นราธิวาส 11 ต.ค. – ลองกองนราธิวาสที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลองกองที่อร่อยที่สุดกำลังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำที่สุดในประวัติการณ์ เกษตรกรจำหน่ายเพียง 5 บาท/กก. ภาครัฐจึงร่วมมือกับภาคเอกชนแก้ปัญหาราคาผลผลิตลองกอง
เกษตรกรผู้ปลูกลองกองที่บ้านซีโป ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พาทีมข่าวขึ้นเขาไปดูต้นลองกองแม่พันธุ์ที่มีอายุกว่า 200 ปี สูงกว่า 15 เมตร ยังคงออกผลลองกองรสชาติหอมหวานจนถึงปัจจุบัน นายดอเลาะ โบสะอิ วัย 74 ปี เจ้าของสวนบอกว่า ภัยแล้งปีนี้ยาวนานกว่าทุกปี แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด ฝนตกน้อย ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผลลองกองแตกเน่าเสียเกินครึ่ง จากที่เคยขายลองกองได้ราคาไม่ต่ำกว่า 40 บาท/กก. ปีนี้ต้องนำมาขายในราคาตกต่ำที่สุด 5 บาท/กก.
ปีนี้เป็นปีแรกที่เกษตรกรปลูกลองกองได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ผลลองกองแตก เน่าเสีย ขายไมได้ ประสบปัญหาเดือดร้อน
เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรบอกว่าจำนวนผู้ปลูกลองกองที่เพิ่มมากขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ และการไม่ควบคุมคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิตเกรดซีจำนวนมาก จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพ ตัดแต่ง กิ่ง ดอก ช่อ อีกทั้งสำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเปิดศูนย์รับซื้อและคัดแยกคุณภาพลองกอง ช่วยเกษตรกรที่ยังไม่มีช่องทางการตลาด โดยจะรับซื้อลองกองเกรดเอในราคา 35 บาท/กก. เกรดบี 30 บาท/กก. และเกรดซี 18-20 บาท/กก.
นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้คณะทำงานเศรษฐกิจฐานรากแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง โดยให้เกษตรกรควบคุมคุณภาพผลผลิตให้ได้เกรดเอและบีเพิ่มเป็นร้อยละ 50 กลางทางโดยการเปิดศูนย์รับซื้อเป็นตลาดกลางรวบรวมผลผลิต และปลายทางได้ร่วมกับบริษัทเอกชนและศูนย์การค้าขนาดใหญ่รับซื้อลองกองนราธิวาส 3,000 ตัน จำหน่ายทั่วประเทศ
ขณะที่ จ.นราธิวาส เปิดร้านจำหน่ายลองกองที่สนามบินนราธิวาส ร่วมมือกับบริษัทสายการบินไทยสมายล์ โหลดสัมภาระที่เป็นลองกองฟรี 40 กก. และสายการบินแอร์เอเชียโหลดฟรี 20 กก. ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทยลดค่าระวางสินค้าที่เป็นผลผลิตลองกองจากปกติ 100 บาท เหลือ 20 บาท เป็นการช่วยเหลือด้านการขนส่งให้สามารถกระจายผลผลิตลองกองไปทั่วประเทศ. – สำนักข่าวไทย