รถบรรทุกเบรกแตกพุ่งชนกระจาย 6 คัน ดับคาที่ 1 เจ็บระนาว

นครศรีธรรมราช 28 ม.ค.-รถบรรทุกเบรกแตกขณะวิ่งผ่านตลาดนัด คนขับพยายามบีบแตรเตือนดังลั่น ก่อนรถเสียหลักพุ่งชนรถที่ขวางหน้าอยู่ 6 คันพังยับกระจัดกระจายเกลื่อนถนน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 4


เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้(28 ม.ค.) พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ จำปาทอง สารวัตร(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถชนกัน 7 คันรวดบนถนนสายท่าศาลา-สิชล หมู่ 4 ต.กลาย อ.ท่าศาลา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เชิดชัย โชติสุทธิ์ ผกก.สภ.ท่าศาลา แพทย์เวร รพ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ


เมื่อไปถึงพบว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีตลาดนัดวันอาทิตย์ ซึ่งมีผู้มาจับจ่ายซื้อของจำนวนมาก พบมีรถชนกันระเนระนาดรวม 7 คัน เป็นรถกระบะ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถบรรทุกหกล้อ 1 คัน มีผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นางยุพา คลศิลป์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 6 ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพเละทั้งร่าง มีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน 1 กก-6629 นครศรีธรรมราช ของผู้ตายล้มอยู่

นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 คน ซึ่งมากับรถกระบะ 3 คน และรถ จยย.อีกคันหนึ่งอีก 1 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลำเลียงนำส่ง รพ.ท่าศาลา ให้แพทย์ทำการรักษาอาการ ส่วนรถต้นเหตุเป็นรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 81-2078 นครศรีธรรมราช มีนายสมนึก ใหญ่จริง อายุ 62 ปี เป็นคนขับ ซึ่งได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุในช่วงชุลมุน ก่อนเดินทางไปมอบตัวกับตำรวจที่ สภ.ท่าศาลา ในเวลาต่อมา


สอบสวนเบื้องต้น นายสมนึกให้การว่า ขับรถบรรทุกมาจาก อ.สิชล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นตลาดนัดมีผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก ปรากฏว่ารถเกิดเบรกแตก ทำให้บังคับรถไม่อยู่ ตนพยายามบีบแตรเพื่อให้คนที่อยู่ริมถนนหลีก แต่ไม่เป็นผลเพราะอยู่ในระยะกระชั้นชิด ก่อนจะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถกระบะอีก 4 คัน ทำให้นางยุพา ที่ขับรถ จยย.อยู่ ถูกชนเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคนดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์ เปิดเผยว่า สาเหตุมาจากรถบรรทุกเบรกแตก เนื่องจากพบน้ำมันเบรกไหลเป็นทางยาวตามถนนก่อนจะถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งคนขับพยายามบีบแตรเสียงดังลั่นก่อนรถจะเสียหลักพุ่งชนรถหลายคัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บหลายคน ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมนึก คนขับรถบรรทุกคันดังกล่าว ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า