้ง “ทรูไอดี” ให้ได้รับความเสียหาย กรณีออกหนังสือเตือนโฆษณาแทรกในทีวีดิจิทัล

ข่าวแนะนำ

เมียวดีระส่ำ! ปั๊มเหลือน้ำมันสำรองได้อีก 3-4 วัน

เมียวดีระส่ำหนัก หลังไทยตัดกระแสไฟฟ้า-อินเทอร์เน็ต-น้ำมันข้ามชายแดน โดยเฉพาะน้ำมันขาดแคลนหนัก ปั๊มน้ำมันกว่า 20 แห่ง เหลือน้ำมันสำรองได้อีก 3-4 วัน ประธานหอการค้าเมียวดี เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวน อยากให้ 2 ประเทศ ร่วมกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ถูกจุด