กรุงเทพฯ 21 ก.ย. – กทม.ซ่อมรถดับเพลิงฉาวล็อตแรกเสร็จแล้ว 18 คัน เตรียมส่งมอบให้สถานีดับเพลิงต่างๆ ภายในสัปดาห์หน้า และศุกร์นี้เตรียมเจรจาเอกชนขอลดค่าที่จอดรถล็อต 2 ขอไม่เกิน 300 ล้านบาท
พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)ตรวจความคืบหน้าการซ่อมบำรุงรถดับเพลิง พร้อมเครื่องสูบน้ำชนิดแบกหาม ยี่ห้อ MITSUBISHI รุ่น L200 ซึ่งเป็นรถดับเพลิงล็อตแรกที่ กทม.เคลื่อนย้ายมาจากบริษัทเทพยนต์ฯ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 176 คัน และมอบหมายให้กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง เป็นผู้ดำเนินการซ่อมบำรุงเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ ทั้งหมดจำนวน 71 คัน
พลตำรวจเอกอัศวิน กล่าวว่า เบื้องต้นช่างได้ซ่อมแซมตามสภาพของรถแต่ละคัน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ เช่น เปลี่ยนยาง เครื่องยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ขณะนี้ซ่อมเสร็จแล้วจำนวน 18 คัน และเตรียมกระจายไปยังสถานีดับเพลิงต่างๆ ภายในสัปดาห์หน้า และภายในสิ้นเดือนนี้ จะสามารถซ่อมรถดับเพลิงล็อตแรก เพื่อนำออกมาใช้งานได้ทั้งหมด 35 คัน ยืนยันค่าซ่อมในล็อตแรก 183 ล้านบาท คุ้มค่ากว่าซื้อใหม่
สำหรับกรณีปัญหาจ่ายค่าเก็บอุปกรณ์ดับเพลิงที่นำไปฝากไว้ท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย และท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น พลตำรวจเอกอัศวิน กล่าวว่า ล่าสุด กทม.ส่งจดหมายเจรจากับกรมศุลกากร เพื่อขอความเห็นใจยกเว้นการเสียภาษีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเดียวกัน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์
ส่วนการเจรจาค่าที่จอดรถดับเพลิงล็อต 2 จำนวน 139 คัน ที่ท่าเรือแหล่มฉบัง กับบริษัท นามยงค์ ฯ ในวันศุกร์นี้( 23 ก.ย.) กทม. และ นามยงค์ฯ จะต้องตกลงราคาให้แล้วเสร็จ เพื่อแจ้งต่อศาล แต่ขณะนี้การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจาก นามยงค์ ฯ ยืนยันเรียกค่าเสียหายกว่า 900 ล้านบาท แต่ กทม.เห็นว่า สามารถจ่ายได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท ทั้งนี้ กทม.มั่นใจเสียค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหารถดับเพลิงในคดีฉาวไม่เกินกว่า 800ล้านบาท ภายใต้วงเงินที่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทสไตเออร์ฯ.–สำนักข่าวไทย