แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับโฉมใหม่รับผู้โดยสารได้มากขึ้น

กรุงเทพฯ 5 ต.ค. – แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ เปิดตัวขบวน “เอ็กซ์เพรส” ขบวนแรก ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีก 10,500 คน/วัน ขณะที่อีก 3 ขบวนจะปรับเปลี่ยนภายในเสร็จเดือนธันวาคมนี้


นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อานวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า จากอัตราการใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ของผู้โดยสารที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งจากสถิติผู้โดยสารปี 2558 และ 2559 พบว่า เพิ่มขึ้นถึง 10.08 % รวมทั้งนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพิ่ม ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้ได้เพียงพอต่อความต้องการใช้บริการ ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับอัตรา ผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม บริษัทฯ จึงได้ดาเนินการโครงการ ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ภายในขบวนรถไฟฟ้าด่วน (เอ็กซ์เพรส) 4 ขบวน ให้มีที่นั่งผู้โดยสาร และราวจับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะ ช่วยให้ขบวนรถไฟฟ้าเอ็กซ์เพรสสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 340 คน/ขบวน เพิ่มเป็น 740 คน/ ขบวน หรือเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 61,500 คน/วัน เป็น 72,000 คน/วัน หรือเพิ่มขึ้น 10,500 คน/วัน

โดยดำเนินการปรับเปลี่ยนทีละขบวนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการของผู้โดยสาร ส่วนอุปกรณ์ภายในขบวนที่มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมนอกจากเก้าอี้นั่ง และราวจับ ได้แก่ การเปลี่ยนวัสดุปูพื้น มีการย้ายที่ติดตั้งถังดับเพลิง การเพิ่มพื้นที่ยึดสาหรับรถวีลแชร์ของผู้ ทุพพลภาพ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง สาหรับตอนนี้ทาการปรับเปลี่ยนภายในขบวนรถไฟฟ้าเอ็กซ์เพรสแล้ว 1 ขบวน ซึ่งความสะดวก และปลอดภัย


โดยผ่านการ ตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยถึง 3 ขั้น เริ่มต้นจากวิศวกรควบคุมงานที่มีทั้งวิศวกรชาวไทย และวิศวกรต่างชาติควบคุมการทางานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การ

 

รวมทั้งในปี 2559 เนื่องโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราช สมบัติครบ 70 ปี รวมถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ดังนั้น บริษัทฯจึงได้ประดับตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตรา สัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถโดยรอบขบวนรถไฟฟ้า


ส่วนขบวนรถไฟฟ้าด่วนอีก 3 ขบวนนั้นคาดว่าจะปรับเปลี่ยนแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2559 ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าโครงการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ภายในขบวนรถไฟฟ้าด่วน (เอ็กซ์เพรส) 4 ขบวน นั้นจะสามารถช่วยรองรับ ความต้องการใช้บริการ และเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.