ก.เกษตรฯ หนุนซีพีรับซื้อผักปลอดสารจากเกษตรกร

ก.เกษตรฯ 26 เม.ย. – ก.เกษตรฯ ลงนามกับซีพีรับซื้อผักปลอดสารจากเกษตรกร อ.ดอนตูม นครปฐมโดยตรง พร้อมขยายความร่วมมือเกษตรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ ดูแลพันธสัญญาเป็นธรรมให้เกษตรกร  ลดปัญหาเรียกร้อง ย้ำชาวสวนส่งทุเรียนคุณภาพให้ตรงกำหนด ยอมรับปีนี้ราคาจากสวนพุ่ง 70-100 บาท 



นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายศุภชัย เจียรวนนท์  ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นสักขีพยานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน” ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผัก บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (มหาชน) หลังจากเกษตรกร อ.ดอนตูมทดลองปลูกพืช ผัก ปลอดสารเกษตรอินทรีย์เป็นเวลา 4 เดือน และได้ผลผลิตตามมาตรฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการตลาดนำการผลิต จึงได้ดึงภาคเอกชนรายใหญ่เข้ามารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อนำผลผลิตจำหน่ายในกลุ่มซีพีออลและแม็คโคร หวังสร้างตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกร เมื่อมีการวมตัวทำเกษตรแปลงใหญ่ เพราะขณะนี้มีเกษตรกรกลุ่มทำเกษตรแปลงใหญ่ถึง 4,300 แปลงทั่วประเทศ 


นายกฤษฎา กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมขยายแนวทางความร่วมมือลักษณะดังกล่าวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อขยายนโยบายการตลาดนำการผลิตไปยังพืช ผัก ผลไม้ สินค้าเกษตรอื่น จากการทำเกษตรแปลงใหญ่  โดยขณะนี้กฎหมายเกษตรพันธสัญญามีผลบังคับใช้แล้วกำหนดให้การลงนามระหว่างบริษัทเอกชนกับกลุ่มเกษตรกรต้องมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานและช่วยตรวจดูสัญญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดข้อร้องเรียนทั้งภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรไม่ให้เกิดการเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา

รัฐมนตรีเกษตรฯ  กล่าวเพิ่มเติมว่า การจำหน่ายทุเรียนขณะนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ยอมรับว่าปีนี้ผลผลิตมีน้อยกว่าปีที่ผ่านมามีจำนวนประมาณ  500,000 ตัน เพราะช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาพายุฤดูร้อน ทำให้ต้นทุเรียนได้รับความเสียหายจำนวนมากราคาจากสวนปีก่อน 40-50 บาทต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มเป็น 70-100 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ ตลาดต่างประเทศยังต้องการบริโภคเพิ่ม เมื่อมีการเปิดจำหน่ายผ่านเว็บอาลีบาบาและเว็บไซต์ต่าง ๆ จึงดึงให้ราคาทุเรียนปรับเพิ่ม ขอย้ำให้ชาวสวนเน้นเรื่องคุณภาพทุเรียน การส่งสินค้าตรงเวลา หากรักษาความซื่อตรงทั้ง 2 อย่างจะทำให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้ ขณะที่ผู้รับซื้อต้องจ่ายเงินให้ตรงตามกำหนด เพื่อดูแลกันทั้ง 2 ฝ่าย. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า