ผบ.ตร. ยอมรับคนร้ายยิงชาวอินเดีย หนีออกนอกประเทศแล้ว

ภูเก็ต 10 ก.พ.-ผบ.ตร. เผย 2 คนร้ายบุกยิงชาวอินเดียเสียชีวิต ที่วิลล่า จ.ภูเก็ต เป็นชาวแคนาดา ขณะนี้หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้ว คาดภายใน 2-3 วันนี้ ตำรวจจะขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับ และนำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย


พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังจากประชุมร่วมกับ ทีมตำรวจชุดสืบสวนและคลี่คลายคดีที่ 2 คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายจิมมี่ ซันธู ชายสัญชาติอินเดีย เสียชีวิตภายในวิลล่าหรู พื้นที่ ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วง 22.30 น. ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก่อนที่ตำรวจ สภ.ฉลอง จะได้รับรายงานพบร่างผู้เสียชีวิตในช่วงเช้า วันรุ่งขึ้น

ผบ.ตร. ระบุว่าขณะนี้ตำรวจทราบตัวคนร้ายทั้งสองคนแล้วเป็นชาวแคนาดา เข้าประเทศไทยมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ในฐานะนักท่องเที่ยวโดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใช้หลักฐานการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง หรือว่ามีการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่โดยเบื้องต้น จากการตรวจสอบพบหนึ่งในคนร้ายเคยมีประวัติก่ออาชญากรรมมาก่อน แต่ ผบ.ตร. ไม่เปิดเผยว่าคนร้ายเกี่ยวข้องกับสมาชิกแก๊งมาเฟียแคนาดา ที่มีความขัดแย้งมากับผู้ตายก่อนหน้านี้หรือไม่ ระบุเพียงว่า ตอนนี้คนร้ายสองคนได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้ว และตอนนี้ทราบแล้วว่า ปลายทางคือประเทศใด โดยได้มีการประสานพูดคุยการทำงานกับตำรวจต่างประเทศอย่างใกล้ชิด คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับคนร้ายทั้งสองคน โดยจะนำตัวทั้งสองคนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุ จนถึงตอนนี้เชื่อว่ามีมากกว่า 2 คน แต่จะมีคนไทยเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอการสืบสวนอีกครั้ง


สำหรับอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก ที่คนร้ายใช้ยิงนายจิมมี่ ตำรวจชุด EOD ร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ใช้เครื่องสแกนโลหะ ร่วมกับ สุนัขตำรวจจาก ตชด. 42 แกะรอยหาจนค้นพบอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยคาดว่า คนร้ายโยนทิ้งลงทะเลระหว่างหลบหนีมุ่งหน้่าไปยังเส้นทางหาดมิตรภาพห่างจากจุดพบร่างผู้เสียชีวิตราว 120 เมตร และห่างจากจุดที่ตำรวจพบคลิปกล้องวงจรปิด ของร้านอาหารโรงแรมแห่งหนึ่งที่บันทึกภาพ ขณะที่สองคนร้ายกำลังวิ่งหลบหนีไปได้ก่อนหน้านี้ เพียง 100 เมตร โดยกระบอกแรกเป็นปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ CZ ขนาด 9 มม. และปืน Water พีพีเค ขนาด .38 พบในทะเลห่างจากชายฝั่งไม่ถึง 20 เมตร และยังพบแม็กกาซีน ที่ถูกถอดโยนทิ้งเอาไว้ บริเวณใกล้กัน โดยพบว่าอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกนี้ สอดคล้องตรงกันกับ ปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุ และในร่างของผู้ตาย จึงมั่นใจว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้สังหารนายจิมมี่อย่างแน่นอน

ส่วนที่มาของอาวุธปืน พบว่าทั้งสองกระบอกเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ครอบครองเป็นคนมีสี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเชิญตัวมาให้ปากคำว่าเกี่ยวข้องกับคนร้ายและผู้ตายหรือไม่อย่างไร.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ท่าทีไทยการค้าสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีประเทศไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีประเทศไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐ หลัง “ทรัมป์” ประกาศปรับภาษีนำเข้า 36% เตรียมปรับดุลการค้าให้เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ชี้ระยะยาวผู้ประกอบการส่งออกไทยควรมองหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยงพึ่งพาตลาดเดียว ย้ำรัฐบาลวางมาตรการรองรับบรรเทาผลกระทบ ​

พบสัญญาณชีพ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยันพบสัญญาณชีพหญิงสาว 1 คน

ว่าฯ ชัชชาติ ยันพบสัญญาณชีพหญิงสาวบริเวณโพรงบันไดหนีไฟ 1 คน ใช้โซนาร์วัดระยะความลึกเสียงได้ 3 เมตร ย้ำไม่หมดหวัง แต่ไม่อยากให้ทุกคนคาดหวัง จะเร่งทำงานเพื่อนำหญิงคนดังกล่าวออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทรัมป์ขึ้นภาษี

“ทรัมป์” ประกาศมาตรการภาษี ‘วันปลดปล่อยอเมริกา’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น โดยจะเก็บภาษียานยนต์ต่างประเทศทั้งหมดร้อยละ 25 ที่เหลือโดนหมดถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ