“โกรัตน์” มอบตัวแล้ว หลังครอบครัวผวา ยันไม่กลับเข้าบ้าน

นครศรีธรรมราช 27 ก.ค.-“โกรัตน์” ย่องเงียบเข้ามอบตัวกับตำรวจนครศรีธรรมราช หลังครอบครัวและพ่อตาต่างผวาถูกขู่ฆ่ายกครัว ด้านตำรวจขอศาลออกหมายจับคดีพยายามฆ่า และศาลอนุมัติหมายจับทันควัน


จากกรณี “โกรัตน์” นักธุรกิจส่งออกส้มโอทับทิมสยาม ก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยา และขู่ฆ่ายกครัวพ่อตาและลูก ใน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวม 7 ชีวิต ทำให้ต้องหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และให้การว่า “โกรัตน์” พัวพันเรื่องยาเสพติด ทำให้กำลังตำรวจต้องเร่งติดตามตัว

ค้นบ้านเสี่ยส่งออกส้มโอปากพนังคดีทำร้ายภรรยา-ขู่ฆ่ายกครัว


ล่าสุดวันนี้ (27 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามความเป็นอยู่ของทั้ง 7 ชีวิต โดยนายสำเร็จ กุลคง อายุ 79 ปี พ่อตาของ โกรัตน์ ยืนยันว่า หากตำรวจยังจับกุมตัวโกรัตน์ไม่ได้ ตนเองก็ไม่กล้าพาลูกและหลานกลับเข้าบ้านอย่างเด็ดขาด และจะไม่ขอย้ายกลับไปอยู่ในความคุ้มครองของตำรวจนครศรีธรรมราช เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่จะขออยู่ในความคุ้มครองของทหารในค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ จ.ตรัง


อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในวันที่ 21 สิงหาคม หลังจากที่ “โกรัตน์” รู้แหล่งกบดานหลบซ่อนตัวของฝ่ายภรรยา ก็ได้ยกพวกพร้อมรถยนต์หรูประมาณ 6-7 คัน พร้อมสวมเสื้อเกราะและอาวุธครบมือไปกดดันปิดล้อมให้เจ้าของสถานที่ปล่อยตัวทั้ง 7 คน แต่เจ้าของสถานที่ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.ปากพนัง และตำรวจได้เผชิญหน้ากับ”โกรัตน์” แต่ตำรวจไม่ยอมจับกุมเพื่อดำเนินคดี หรือนำตัวไปตรวจหาเสพติด ทำให้ทุกคนต้องหนีตายออกจากนครศรีธรรมราช มีรายงานเพิ่มเติมว่า ภาพวงจรปิดภายในบ้านของคืนวันที่ 14 สิงหาคม หลังจากทุกคนหนีออกจากบ้าน พบภาพ “โกรัตน์” นุ่งกางเกงในตัวเดียว มือขวาถือปืนสั้นเดินอยู่ในบ้านเพียงลำพัง  ซึ่งคนสนิทยืนยันว่า “โกรัตน์” มีอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก โดยกระบอกหนึ่งได้มาจากผู้กำกับการ สภ.แห่งหนึ่งในพัทลุง

อย่างไรก็ตาม  ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พ.ต.อ.วสันต์ พวงน้อย ผกก.สภ.ปากพนัง กำลังยื่นหลักฐานเพื่อออกหมายจับ”โกรัตน์” ที่ศาลจังหวัดปากพนัง และในที่สุดศาลได้อนุมัติหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าอีกคดี  ในช่วงเดียวกันปรากฏว่า”โกรัตน์” พร้อมทนายความ แอบเดินเข้ามอบตัวที่ สภ.ปากพนัง โดย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทันที  โดย “โกรัตน์” ถูกอนุมัติหมายจับ ข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ รวมถึงล่าสุดในวันนี้ (27 ส.ค.61) ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มคดี คือ ข้อหาพยายามฆ่า

ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าขณะนี้มีหมายจับล่าสุดคือ พยายามฆ่า รวมถึงแจ้งข้อหาอื่นๆ ให้ทราบแล้ว ส่วนเรื่องยาเสพติด เจ้าตัวยินดีที่จะให้ตรวจเลือด และถ้าพบสารเสพติดก็พร้อมทำการบำบัด โดยจะแจ้งให้ผู้เสียหายทั้ง 7 ชีวิต ให้รับทราบว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ทั้งนี้ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.ปากพนัง และหลังจากนี้เตรียมนำตัวส่งศาลเพื่อฝากขัง โดยจะคัดค้านประกันตัว ส่วนผู้เสียหายที่อยู่ จ.ตรัง เป็นความสมัครใจ เพราะมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น ซึ่งตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่เช่นกัน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า