fbpx

“เลอตอ” โครงการหลวงสุดท้ายในรัชสมัยของพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน (ตอน 1)

ตาก 26 ก.ย.-โครงการหลวงเลอตอ ที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็นโครงการหลวงสุดท้ายในรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยโครงการหลวงตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แม้การบุกเบิกจะยากลำบาก แต่ด้วยความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ดำเนินงานตามแนวทางพระราชทาน ใช้เวลาเพียง 1 ปี เปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นมาปลูกผักได้สำเร็จ ติดตามจากรายงานชุด “เลอตอ” โครงการหลวงสุดท้ายในรัชสมัยของพ่อ…สานต่อพระราชปณิธาน วันนี้เสนอเป็นตอนแรก



หุบเขากลางดอยสูง ที่บ้านเลอตอ ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ใน ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก ติดกับ อ.อมก๋อย ของเชียงใหม่ กลายเป็นแปลงปลูกสตรอว์เบอร์รี และผักนานาชนิดของชาวบ้าน 10 รายแรก ที่เข้าร่วมกับโครงการหลวงเลอตอ ซึ่งเข้ามาบุกเบิกที่นี่เมื่อกันยายนปีที่แล้ว


ดอยสูงที่สลับซับซ้อนทำให้ที่นี่เคยเต็มไปด้วยไร่ฝิ่น ชาวบ้านไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ลักลอบปลูกฝิ่นตามหุบเขา รวมทั้งลุงหมอปรี ที่ปลูกฝิ่นมากว่า 10 ปี แต่ตัดสินใจเลิกปลูกฝิ่นทันทีที่โครงการหลวงเข้ามา


ชาวบ้านเริ่มเก็บผักที่ปลูกไว้ขายให้โครงการหลวงได้แล้ว จากที่ไม่เคยมีรายได้ อย่างวาที หญิงชาวปกาเกอะญอคนนี้ เป็นคนแรกที่ยกมือขอเข้าร่วมโครงการหลวง ในขณะที่ชาวบ้านหลายคนยังลังเล สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจ เพราะรู้ว่าโครงการนี้เป็นของในหลวงรัชกาลที่ 9

จากจอบแรกที่ขึ้นแปลงผัก 1 ปีผ่านไป จากชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการเพียง 10 คน เพิ่มเป็นกว่า 100 คน จากไม่เคยมีรายได้ หลายคนขายผักได้เงิน 3,000-4,000 บาท ทุกเดือน ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น พร้อมกับผืนป่าที่หนาแน่นขึ้น ไร่เลื่อนลอยและไร่ฝิ่นหายไปเกือบหมด จากการเดินตามแนวทางพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9

โครงการหลวงเลอตอเริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว จึงถือว่าเป็นโครงการหลวงสุดท้ายในรัชสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นโครงการที่มูลนิธิโครงการหลวงตั้งใจทำถวายเป็นพระราชกุศล จึงเป็นโครงการที่สำคัญอย่างมาก และต้องทำให้สำเร็จใน 1 ปี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ในพื้นที่ทุรกันดารและยากลำบาก ต้องอาศัยพลังใจและความทุ่มเท เดินตามรอยพ่อ สานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ ที่อยากให้พสกนิกรในผืนแผ่นดินไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

กนง.มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

คณะกรรมการ กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นพลทหารเรือ อายุ 23 ปี รวมมีผู้เสียชีวิต 16 คน และยังมีผู้บาดเจ็บต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 16 คน

นายกฯ สั่งรับมือ “พายุมู่หลาน”

นายกฯ กำชับหน่วยงานดูแลให้ความช่วยเหลือและบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อม หลังกรมอุตุฯ ประกาศเตือนดีเปรสชัน “มู่หลาน” ทำให้ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกมีฝนตกหนัก 11-13 ส.ค. นี้

พายุโซนร้อนมู่หลาน มุ่งหน้าไปไหหลำที่กำลังตรวจโควิดครั้งใหญ่

พายุโซนร้อน “มู่หลาน” (Mulan) กำลังแรงมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ในวันนี้ และอาจกระทบต่อเกาะไหหลำที่กำลังมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งใหญ่