fbpx

“อนุทิน” แจงจัดซื้อวัคซีน ไม่ล่าช้า

“อนุทิน” เมินเปิดเผยสัญญาแอสตร้าเซนเนกา กับ สยามไบโอไซเอนซ์ เพราะเป็นเรื่องระหว่างเอกชน นอกเหนืออำนาจรัฐ อัดข้อมูล “ธนาธร” บิดเบือน ไร้ความจริง

ดีอีเอส ส่งทีม กม.แจ้งเอาผิด “ธนาธร” ปมวัคซีนโควิด-19

ดีอีเอส ส่งทีมกฎหมายแจ้งเอาผิด “ธนาธร” ม.112 – พ.ร.บ.คอม หลังวิจารณ์รัฐบาล บิดเบือนข้อมูลเรื่องวัคซีนโควิด-19

ซัด “ธนาธร”มือไม่พายอย่าเอาอะไรมาราน้ำ

“อนุทิน” เดือด “ธนาธร” วิจารณ์ปมวัคซีนโยงบริษัท.สยามไบโอไซเอนซ์ ชี้มือไม่พาย ก็อย่าเอาอะไรมาราน้ำ เย้ย ถ้าอยากทำสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ทำให้ตัวเองเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้ได้ก่อน

“วราวุธ” ชี้คดีรุกป่าราชบุรีมารดา “ธนาธร” ไม่มี 2 มาตรฐาน

ทำเนียบฯ 30 ธ.ค.-“วราวุธ” ชี้คดีรุกป่าราชบุรีของมารดา “ธนาธร” ไม่มี 2 มาตรฐาน ทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีกรมป่าไม้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า รุกป่าสงวนในพื้นที่ จ.ราชบุรี 450 ไร่ พร้อมเสนอเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ นส. 3 ก จำนวน 2,000 ไร่ ว่า ในการทำงานของกระทรวงทรัพยากรฯ ไม่ดูที่ว่าเป็นใครหรือฝ่ายใด เพราะดูแค่ว่าทรัพย์สมบัติของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวน หรือป่าอนุรักษ์นั้น ได้มีการบุกรุกหรือไม่ และถ้ามีการบุกรุกขึ้นมา กระทรวงในฐานะที่เป็นเจ้าทุกข์จะมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคดีที่มีการร้องเรียนกระทรวงทรัพยากรฯ จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด “ไม่ได้ประวิงเวลาหรือเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดทั้งนั้น และดำเนินคดีตามกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ไม่มีสองมาตรฐาน หรือเลือกที่รักมักที่ชังอย่างแน่นอน ให้ความยุติธรรมและดำเนินคดีโดยไม่ได้ดูที่ตัวบุคคล” นายวราวุธ กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ธนาธร ยอมรับผลเลือกตั้งอบจ. ยันไม่สูญเสียความมั่นใจ

นาธร ยอมรับผลเลือกตั้ง คณะก้าวหน้าไม่ได้เก้าอี้นายกฯอบจ. ชี้คะแนนไม่ลดหากวัดกับการเลือกตั้ง ปี 62 ยันไม่ได้สูญเสียความมั่นใจ ปี64เดินหน้าทำงานการเมืองระดับท้องถิ่นต่อ

“ธนาธร” ปัดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปดูม็อบ

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ปฏิเสธข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีชุมนุมห้าแยกลาดพร้าว อ้างแค่เข้าร่วมสังเกตการณ์

ตั้ง กก.สืบสวน “คณะก้าวหน้า” ดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง

กทม. 30 พ.ย. – มติ กกต.ตั้งคณะกรรมการสืบสวนฯ “คณะก้าวหน้า” ดำเนินกิจกรรมคล้ายพรรคการเมือง หากผิด “ธนาธร-ปิยะบุตร-ช่อ” โดนคดีอาญาอีก ขณะที่ผู้สมัคร อบจ.มีสิทธิเจอ “ใบส้ม-ใบเหลือง” สนง.กกต. วันนี้ (30 พ.ย.) มีรายงานว่าที่ประชุม กกต.มีมติสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนกรณีการเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ในนามคณะก้าวหน้า ที่ส่งและช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ว่าเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 111 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หลังพิจารณาข้อมูลหลักฐานที่ด้านกิจการพรรคการเมืองของสำนักงาน กกต. รวบรวมเสนอแล้วเห็นว่ามีน้ำหนักพอสมควรที่ กกต.จะดำเนินการต่อไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสอบสวนและไต่สวนได้. – สำนักข่าวไทย

เตรียมฟ้องกกต.ถูกก่อกวนช่วยหาเสียงอบจ.

คณะก้าวหน้าเตรียมร้องกกต. หลังถูกก่อกวนระหว่างหาเสียงเลือกตั้งนายกฯ พร้อมฟ้องรมต.- อดีตผู้บริหารเนชั่น-แกนนำภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์-แกนนำกลุ่มไทยภักดีหมิ่น “ธนาธร”

“ถาวร” ชี้ “ธนาธร-ปิยบุตร” คิดล้มสถาบัน

“ถาวร” โชว์หลักฐานชี้ “ธนาธร-ปิยบุตร” อยู่เบื้องหลังม็อบ สมคบคิดล้มสถาบัน ห่วงชุมนุมพรุ่งนี้ วอนผู้ชุมนุมยึดกฎหมาย หลักสันติ งดยั่วยุ ชี้ ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุมรอเบนี้เบาสุดกว่าทุกม็อบในอดีต

ชี้เหตุล้อมรถ “ธนาธร” ไม่เกี่ยวการเมืองท้องถิ่น

ทำเนียบฯ 12 พ.ย.-“อนุชา” ระบุเหตุล้อมรถ “ธนาธร” ไม่เกี่ยวการเมืองท้องถิ่น แต่เป็นความคิดสุดโต่งจากการเมืองใหญ่ ย้ำต้องหาวิธีประนีประนอมหาทางออกสังคม ขอม็อบอย่าตั้งแง่ อย่ามองการส่งศาล รธน.ตีความร่างแก้ไข รธน.เป็นการยื้อเวลา ลั่นไม่แก้ค่อยมาว่ากัน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อเหลืองปกป้องสถาบัน ล้อมรถนายธนาธร จึงรุ่งเรือง แกนนำคณะก้าวหน้า ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จะส่งผลทำให้การเมืองท้องถิ่นรุนแรงขึ้นหรือไม่ ตนมองว่าเป็นเรื่องของท้องถิ่น ซึ่งมีการบริหารจัดการของตัวเอง มีหลายฝ่ายอยู่ในสังคมเดียวกันและไม่ได้มีความคิดเห็นเหมือนกันทุกคน โดยความแตกต่างทางความคิด ถือเป็นเรื่องธรรมดาและสามารถแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย และไม่อยากให้เกิดการลุกลามบานปลายที่ต้องบริหารจัดการกันเอง ไม่เหมือนการเมืองใหญ่ที่ต้องมีการแก้ปัญหาในรัฐสภา “เหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่ลุกลาม และมองว่าเป็นประเด็นการเมืองใหญ่ ไม่ใช่เรื่องท้องถิ่น เป็นความแตกแยกทางความคิดที่แต่ละฝั่งมีสุดโต่ง ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง สิ่งที่ผมกลัว กลัวปัญหาความแตกแยกทางความคิดที่สุดขั้วเกินไป บางครั้งสังคมฝั่งหนึ่งรับได้ แต่อีกฝั่งรับไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องหาวิธีประนีประนอม ที่จะทำให้เกิดข้อยุติในสังคมไทย ผมไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนเกิดความแตกแยกกัน” นายอนุชา กล่าว นายอนุชา กล่าวอีกว่า ในเรื่องของความแตกแยกทางความคิด แล้วทำให้เกิดความรุนแรง ทางพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีนโยบายและไม่เคยมีความคิดเช่นนี้ ไม่เคยหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูดคุย และไม่เคยคิดว่าจะเป็นปัญหารุนแรงถึงขนาดนี้ด้วย คงไม่มีผู้นำไปแบ่งแยก หรือทำให้ความคิดนี้แตกต่าง […]

1 2 3 4 21