วิปสนช.ยันไม่มีใบสั่งเลือก กกต.

รัฐสภา 11 ก.ค.- วิปสนช.ยันไร้ใบสั่งโหวต  7 กกต.คาดใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงรู้ผล เหตุผลสอบประวัติแต่ละคนยาวเพราะถามไปถึง 22 หน่วยงาน 


นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า การประชุมสนช.วันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) วาระแรก เป็นการประชุม เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากคณะกรรมการตรวจสอบประวัติและความประพฤติ ได้ตรวจสอบประวัติว่าที่กกต.ทั้ง 7 คนแล้ว โดยประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ จะแถลงชี้แจงว่าตรวจสอบประวัติไปยังหน่วยงานต่าง ๆ 22 หน่วย ตั้งแต่ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ป.ป.ช. ป.ป.ง. ป.ป.ท. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สันติบาล หน่วยงานต้นสังกัดเดิม แต่รายละเอียดเป็นอย่างไร เมื่อหน่วยงานเหล่านั้นรายงานกลับมา ได้เชิญผู้ที่ได้รับสรรหาในเบื้องต้นทั้ง 7 คนมาซักถาม และชี้แจงถึงข้อกล่าวหาต่าง  ๆ โดยเฉพาะบางคนที่ถูกกล่าวหาว่ามีคดี 

“ในรายละเอียด จะขอประชุมลับ ซึ่งมีเอกสารข้อมูลจำนวนมาก  ผมยืนยันว่าไม่มี ใบสั่ง หรือมีใครขอให้เลือกใคร ที่ประชุมจะลงมติตามเนื้อผ้าด้วยความเป็นธรรม คาดว่าจะใช้เวลาการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง ลงมติ และนับคะแนน แต่โดยผู้ที่จะได้เป็นกกต.จะต้องมีเสียงให้ความเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ 246คน จึงต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 123 คะแนน” นายสมชาย กล่าว


ส่วนที่มีข้อเสนอว่าให้ใช้วิธีทาบทาม  เป็นสัญญาณว่าจะเลือกได้ไม่ครบหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ถือเป็นสัญญาณเพราะไม่ทราบว่าจะโหวตผ่าน ครบหรือไม่ แต่หากได้ไม่ครบ ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะต้องประชุมเพื่อรับสมัครหรือทาบทามส่วนที่ขาด แต่หากมีผู้ได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งเกิน 5 คน ว่าที่กกต.จะต้องนัดประชุมภายใน 15 วัน เพื่อเลือกประธาน แล้วจึงจะนำรายชื่อประธานและว่าที่กกต.ขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับว่าที่กกต.ทั้ง 7 คนมาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา 5 คน คือ  นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นักวิชาการสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์   นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์  นายพีรศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการหลายจังหวัด  นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน ซึ่งเป็น 2 คนเดิมที่เคยเสนอชื่อ คือ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย