ก.แรงงาน เตรียมปรับแผนเปิดบริการศูนย์ OSS 24ชม.

บางนา 19 มี.ค.-รมว.แรงงาน ยันไม่ขยายเวลาพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว แล้วเสร็จทันกำหนด 31 มี.ค.เตรียมปรับแผนศูนย์ OSS ให้บริการ 24 ชม. เริ่มวันที่ 22 มี.ค.นี้


พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลแรงงานต่างด้าว (Iris Scan) ด้วยเครื่องสแกนม่านตาในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ว่าขณะนี้เหลือประมาณ 20,000 คน มากที่สุดยังคงเป็นที่จังหวัดสมุทรสาครประมาณ หมื่นกว่าคน และชุมพร ระนอง ระยอง ซึ่งบางแห่งอยู่ระหว่างออกเรือ โดยปัจจุบันหลังมีการปรับแผนสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้วันละ 5,000 คน มั่นใจว่าดำเนินการเสร็จทันแน่นอน ภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ 


ส่วนความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) ขณะนี้เหลือประมาณล้านกว่าคน โดยมีการสั่งปรับแผนดำเนินงาน แบ่งต่างด้าวออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มพิสูจน์สัญชาติแล้ว  5 แสนคน ให้มารายงานตัว ลงตราวีซ่าอยู่ในราชอาณาจักรได้ถึง 31 มี.ค.2563 ออกใบรับอนุญาตทำงานชั่วคราวถึง 30 มิ.ย.2561 และให้ไปตรวจสุขภาพ ทำทะเบียนประวัติทำงานได้ถึง 31 มี.ค.2563 


ส่วนกลุ่มยังไม่พิสูจน์สัญชาติประมาณ 6 แสนคน ให้มาดำเนินการที่ศูนย์ OSS ทุกขั้นตอนภายใน 31 มี.ค.2561 เพื่อให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้ถึง 31 มี.ค.2563 ตามขั้นตอน ยืนยัน ไม่ขยายเวลา ขอประเมินสถานการณ์อีก 2 วันนับจากนี้ โดยวันที่ 22 มี.ค.อาจเปิดบริการศูนย์ OSS ตลอด 24 ชม.แบ่งออกเป็น 3 ผลัดให้บริการเต็มที่ พร้อมจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ไม่เข้าสู่กระบวนการ  

ด้านนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการปรับแผนวันที่ 22 มี.ค.นี้ คือ การเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ 4ศูนย์และตามพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งต้องประเมินตัวเลขที่เหลืออีกครั้ง เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ร้องขอให้ปิดบริการศูนย์พิสูจน์สัญชาติเมียนมาแล้ว 2 ศูนย์ คือจังหวัดเชียงราย และนครสวรรค์ โดยจะปิดในวันที่ 1 เม.ย. มั่นใจหากปรับแผนแล้ว  จะเสร็จทันกำหนดภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ โดยใช้วิธีการรับคำขอไว้ก่อน แล้วค่อยทยอยทำนัดวันให้มารายงานตัวตามวัน เวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่ต้องดำเนินการที่ศูนย์ OSS จำนวน 1,687,473 คน ดำเนินการแล้ว 489,910 คน คงเหลือที่ต้องดำเนินการ 1,197,563 คน แบ่งเป็นแรงงานต่างด้าว ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 988,798 คน มาดำเนินการที่ศูนย์ OSS จำนวน 437,108 คน คงเหลือ 551,690 คน และแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติ 698,675 คน โดยได้ดำเนินการ ที่ศูนย์ OSS แล้ว 52,802 คน คงเหลือ 645,873 คน .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า