fbpx

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

รัสเซียเปิดทางให้ผู้อพยพออกจากโรงงานเหล็กในมารีอูปอล

ทางการรัสเซียเปิดทางให้ผู้อพยพออกจากโรงงานเหล็กอาซอฟสตัล ในเมืองมารีอูปอลของยูเครน ด้านยูเครนระบุว่า รัสเซียระดมโจมตีโรงงานเหล็กอย่างหนัก หวังยึดให้ได้โดยสิ้นเชิงในวันจันทร์นี้

ผู้อพยพชาวยูเครนรอสหรัฐอนุญาตเข้าประเทศ

ผู้อพยพชาวยูเครนราว 500 คน รออยู่บริเวณที่พักชั่วคราวที่ทางการเม็กซิโกจัดไว้ทางตะวันออกของเมืองหลวง ระหว่างรอรัฐบาลสหรัฐอนุญาตให้เข้าประเทศ ตามโครงการที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

ชาวยูเครนอพยพถึงชานเมืองกรุงเคียฟ

เร่งอพยพประชาชนกว่าพันคน ออกจากหมู่บ้านโบบริค ที่ถูกรัสเซียยึด ชาวบ้านเผยเขาต้องซ่อนตัวอยู่ในที่หลบภัยทั้งอาทิตย์ โดยไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้

ผู้อพยพชาวยูเครนเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ

ผู้อพยพชาวยูเครนจำนวนมากในโปแลนด์กำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการเดินทางไกล อากาศที่หนาวเย็น และความเครียด

ยูเอ็นระบุมีผู้ลี้ภัยในโปแลนด์กว่า 1.8 ล้านคน

สหประชาชาติ ระบุมีผู้อพยพจากยูเครนข้ามพรมแดนไปยังโปแลนด์แล้วกว่า 1.8 ล้านคน ซึ่งสหประชาชาติได้ส่งเจ้าหน้าที่และสิ่งของช่วยเหลือเพิ่มเติมไปยังโปแลนด์

ผู้อพยพเผยรัสเซียโจมตีเมืองท่าของยูเครนทั้งวันทั้งคืน

เคียฟ 14 มี.ค. – ชาวยูเครนที่สามารถอพยพออกมาจากเมืองมารีอูปอล ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของยูเครนที่ถูกรัสเซียปิดล้อม ระบุว่า กองทัพรัสเซียใช้การโจมตีทางอากาศใส่ย่านที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวันทั้งคืน บาทหลวงพาเวล โกมาเชฟสกี หนึ่งในผู้ที่สามารถอพยพออกจากเมืองมารีอูปอล เผยกับบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี ว่า กองทัพรัสเซียใช้เครื่องบินขับไล่และขีปนาวุธแกรด (Grad) โจมตีย่านที่อยู่อาศัยในเมืองมารีอูปอลอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวันทั้งคืน ชาวเมืองต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ที่ไฟฟ้าถูกตัด รวมถึงประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม จนทำให้มีประชาชนบางส่วนจำเป็นต้องไปลักขโมยของตามร้านค้าและร้านขายยา บาทหลวงพาเวลยังระบุว่า เขาออกจากเมืองมารีอูปอลได้เมื่อไม่กี่วันก่อนพร้อมผู้อพยพรายอื่น ๆ โดยขบวนรถยนต์ส่วนตัวราว 100 คัน ขณะที่แผนการเปิดระเบียงมนุษยธรรม (humanitarian corridor) ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากการโจมตีอย่างหนักหน่วงของกองทัพรัสเซีย ทั้งนี้ องค์กรกาชาดระหว่างประเทศ (International Red Cross) ได้เรียกร้องเมื่อวันอาทิตย์ให้รัสเซียและยูเครนทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อเปิดเส้นทางอพยพประชาชนออกจากเมืองมารีอูปอล รวมถึงการส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังเมืองดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

ยอดผู้อพยพยูเครนใกล้ 1.5 ล้านคนแล้ว

จำนวนผู้อพยพหนีภัยสงครามในยูเครนคาดว่าจะถึง 1.5 ล้านคนในวันนี้ ขณะที่รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตียูเครนเป็นวันที่ 11 ด้านรัฐบาลยูเครนกดดันให้ชาติตะวันตก ลงมือดำเนินการ ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและส่งความช่วยเหลือด้านอาวุธ

ยูเอ็นเผยมีผู้อพยพออกจากยูเครน 1 ล้านคนใน 7 วัน

เคียฟ 3 มี.ค. – องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ระบุว่า มีประชาชนอย่างน้อย 1 ล้านคนอพยพออกจากยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียนำกำลังทหารบุกโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พร้อมเตือนว่าคลื่นผู้อพยพในระดับนี้อาจทำให้เกิดปัญหาวิกฤติผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติเผยว่า มีประชาชนอย่างน้อย 1 ล้านคนอพยพออกจากยูเครนตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 2 จากประชากรทั้งหมด 44 ล้านคนของยูเครน และเกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน ทั้งยังคาดการณ์ว่าคลื่นผู้อพยพจะพุ่งขึ้นเป็น 4 ล้านคน และอาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นและหน่วยงานอื่น ๆ กล่าวชื่นชมประเทศเพื่อนบ้านของยูเครนในการเตรียมความพร้อมรองรับคลื่นผู้อพยพระลอกใหม่ด้วยการให้ที่พักพิงในบ้านเรือน โรงกีฬา และอาคารต่าง ๆ  ในขณะเดียวกัน โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า คลื่นผู้อพยพจากยูเครนที่มีจำนวนสูงในระดับนี้อาจทำให้เกิดปัญหาวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ ข้อมูลของยูเอ็นยังระบุว่า มีชาวยูเครนกว่า 500,000 คนที่อพยพไปยังโปแลนด์ ตามมาด้วยฮังการี 116,000 คน มอลโดวา 79,000 คน และสโลวะเกีย 71,200 คน.-สำนักข่าวไทย

ผู้อพยพในเม็กซิโกขู่ตั้งกองคาราวานครั้งใหม่

ผู้อพยพหลายร้อยคนในเม็กซิโกประท้วงรัฐบาลอนุมัติวีซ่าล่าช้า ขู่ตั้งกองคาราวานมุ่งหน้าไปยังพรมแดนสหรัฐอีกครั้ง

เรือที่มีชาวโรฮิงญากว่า 100 คน ได้จอดในอินโดนีเซีย

ผู้อพยพชาวโรฮิงญามากกว่า 100 คน ซึ่งล่องเรือลอยอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของอินโดนีเซียในสภาพที่เรือกำลังใกล้จะจม ได้รับอนุญาตให้นำเรือเข้าจอดเทียบท่าในอินโดนีเซียเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ หลังจากเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยินยอมตามกระแสกดดันจากนานาประเทศที่เรียกร้องให้อินโดนีเซ๊ยให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพเหล่านี้

อังกฤษ-ฝรั่งเศสเห็นพ้องหยุดแก๊งค้ามนุษย์หลังเหตุเรือล่ม

ลอนดอน 25 พ.ย. – อังกฤษกับฝรั่งเศสจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดผู้อพยพที่เดินทางข้ามช่องแคบอังกฤษ หลังเกิดเหตุเรือลอบขนผู้อพยพล่มในช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันพุธจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ซึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในช่องแคบอังกฤษมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี รายงานว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่า ขบวนการค้ามนุษย์ทำให้ชีวิตของผู้อพยพตกอยู่ในความเสี่ยง หลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นในช่องแคบอังกฤษเมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน กล่าวว่า เขารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อหยุดยั้งขบวนการค้ามนุษย์ ทั้งยังระบุว่า แม้อังกฤษกับฝรั่งเศสจะเห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นต้องลงมือมากขึ้นเพื่อหยุดขบวนการนี้ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่อังกฤษจะโน้มน้าวให้ฝรั่งเศสทำตามแนวทางที่อังกฤษเห็นว่าเหมาะสมต่อสถานการณ์ และมองว่าการที่รัฐบาลฝรั่้งเศสพยายามสั่งห้ามเรือผู้อพยพออกจากฝั่งนั้นยังไม่เพียงพอ โดยหวังว่าฝรั่้งเศสจะมีข้อเสนอใหม่ที่ทำให้เกิดการลาดตระเวนร่วมกันในน่านน้ำฝรั่งเศส ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของทางการฝรั่งเศสระบุว่า ประธานาธิบดีมาครงได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีจอห์นสันว่า เขาคาดหวังความร่วมมือจากอังกฤษอย่างเต็มเปี่ยม และจะไม่โยงสถานการณ์ดังกล่าวให้เป็นประเด็นทางการเมือง ก่อนหน้านี้ อังกฤษได้ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนเงินให้ฝรั่งเศสราว 62.7 ล้านปอนด์ (2,790 ล้านบาท) ในช่วงปี 2564-2565 เพื่อช่วยในการเพิ่มหน่วยลาดตระเวนตามแนวชายฝั่ง การเฝ้าระวังทางอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ท่าเรือ.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 20