รวบหนุ่มคลั่งควงปืนถล่มรถยนต์-เผาร้านค้า

สกลนคร 3 ก.ค.-รวบหนุ่มคลั่งยาควงปืนถล่มรถชาวบ้านพังยับ เผาร้านค้าวอด ชาวบ้านตกใจหนีแตกกระเจิง


นายเอกภพ โสภณ นายอำเภอโคกศรีสุพรรณ พ.ต.อ.เสกสรร อินทรสิทธิ์ ผกก.สภ.โคกศรีสุพรรณ  จังหวัดสกลนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย เหตุนายสุริยา อายุ 40 ปี เกิดอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด เข้าทำลายข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่านอกจากความเสียหายของบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้ว ขณะก่อเหตุนายสุริยา ยังยิงปืนไปถูกกระจกรถเก๋งที่ขับผ่านมาพอดี จนได้รับความความเสียหายกระสุนผ่านใบหูคนขับอย่างฉิวเฉียด โชคดีไม่ได้รับอันตราย สอบถามไปยังผู้เป็นพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุทราบว่า นายสุริยา ได้เสพยาบ้าก่อนจะคลุ้มคลั่งแล้วโกรธเคืองผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หาว่าโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาจับกุมตนเอง โดยชาวบ้านที่เห็นเหตการณ์ระบุว่า นายสุริยา ผู้ก่อเหตุ ถือปืนไทยประดิษฐ์และจอบเดินวนรอบหมู่บ้าน เข้าทุบหน้าต่างประตู เครื่องซักผ้า รถจักรยานยนต์ภายในบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ระหว่างลงมือมีการตระโกนบอกว่านี้คือการสั่งสอน ทุกคนไม่มีใครกล้ายุ่งต่างวิ่งหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ


เจ้าของร้านขายของชำที่ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายกล่าวว่า ช่วงเช้าขณะเปิดร้านขายของปกติ จากนั้นนายสุริยา ซึ่งก็เป็นคนบ้านติดกัน ได้เดินมาที่ร้านพร้อมใช้จอบทุบไปที่ตู้เติมเงินโทรศัพท์พังเสียหาย จึงตระโกนไปว่าทุบทำไมแต่ดูเหมือนไม่ฟังและเดินกลับไป ตนเห็นท่าไม่ดีจึงปิดประตูร้านก่อนจะเข้าไปหลบอยู่หลังร้านแต่ นายสุริยา วนกลับมาอีกพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์มีเสียงปืนดัง  ตนจึงวิ่งหนีออกจากร้าน สักพักเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นที่ร้านของตนก่อนจะลุกไหม้เสียหายทั้งหมด รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 3 แสนบาท ทั้งนี้ไม่รู้จะทำยังไงจะเรียกค่าเสียหายจากพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุ ก็คงเป็นไปได้ยากเนื่องจากยากจนและแก่เฒ่าแล้ว ชาวบ้านรีบแจ้งไปยัง จนท.ตำรวจ สภ.โคกศรีสุพรรณ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาช่วยกันล้อมจับ ก่อนจะจับกุมตัวได้ใกล้ที่เกิดเหตุ 


นายอำเภอโคกศรีสุพรรณ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากยาเสพติด ถือว่ายังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร แต่ที่เสียหายหนักจะเป็นร้านขายของชำทั้งนี้การช่วยเหลือจะพิจารณาอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร ส่วนทางคดี ตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย อยู่ระหว่างการสอบสวนและควบคุมตัวที่ สภ.โคกศรีสุพรรณ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

ภาษีสหรัฐ

นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปแก้ปัญหาภาษีสหรัฐ 8 เม.ย.นี้

“จิรายุ” ระบุฝ่ายค้านบางพรรคน่าจะตกข่าว เพิ่งมาเสนอให้นายกฯ ตั้ง คกก.แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ทั้งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ทรัมป์” ยังไม่ได้รับตำแหน่ง บอก 8 เม.ย.นี้ นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปทั้งหมด ที่ทำเนียบฯ