กรุงเทพฯ 23 ก.พ. – เอสเอ็มอีแบงก์ผนึกกำลัง มจธ.-สวทน. ผลักดันเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินกว่า 58,000 ล้านบาท บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์อนุมัติขอเพิ่มทุน 8 พันล้านบาท มุ่งเน้นปล่อยรายย่อยเพิ่มอีก 1 แสนรายช่วง 3 ปีข้างหน้า
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และสำนักงานคณะกรรมการโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) “โครงการพัฒนาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีก้าวไกลครบวงจร” เพื่อช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของเอสเอ็มอีให้แข็งแกร่ง เพื่อเข้าไปพัฒนาช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพเชื่อมโยงกับงานด้าน Eco-System ให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอดช่วยเหลือผู้ประกอบการ
พร้อมตั้งศูนย์ “KX Knowledge Exchange” เพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้และลงมือทำผลงานด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมโดยตรง ทั้งที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่ สวทน. ช่วยสนับสนุนเงินทุน ภายใต้โครงการ TM หรือ Talent Mobility ช่วยเหลือไปสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เช่น โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน Local Economy Loan วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3 ปีแรกร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 4 ปี หากกู้ 1 ล้านผ่อนชำระเพียง 460 บาทต่อเดือน และโครงการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอีคนตัวเล็ก วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท มุ่งเน้นช่วยผู้ประกอบที่เรียกว่า จุลเอสเอ็มอี สามารถกู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียงร้อยละ 1 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 7 ปี และปลอดชำระเงินต้น 3 ปีแรก เพื่อให้โอกาสผู้ประกอบการตัวเล็กที่มีปัญหาทางการเงินไปใช้ลงทุนขยาย ปรับปรุงกิจการ สินเชื่อทั้งสองโครงการคาดว่าช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ 77,000 ราย และต้องการดึงผู้ประกอบใช้นวัตกรรมเปลี่ยนเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพให้ได้ร้อยละ 10-20 จากทั้งหมดกว่า 70,000 ราย
ปัจจุบันมีนักวิจัยและผู้ช่วยนักวิจัยจากเครือข่าย Talent Mobility 21 มหาวิทยาลัย เคลื่อนย้ายไปปฏิบัติงานในภาคเอกชนกว่า 1,000 คน และในสถานประกอบการกว่า 300 แห่ง พบว่าประเภทอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร สัดส่วนร้อยละ 37 จากจำนวนสถานประกอบการทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการ และเป็นกิจกรรมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสถานประกอบการมากถึงร้อยละ 61 การลงนามความร่วมมือดังกล่าวสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ เช่น การช่วยเหลือไก่ย่าง เขาสวนกวาง ใช้ระบบซีลไก่ เก็บไว้ได้นานคงรสชาติเดิม นำไปเป็นของฝากได้ การส่งเสริมผู้บ้านตเหล็ก จ.แพร่ ใช้เเทคโนโลยีเข้าไปช่วยการตีเหล็ก แต่คงวัฒนธรรมเผาถ่าน ศิลปตีเหล็กแบบเดิม จากทำมีด1 ด้าม เพิ่มเป็น 100 ด้ามต่อวัน
นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์เห็นชอบเสนอกระทรวงการคลังเพิ่มทุนให้กับเอสเอ็มอีแบงก์หลังออกจากแผนฟื้นฟู จากเดิมมีทุน 9,000 ล้านบาท เพิ่มทุนอีก 8,000 ล้านบาท จากเงินกองทุนพัฒนาสถาบันเฉพาะกิจของรัฐ ทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง BIS มีสัดส่วนร้อยละ 11 สูงกว่ามาตรฐานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และทำให้ปล่อยให้กับเอสเอ็มอีรายย่อยจากปัจจุบันมีจำวน 200,000 ราย เพิ่มอีก 100,000 ราย เพราะเน้นปล่อยวงเงิน 1 ล้านบาทต่อรายในช่วง 3 ปีข้างหน้า และคาดว่ายอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากปัจจุบันร้อยละ 16 จะลดเหลือร้อยละ 14 ในสิ้นปีนี้และลดเหลือร้อยละ 8 ในปี 2564 .-สำนักข่าวไทย