29 สิงหาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล
ข้อมูลน่าสงสัย :
มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการเผยแพร่คลิปจากเวทีสัมมนาโดย Silicon Valley Health Institute หน่วยงานที่มีประวัติเผยแพร่ข่าวปลอมด้านสุขภาพ เนื้อหาโจมตีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ว่าฉีดแล้วทำให้ป่วยง่ายขึ้น เนื่องจากวัคซีนทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลงและยังทำลายระบบประสาท

บทสรุป :
1.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็นหรือเชื้อตายไม่ทำให้เป็นหวัด
2.โรค GBS ที่พบในผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นได้น้อยมาก การป่วยไข้หวัดใหญ่ทำให้เสี่ยงมากกว่า
3.การฉีดวัคซีนต่อเนื่องยังมีภูมิมากกว่าการฉีดแค่ครั้งเดียว
4.วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความจำเป็นต่อกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กและสตรีมีครรภ์
FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดยมูลนิธิโรคติดเชื้อแห่งชาติสหรัฐฯ เมื่อปี 2023 พบว่ามีประชาชน 43% จะไม่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่มั่นใจว่าจะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ หนึ่งในเหตุผลหลักของการปฏิเสธวัคซีนคือความกังวลต่ออาการข้างเคียงและไม่มั่นใจในประสิทธิผลของวัคซีน
เช่นเดียวกับผลสำรวจชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน 1,600 ราย โดยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเมื่อปี 2023 ที่พบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำให้เสี่ยงเป็นหวัดมากขึ้น
ความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้ สื่อถึงอิทธิพลของข่าวปลอมที่ส่งผลต่อทัศนคติของประชาชนต่อประโยชน์ของวัคซีน
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ทำให้เป็นหวัด
ปัจจุบันมีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่หลายชนิด ทั้งชนิดเชื้อตาย ชนิดเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนแรง และชนิด Recombinant Vaccine
วัคซีนไข้หวัดใหญ่แต่ละชนิดทำหน้าที่ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อไวรัส และไม่ทำให้ผู้รับวัคซีนเป็นหวัดหรือมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มากขึ้นตามที่กล่าวอ้าง
อาการข้างเคียงต่อระบบประสาทในผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
เป็นจริงที่ว่า หนึ่งในอาการข้างเคียงจากการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่คือผลกระทบต่อระบบประสาท แต่พบในสัดส่วนที่น้อยมาก
ความเสี่ยงโรค GBS
โรค Guillain-Barré syndrome หรือ GBS เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต แต่ส่วนใหญ่อาการจะทุเลาลงได้เอง
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรค GBS จะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส แต่มีส่วนน้อยที่พบการป่วยหลังฉีดวัคซีน
เมื่อปี 1976 ทางการสหรัฐฯ รณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของไข้หวัดสุกร แต่ภายหลังกลับพบสัดส่วนผู้ป่วยโรค GBS ในผู้รับวัคซีนมากขึ้น
ข้อมูลศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า โดยปกติแล้วจะพบผู้ป่วยโรค GBS ในสหรัฐฯ สัปดาห์ละ 80-160 ราย และความสัมพันธ์ระหว่างวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับโรค GBS ยังไม่ชัดเจน คาดว่าวัคซีนอาจทำให้ผู้รับวัคซีนเสี่ยงเป็นโรค GBS เพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 รายต่อประชากร 1 ล้านคนที่รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
แม้ผลวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ผลิตหลังปี 1976 จะยังคงพบความเสี่ยงต่อโรค GBS เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เช่นเดิม แต่ประเด็นสำคัญก็คือการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เพิ่มความเสี่ยงโรค GBS มากยิ่งกว่าการฉีดวัคซีน
งานวิจัยปี 2009 พบสัดส่วนการป่วยโรค GBS ที่ 1.6 รายต่อประชากร 1 ล้านคนที่รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่
แต่งานวิจัยหลังการระบาดของไวรัสไข้หวัดสุกร H1N1 เมื่อปี 2009 พบผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ป่วยด้วยโรค GBS น้อยกว่าคนที่ไม่ฉีดวัคซีน
สอดคล้องกับงานวิจัยของประเทศแคนาดา ซึ่งการรวบรวมข้อมูลระหว่างปี 1993-2011 พบว่า ผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงป่วยเป็นโรค GBS ที่ 1.03 ต่อ 1 ล้านราย ส่วนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จนต้องเข้ารับการรักษาตัว มีความเสี่ยงป่วยเป็นโรค GBS ที่ 17.2 ต่อ 1 ล้านราย
เท่ากับว่าผู้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงป่วยด้วยโรค GBS น้อยกว่าผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ถึง 17 เท่า
ความเสี่ยงโรคลมหลับ
โรคลมหลับเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลากลางวัน แม้จะนอนหลับอย่างเพียงพอแล้วก็ตาม รวมไปถึงอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต
สาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน แต่เป็นโรคที่พบได้น้อย และพบความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพียงยี่ห้อเดียว
ระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดสุกร H1N1 เมื่อปี 2009 พบว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยี่ห้อ Pandemrix ที่ฉีดในทวีปยุโรป เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคลมหลับ
แต่กระนั้น ไม่พบว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยี่ห้ออื่น ๆ เพิ่มความเสี่ยงโรคลมหลับ และการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เพิ่มความเสี่ยงโรคลมหลับเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่อเนื่องสร้างภูมิน้อยกว่าฉีดเป็นครั้งคราว
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่อเนื่องทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนน้อยกว่ากลุ่มที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ต่อเนื่อง
งานวิจัย Systematic Review ที่รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัย 83 ชิ้นพบว่า แม้ผู้ที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่อเนื่อง จะทำให้ประสิทธิผลของวัคซีนต่อไวรัสที่ระบาดในปัจจุบันลดลง แต่ก็ยังมีภูมิคุ้มกันสูงกว่าคนไม่ฉีดวัคซีน
เช่นเดียวกับงานวิจัยในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เมื่อปี 2017 ที่พบว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2009-2017 ช่วยให้มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่มากกว่าผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แค่ครั้งเดียวในปี 2009
ประโยชน์ต่อเด็กและสตรีมีครรภ์
นอกจากผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวแล้ว กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็คือเด็กและสตรีมีครรภ์
ในระหว่างฤดูกาลแพร่ระบาดปี 2010-2012 พบว่า เด็กที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ครบโดส มีสัดส่วนการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะไข้หวัดใหญ่น้อยกว่าเด็กที่ไม่ฉีดวัคซีนถึง 80%
ส่วนฤดูกาลแพร่ระบาดปี 2019-2020 พบว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยให้เด็กลดการรักษาตัวในห้องฉุกเฉินจากไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 75%
งานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลระหว่างฤดูกาลแพร่ระบาดปี 2010-2012 พบว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยให้สตรีมีครรภ์ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง
ส่วนงานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลระหว่างปี 2010-2016 พบว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยให้สตรีมีครรภ์ลดการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากไข้หวัดใหญ่ได้ 40%
ข้อมูลอ้างอิง :
https://healthfeedback.org/claimreview/studies-flu-vaccine-reduces-risk-flu-hospitalization-benefits-outweigh-risks/
https://factcheck.afp.com/doc.afp.com.36JN78V
หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare
สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter