18 ธ.ค. – สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 เคาะฉันทมติ เห็นพ้องวาง 5 เสาหลักเป็น “กรอบทิศทางนโยบาย” สู่การสร้าง “หลักประกันรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ” หวังวางระบบ-สร้างพฤติกรรมการออมเงินคนไทย พร้อมผลักดันเป็นวาระแห่งชาติสู่การขับเคลื่อนร่วมกันของทุกฝ่าย
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2565 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) พร้อมด้วย สถานีโทรทัศน์
ไทยพีบีเอส ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ (มส.ผส.) ร่วมกันจัดเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ประเด็น หลักประกันรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ระเบียบวาระของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 พ.ศ.2565 โดยมี นพ.สมชาย พีระปกรณ์ เป็นประธานการพิจารณา
สำหรับเวทีสมัชชาสุขภาพในครั้งนี้ ภาคีสมาชิกสมัชชาสุขภาพได้เห็นพ้องร่วมกันว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีความพร้อมที่จะจัดให้มีระบบหลักประกันรายได้ฯ ที่คนในสังคมทุกช่วงวัย ทุกสาขาอาชีพจากทุกภาคส่วน ร่วมเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และควรมีนโยบายสาธารณะเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินการและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม และเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อไป
ทั้งนี้ จึงมีฉันทมติเห็นชอบต่อกรอบทิศทางนโยบาย (Policy Statement) ภายใต้ 5 องค์ประกอบหลักที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ได้แก่ 1. การพัฒนาผลิตภาพประชากร การมีงานทำ และมีรายได้จากการทำงานที่เหมาะสมตลอดช่วงวัย 2. เงินอุดหนุนที่เพียงพอต่อการดำรงชีพที่ผู้สูงอายุทุกคนควรได้รับ และบริการสังคมที่จำเป็นจากรัฐ 3. การออมระยะยาวเพื่อยามชราภาพที่เชื่อมโยงทั้งการออมของปัจเจกบุคคลและการออมรวมหมู่ ที่ครอบคลุม เพียงพอ และยั่งยืน รวมถึงการบริหารจัดการการเงินทั้งระดับบุคคลและครอบครัว
4.การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ ในทุกกองทุนให้มีการเน้นการคัดกรองความเสี่ยงและป้องกันภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอายุ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องการรักษา เช่น มะเร็ง การสำลัก วัคซีน ภาวะสมองเสื่อม การหกล้ม และการเข้าถึงชุดสิทธิประโยชน์ที่ยังไม่ครอบคลุม เช่น ผ้าอ้อม วัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ รวมถึงการบริการสุขภาพระยะยาว (Long-term care) 5. การดูแล การจัดสรรทรัพยากรร่วม และการบริหารจัดการ โดยครอบครัว ผู้ดูแลผู้สูงวัย ชุมชน และท้องถิ่น
ขณะเดียวกันยังเสนอให้มีการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ที่มีหน่วยงานรับผิดชอบ และเอื้อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เป็นนโยบายสาธารณะที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเห็นผลรูปธรรม โดยมีกลไกระดับชาติทำหน้าที่บูรณาการระบบย่อยและขับเคลื่อนระบบใหญ่ เชื่อมโยงกับกลไกระดับพื้นที่เพื่อการจัดสรรและบริหารจัดการทรัพยากรแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้างความเป็นธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุของประชาชนทุกคน
นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบดีว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมสูงอายุแบบสมบูรณ์ ที่มีประชากรผู้สูงวัยกว่าร้อยละ 20 ซึ่งจะตามมาด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นการสร้างระบบหลักประกันรายได้เพื่อรองรับสังคมสูงอายุ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ถูกนำมาพิจารณาและได้รับฉันทมติร่วมกันในครั้งนี้ ก่อนที่จะมีการรับรองและสร้างพันธะสัญญาในการขับเคลื่อนร่วมกันอีกครั้ง ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค.2565
“เรากำลังเผชิญสถานการณ์หลังโควิด-19 ที่ซ้ำเติมด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ สร้างปัญหาด้านปากท้อง การอยู่การกิน ที่เชื่อมโยงกับมิติสุขภาพอย่างองค์รวม ในบริบทความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุ ที่คาดว่าจะมีจำนวนผู้สูงวัยเพิ่มปีละประมาณ 1 ล้านคน ต่อเนื่องไปอีก 20 ปี จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องร่วมมือกัน วางแผนชีวิต และออกแบบระบบเพื่อเตรียมพร้อม เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นถัดไป ที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกันกำหนดภาพอนาคตอันพึงประสงค์นี้ไปด้วยกัน” นพ.ประทีป กล่าว.