พม.เปิดลงทะเบียนเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ปี62 สิ้นเดือนนี้

สะพานขาว 8 พ.ค.-พม.เปิดลงทะเบียนโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ปี62 เริ่ม 31พ.ค.–31ก.ค.62 พร้อมขยายวงเงินจาก400 บาทเป็น 600 บาทต่อเดือน และขยายอายุเพิ่ม จากเดิมแรกเกิด 0-3ปี  เป็นแรกเกิด-6 ปี 


นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นายปิติภณ โพธิ์ใต้ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย  และนายโทมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ยูนิเชฟ ร่วมแถลงข่าว “โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด” ภายหลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 มีมติให้สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0 – 6 ปี จากฐานรายได้เดิม 36,000 บาทขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม  – 31 กรกฏาคม 2562  


นายปรเมธี  กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงความสำคัญของการมีพัฒนาการที่สมวัยของเด็กแรกเกิด จึงได้สร้างระบบคุ้มครองทางสังคม ด้วยการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดในครัวเรือนยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน เพื่อเป็นมาตรการให้บิดามารดา นำเด็กเข้าสู่ระบบบริการของรัฐและได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามยุทธศาสตร์การพัฒนาและส่งเสริมสร้างศักยภาพคนของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่12 (พ.ศ. 2560 – 2564)  และแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติฉบับที่1(พ.ศ. 2555 – 2559) และฉบับที่2 (พ.ศ.2560–2564) ที่ได้กำหนดไว้รวมทั้งเป็นหลักประกันให้เด็กได้รับสิทธิด้านการอยู่รอดและการพัฒนาตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม มุ่งให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสอดรับกับทิศทางกระแสโลกเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)ที่มีนัยสำคัญถึง“การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”(Leave No One Behind) เน้นว่ารัฐต้องประกันสิทธิแก่เด็กแต่ละคนโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กทุกคนให้เสมอภาค

 


ทั้งนี้ พม.โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้กำหนดแผนการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ดังนี้ ระยะที่ 1 ให้กับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 –30 กันยายน 2559 รายละ 400 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ระยะที่ 2 พ.ศ. 2560 –2561 เพิ่มวงเงินจาก 400 บาท เป็น 600บาทต่อคน และขยายระยะเวลาเพิ่มจาก 1 ปี เป็น 3 ปี ระยะที่ 3 พ.ศ. 2562 สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตั้งแต่ 0– 6 ปีและจากฐานรายได้เดิม 36,000 บาท ขยายเป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2562 นั้น มีเด็กได้รับสิทธิแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ 1. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2561 และเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิรายเดิมจะได้รับเงินต่อเนื่องจนอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ 2. เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558– 30 กันยายน 2561 ที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่เคยได้รับสิทธิมาก่อน ให้ไปลงทะเบียนที่ท้องถิ่น 3.เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 –30 กันยายน 2562 กรณีมาลงทะเบียนในปีงบประมาณ 2562 จะได้รับสิทธินับจากวันที่เด็กเกิดจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ แต่หากลงทะเบียนหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2562  ไปแล้ว จะได้รับเงินนับจากวันที่ลงทะเบียนเป็นต้นไป จนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

โดย พม. ได้ดำเนินการปรับปรุงระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชนว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2562 ให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้รองรับกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ซึ่งปัจจุบันมีผู้มีสิทธิจำนวน 600,000 คน และคาดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณ  2562จะมีเด็กได้รับสิทธิประมาณ 1,500,000 คน รวมทั้ง พัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำเข้าข้อมูลแบบสมบูรณ์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ยื่นคำร้องของรับเงินอุดหนุน การตรวจสอบสถานะของผู้มีสิทธิของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่  ในฐานะเจ้าของข้อมูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าของกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนาให้ผู้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิสามารถตรวจสอบสิทธิได้ด้วยตนเอง 

ทั้งนี้ พม.จะเปิดให้ผู้มีสิทธิได้ยื่นคำร้องขอรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.- 31ก.ค.62 โดยผู้มีสิทธิที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถลงทะเบียนยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร และผู้อาศัยในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำร้องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เด็กอาศัยอยู่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร 0 2255 5850-7 ต่อ 121,122,123 ,147และ 0 2651 6534 โทรสาร 0 2253 9119 หรือติดตามที่ Facebook โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]