‘ปูติน’ โทรหาผู้นำจีน อินเดีย และผู้นำต่างชาติก่อนจะพบ ‘ทรัมป์’

มอสโก 9 ส.ค. – ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำจีน อินเดีย และอีกสามประเทศอดีตสหภาพโซเวียตในวันศุกร์ เพื่อสรุปข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการติดต่อกับสหรัฐเกี่ยวกับสงครามในยูเครน นายปูตินได้พบกับ นายสตีฟ วิทคอฟ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐที่กรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากนั้นทำเนียบเครมลินยืนยันยว่าการประชุมสุดยอดระหว่างนายปูตินและนายทรัมป์จะจัดขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ที่รัฐอะแลสกาของสหรัฐ นายทรัมป์ซึ่งกำลังผลักดันให้สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อมา 3 ปีครึ่งยุติลง ได้กำหนดเส้นตายที่สิ้นสุดในวันศุกร์ให้รัสเซียยอมรับข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรครั้งใหม่และประเทศที่ซื้อสินค้าส่งออกของรัสเซีย ซึ่งจีนและอินเดียเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย โทรทัศน์ซีซีทีวีของรัฐบาลจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้กล่าวกับปูตินผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า จีนรู้สึกยินดีที่เห็นรัสเซียและสหรัฐยังคงติดต่อกันและพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อเดินหน้าแก้ไขวิกฤตยูเครนในทางการเมือง สำหรับจีนเป็นผู้สนับสนุนหลักของรัสเซียในการเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก และเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย นายปูตินมีกำหนดเยือนจีนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมฉลองครบรอบ 80 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ทำเนียบเครมลินยังกล่าวว่า นายปูตินยังได้หารือเกี่ยวกับการพูดคุยกับนายวิทคอฟกับ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียด้วย โดยนายโมดีโพสต์ข้อความทางแอปพลิเคชั่นเอ็กซ์ว่า เขาได้พูดคุยอย่างละเอียดและดีมากกับนายปูติน และขอบคุณนายปูตินที่ได้แบ่งปันเรื่องราวความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับยูเครน ใน สัปดาห์นี้นายทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดียเพิ่มอีกร้อยละ 25 เพื่อลงโทษนิวเดลีจากการซื้อน้ำมันรัสเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายปูตินยังได้พูดคุยกับ ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา […]

รัสเซียคาด ‘ทรัมป์’ และ ‘ปูติน’ อาจพบกันสัปดาห์หน้า

วอชิงตัน 8 ส.ค. – นายดมิทรี โพลยันสกี รองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติกล่าวในวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อาจจะได้พบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในสัปดาห์หน้า แต่เขาไม่ทราบเรื่องการแผนการพบกันระหว่างนายปูตินกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่าจะมีหรือไม่ นายโพลยันสกีกล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการพบกันระหว่างนายปูตินและนายทรัมป์ว่า เท่าที่เขาได้ยินมา มีหลายสถานที่ที่ถูกกล่าวถึง แต่มีการตกลงกันเรื่องบางอย่างที่ไม่ต้องการเปิดเผย สำหรับกำหนดเวลาในการพบกันน้ัน คาดว่าน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีทั้งสองกล่าวไว้เองก่อนหน้านี้ เขากล่าวเสริมด้วยว่า ตนเองยังไม่เคยได้ยินเรื่องการวางแผนพบกันระหว่างนายปูตินกับนายเซเลนสกี แต่เขาก็ออกตัวเขาตัวเขาไม่ได้อยู่ในวงในที่จะทราบรายละเอียดได้ นับตั้งแต่การพบกันระหว่างนายปูตินกับอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่นครเจนีวาของสวิตเซอรืแลนด์ ในเดือนมิถุนายน 2021 ก็ยังไม่มีการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐกับรัสเซียอีกเลย รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยอ้างถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตน ขณะที่ยูเครนและพันธมิตรตะวันตกมองว่าการรุกรานครั้งนี้เป็นการยึดครองดินแดนแบบจักรวรรดินิยม นายทรัมป์เคยให้คำมั่นว่าจะยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่ผ่านมาเกือบเจ็ดเดือนในวาระที่สองของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา เขายังไม่สามารถทำตามที่ได้สัญญาเอาไว้ได้.-813.-สำนัก่ข่าวไทย

สหรัฐยินดีไทย-กัมพูชาตกลงรับผู้สังเกตการณ์อาเซียน

วอชิงตัน 8 ส.ค. – นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐแสดงความยินดี หลังจากไทยและกัมพูชายอมให้ผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ชายแดนที่มีข้อขัดแย้ง ที่ส่งผลให้เกิดการปะทะกันเป็นเวลา 5 วัน และตกลงหยุดยิงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายรูบิโอระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ว่า สหรัฐยินดีต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ว่าเป็น ก้าวสำคัญในการทำให้ข้อตกลงหยุดยิงแข็งแกร่งขึ้น และจัดตั้งกลไกการสังเกตการณ์ของอาเซียน ที่นำโดยมาเลเซีย ประธานของอาเซียนในปีนี้ พร้อมเสริมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และตนเองคาดหวังว่ารัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยจะเคารพในพันธสัญญาของตนอย่างเต็มที่เพื่อยุติความขัดแย้งนี้.-813.-สำนักข่าวไทย

9 ทันโลก : จับตาบทบาทสหรัฐหยุดยิงไทย-กัมพูชา

7 ส.ค. – ข้อตกลงที่ไทย-กัมพูชา ลงนามกันวันนี้ (7 ส.ค.68) มีส่วนที่ยังต้องรอความชัดเจน คือบทบาทของต่างชาติในการสังเกตการณ์หยุดยิง โดยเฉพาะมหาอำนาจที่อาจมีนัยแอบแฝงและส่งผลกระทบตามมา จากข้อตกลงที่บรรลุมาส่วนใหญ่เป็นแนวทางหยุดยิงของสองฝ่าย ส่วนในระดับนานาชาติจุดที่น่าจับตาคือกลไกตรวจสอบ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติกำจัดข้อพิพาทอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังมีความคลุมเครือถึงบทบาทของสหรัฐ ที่ได้ตกลงไว้กับกัมพูชา ว่าจะมีขอบเขตขนาดไหน ข้อตกลงนี้บรรจุกลไกตรวจสอบการหยุดยิงที่เป็นหลักปฏิบัติสากลเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยที่มาเลเซีย ประธานอาเซียน เป็นผู้เสนอจัดตั้งคณะสังเกตการณ์อาเซียน มารับผิดชอบดูแล ตามข้อตกลงหยุดยิงที่มีเนื้อหา 13 ข้อ ได้กำหนดกลไกตรวจสอบการหยุดยิงไว้ในส่วนที่ 2 ในข้อที่ 10 จัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียนนำโดยมาเลเซีย ข้อ 11 ให้คณะผู้สังเกตการณ์การหยุดยิงที่ดำเนินการโดย RBC และข้อ 13 ในระหว่างการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ จะใช้กลไกคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ทำหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว หากยึดตามที่มาเลเซีย ตาม พล.อ.ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย เปิดเผยไว้ คณะสังเกตการณ์จะประกอบด้วยนายทหารจากสมาชิกอาเซียน ด้วยจุดประสงค์ให้สังเกตการณ์และตรวจสอบยืนยันการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ทำหน้าที่เป็นช่องทางในการสื่อสาร และช่วยลดความตึงเครียดในพื้นที่ เขากล่าวถึงข้อกำหนดเงื่อนไข หรือ TOR ของคณะผู้สังเกตการณ์ไว้ว่าประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารอย่างน้อย 33 […]

เผย ‘ปูติน’ และ ‘ทรัมป์’ จะพบกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

มอสโก 7 ส.ค. – นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซียกล่าววันนี้ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะพบกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศนับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ ของรัสเซียรายงานอ้างคำพูดของนายอูชาคอฟที่กล่าวว่า รัสเซียและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในการจัดการประชุมทวิภาคีในระดับสูงสุดในอีกไม่กี่วันข้างหน้าตามข้อเสนอของฝ่ายอเมริกา ซึ่งคือการประชุมระหว่างประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีทรัมป์ และว่า ขณะนี้กำลังมีการเตรียมการอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการพบกันครั้งนี้ นายอูชาคอฟมิได้ระบุว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ใด แต่ในวันพฤหัสบดีนี้ นายปูตินมีกำหนดจะต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งแหล่งข่าวเคยระบุว่าเป็นสถานที่ที่อาจใช้จัดประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐกับรัสเซียได้ ดัชนีตลาดหุ้นของรัสเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 หลังจากมีประกาศเรื่องการประชุมสุดยอดปูติน-ทรัมป์ นายอูชาคอฟกล่าวว่า นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของนายทรัมป์ พบกับนายปูตินเมื่อวันพุธ และได้หยิบยกความเป็นไปได้ในการจัดประชุมสามฝ่ายระหว่างนายทรัมป์ นายปูติน และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนขึ้นมาหารือ แต่เขากล่าวว่าฝ่ายรัสเซียไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ต่อข้อเสนอนี้.-813.-สำนักข่าวไทย

เกาหลีใต้-สหรัฐเตรียมซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่

โซล, 7 ส.ค. – เกาหลีใต้และสหรัฐจะจัดการซ้อมรบทางทหารร่วมครั้งใหญ่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมนี้ แม้ว่าจะมีการเลื่อนการฝึกซ้อมประจำปีบางส่วนที่เคยสร้างความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือออกไปเป็นช่วงปลายปีก็ตาม นายอี ซอง-จุน โฆษกคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ กล่าวว่า การฝึกซ้อมประจำปีที่มีชื่อรหัสว่า “อุลชิ ฟรีดอม ชิลด์” (Ulchi Freedom Shield) เป็นเวลา 11 วัน จะมีขนาดใกล้เคียงกับการซ้อมรบร่วมเมื่อปี 2024 แต่มีการปรับเปลี่ยนโดยเลื่อนกิจกรรมภาคสนาม 20 รายการ จากจำนวน 40 รายการ ไปเป็นเดือนกันยายน นายอี กล่าวในการแถลงข่าวว่า พันธมิตรทั้งสองประเทศตกลงที่จะเลื่อนการฝึกซ้อมบางส่วนไปเดือนหน้า เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง รวมถึงการสร้างความมั่นใจในสภาวะการฝึกซ้อมในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด และการรักษาสมดุลด้านการป้องกันร่วมกันตลอดทั้งปี นายอี กล่าวว่า การฝึกซ้อมในปีนี้จะทดสอบการรับมือที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ใช้ในสงครามยุคใหม่ โดยอ้างถึงความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง เขาระบุว่า การฝึกซ้อมจะรวมถึงฉากทัศน์สถานการณ์การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ แต่จะไม่ครอบคลุมถึงการทดสอบนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นของเกาหลีเหนือ นายอี กล่าวว่า การตัดสินใจที่จะเลื่อนกำหนดการออกไปนั้นมีเหตุผลหลายประการ เช่น สภาพอากาศที่รุนแรง และปฏิเสธว่าไม่มีปัจจัยทางการเมืองอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวนี้ การซ้อมรบครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้ […]

‘ทรัมป์’ เรียกเก็บภาษีสินค้าอินเดียเพิ่มอีก 25%

วอชิงตัน/นิวเดลี 7 ส.ค. – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศในวันพุธ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 25% กับสินค้าจากอินเดีย โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลนิวเดลียังคงนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากที่การเจรจาทางการค้าไม่สามารถหาข้อสรุปได้ อัตราภาษีนำเข้าใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ 21 วันหลังจากวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งจะทำให้อากรขาเข้าสำหรับสินค้าส่งออกบางประเภทของอินเดียพุ่งสูงถึง 50% ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราภาษีที่สูงที่สุดที่สหรัฐเคยเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า คำสั่งทางการบริหารของนายทรัมป์ที่เรียกเก็บภาษีเพิ่มไม่ได้กล่าวถึงจีน ซึ่งเป็นอีกประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย แต่นายทรัมป์กล่าวในภายหลังว่า เขาสามารถประกาศเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกันกับสินค้าจีนได้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า การกระทำของนายทรัมป์ครั้งนี้ถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-อินเดียนับตั้งแต่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัตราภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเข้าถึงตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกรวมเกือบ 8.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนต่างๆ เช่น สิ่งทอ รองเท้า อัญมณี และเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากความสัมพันธ์อันดีที่เคยเห็นในช่วงการพบปะกันของนายทรัมป์และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงคำพูดล่าสุดของนายทรัมป์ที่เรียกเศรษฐกิจของอินเดียว่า “ตายไปแล้ว” และกล่าวว่ามาตรการกีดกันทางการค้าของอินเดียนั้น “น่ารังเกียจ” พร้อมทั้งกล่าวหาว่าอินเดียได้ผลประโยชน์จากน้ำมันรัสเซียราคาถูกในขณะที่เพิกเฉยต่อการสังหารชาวยูเครนในการรุกรานของรัสเซียที่ดำเนินมาสามปีครึ่ง กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียกล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐครั้งนี้ “น่าเสียดายอย่างยิ่ง” และชี้ว่าประเทศอื่นๆ อีกมากมายก็มีการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศตนเช่นกัน พร้อมกับระบุว่า อินเดียจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ […]

Putin meets U.S. envoy Witkoff at the Kremlin

ทูตสหรัฐไปหารือรัสเซีย ก่อนถึงเส้นตายเรื่องยูเครน

มอสโก 6 ส.ค. – ทูตพิเศษสหรัฐเดินทางไปหารือกับผู้นำรัสเซีย ที่กรุงมอสโก ในวันนี้ สองวันก่อนที่จะพ้นเส้นตายที่ผู้นำสหรัฐขีดให้รัสเซียตกลงยุติสงครามในยูเครน ไม่เช่นนั้นจะเผชิญมาตรการลงโทษครั้งใหม่ สื่อทางการรัสเซียเผยแพร่ภาพนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐเรื่องตะวันออกกลางได้รับการต้อนรับจากนายคิริล ดมิทรีเยฟ ทูตพิเศษประธานาธิบดีรัสเซียเรื่องการลงทุนต่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งคู่เดินคุยกันในสวนสาธารณะใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แหล่งข่าวที่ทราบตารางงานของนายวิตคอฟฟ์เปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อวานนี้ว่า นายวิตคอฟฟ์จะพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียในวันนี้ ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียไม่ยืนยันเรื่องนี้ ล่าสุดสื่อทางการรัสเซียได้เผยแพร่ภาพนายวิตคอฟฟ์เข้าพบนายปูตินแล้ว นายวิตคอฟฟ์ วัย 68 ปี มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ผู้ไม่มีประสบการณ์ทางการทูต เคยพบสนทนากับผู้นำรัสเซียมาแล้วหลายครั้ง มีเสียงวิจารณ์ว่า เขาไม่มีประสบการณ์เรื่องการเจรจากับนายปูตินที่ผูกขาดปกครองรัสเซียมานาน 25 ปี เห็นได้จากการที่ไปพบกับนายปูตินเมื่อเดือนเมษายนตามลำพัง โดยไม่มีนักการทูตหรือคนติดตาม ขณะที่นายปูตินมีคนสนิทนั่งด้วยหลายคน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่พอใจที่นายปูตินไม่มีความคืบหน้าเรื่องการทำข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน จึงขู่จะขึ้นภาษีศุลกากรลงโทษประเทศที่นำเข้าสินค้าจากรัสเซีย เดิมเขาให้เวลารัสเซีย 50 วัน ตกลงยุติสงครามในยูเครน ไม่เช่นนั้นจะเผชิญมาตรการลงโทษครั้งใหม่ แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ลดเวลาลงเพราะเชื่อว่ารัสเซียไม่ได้จริงจังในเรืองนี้ โดยขีดเส้นตายให้ตกลงภายในวันที่ 8 สิงหาคมนี้.-814.-สำนักข่าวไทย

Hiroshima Dome

TNA News-Now-Next: ระเบิดนิวเคลียร์ บทเรียน 80 ปีที่โลกรู้แต่ไม่เรียน

ฮิโรชิมะ 6 ส.ค.- วันนี้เมื่อ 80 ปีก่อน โลกได้เห็นการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ขณะนั้นเรียกว่าระเบิดปรมาณูเป็นครั้งแรกที่เมืองฮิโรชิมะของญี่ปุ่น สร้างความเสียหายแบบทำลายล้าง คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง แต่ดูเหมือนว่า บทเรียนนี้ไม่ได้ทำให้หลายประเทศหวั่นเกรงแต่อย่างใด ซ้ำยังแข่งขันกันสั่งสมและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ท้าทายกฏระเบียบโลกที่เป็นเหมือนเสือกระดาษ อาวุธสงครามครั้งแรกและครั้งเดียวจนถึงปัจจุบัน ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส ทรูแมนของสหรัฐได้สั่งให้นำเครื่องบินไปทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองฮิโรชิมะและเมืองนางาซากิ โจมตีจักรวรรดิญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม 2488 ด้วยระเบิดชื่อลิตเติลบอย (Little Boy) น้ำหนัก 4,400 กิโลกรัม แรงระเบิด 13-16 กิโลตัน และระเบิดชื่อแฟตบอย (Fat Boy) น้ำหนัก 4,670 กิโลกรัม แรงระเบิด 21 กิโลตัน ข้อมูลจากเว็บไซต์คณะกรรมการรณรงค์เพื่อยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์หรือไอแคน (ICAN) ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2560 ระบุว่า นับจนถึงสิ้นปี 2488 เมืองฮิโรชิมะมีผู้เสียชีวิตราว 140,000 คน รวมถึงผู้เสียชีวิตจากรังสีนิวเคลียร์ ส่วนเมืองนางาซากิมีผู้เสียชีวิตราว […]

Peace activists commemorate 80th anniversary of atomic bombing in Hiroshima

ญี่ปุ่นรำลึก 80 ปี นิวเคลียร์ทำลายล้างฮิโรชิมะ

ฮิโรชิมะ 6 ส.ค.- กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพรวมตัวกันที่ริมฝั่งแม่น้ำโมโตยาสุในเมืองฮิโรชิมะ ที่อยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น และร้องเพลงเกี่ยวกับการต่อต้านสงคราม เนื่องในวันครบรอบ 80 ปี ของวันที่สหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ทำลายล้างเมืองนี้ กลุ่มนักเคลื่อนไหวยืนโค้งคำนับและสงบนิ่งเมื่อเวลา 08.15 น. ตรงกับเวลาที่สหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์หรือระเบิดปรมาณูชื่อลิตเติลบอย (Little Boy) น้ำหนัก 4,400 กิโลกรัม แรงระเบิด 13-16 กิโลตัน ถล่มเมืองฮิโรชิมะในวันที่ 6 สิงหาคม 2488 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทำสงครามเป็นครั้งแรกของโลก ข้อมูลจากเว็บไซต์เมืองฮิโรชิมะระบุว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีประชากรอยู่ราว 350,000 คน จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดถูกต้อง แต่ประเมินว่า นับจนถึงสิ้นปี 2488 มีผู้เสียชีวิตราว 140,000 คน รวมถึงผู้เสียชีวิตจากรังสีนิวเคลียร์ จากนั้นอีก 3 วันสหรัฐได้ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 2 ชื่อแฟตบอย (Fat Boy) น้ำหนัก 4,670 กิโลกรัม แรงระเบิด 21 กิโลตัน ถล่มเมืองนางาซากิ […]

สหรัฐระดม จนท.สกัดไฟป่าแคลิฟอร์เนีย

สหรัฐ 5 ส.ค. – ทีมดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ครบมือ เร่งควบคุมแนวไฟป่ากิฟฟอร์ดที่ลุกไหม้ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เจ้าหน้าที่สั่งอพยพประชาชนบางส่วนออกจากจุดเสี่ยงแล้ว ทีมดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ช่วยกันควบคุมแนวไฟป่ากิฟฟอร์ดที่ลุกไหม้ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ โดยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพอากาศแห้งและลมกระโชกแรงช่วยโหมกระพือไฟป่า ซึ่งลุกไหม้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลอส ปาเดรส ใกล้เมืองซานตา มาเรีย เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 49,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 123,970 ไร่ และกำลังคุกคามบ้านเรือนประมาณ 360 หลัง เจ้าหน้าที่สั่งอพยพประชาชนบางส่วนออกจากจุดเสี่ยงแล้ว สื่อท้องถิ่นรายงานปฏิบัติการดับไฟป่ากิฟฟอร์ด ใช้ทีมดับเพลิงมากกว่า 1,000 คน ร่วมดับไฟทั้งทางภาคพื้นและอากาศ ขณะที่ลมยังพัดกระโชกแรงอยู่ตลอด จึงวางใจสถานการณ์ไม่ได้.-สำนักข่าวไทย

กราดยิง 4 ศพในบาร์สหรัฐ

มอนแทนา 2 ส.ค. – เหตุการณ์กราดยิงในสหรัฐเกิดขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดเมื่อวานนี้ มีเหตุเกิดขึ้นในบาร์แห่งหนึ่งในรัฐมอนแทนา มีผู้เสียชีวิตไป 4 คน ทางการสหรัฐเปิดเผยว่าเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นในบาร์ที่มีชื่อว่า “อาวล์ บาร์” (Owl Bar) อยู่ในเมืองอนาคอนดา รัฐมอนแทนา เมื่อเวลา 10.30 น. ช่วงสายของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ผู้ต้องสงสัยเป็นคนที่อาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่ติดๆ กับบาร์แห่งนี้ โดยทางการระบุว่าชื่อคือนายไมเคิล พอล บราวน์ อายุ 45 ปี หลังจากเหตุแล้วนายบราวน์ได้หลบหนีไป เวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังตามล่าตัวอยู่ และในระหว่างที่ยังไล่ล่ามือปืนเจ้าหน้าที่เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ภายในบ้านเนื่องจากผู้ต้องสงสัยมีอาวุธอาจเป็นอันตรายได้ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการสังหารเหยื่อทั้ง 4 คงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน.-816.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 4 5 597
...