ทำเนียบรัฐบาล 10 ม.ค.- ไทย-เคนยา พร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันรอบด้าน เพื่อฉลองครบรอบ 55 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต
นายคิปทิเนสส์ ลินด์ซีย์ คิมโวเล (Mr. Kiptiness Lindsay Kimwole) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะกระชับความสัมพันธ์ และขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยไทยและเคนยาจะครบรอบ 55 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถของเอกอัครราชทูตฯ จะทำให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น
ด้านเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทยยืนยันว่าจะดำเนินบทบาทอย่างแข็งขัน เพื่อกระชับและสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และสร้างสรรค์อย่างรอบด้านต่อไป
พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นด้านสาธารณสุข ซึ่งไทยยินดีและพร้อมส่งเสริมความร่วมมือในการรับมือต่อสู้กับโรคโควิด-19 และโรคระบาดอื่นๆ ในอนาคต รวมถึงการให้ทุนการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขของเคนยา โดยเฉพาะการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 การแบ่งปันและถ่ายถอดองค์ความรู้ การวิจัย และพัฒนาการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยินดีที่เคนยาเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในแอฟริกาตะวันออก หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถเพิ่มพูนปริมาณการค้าระหว่างกันให้มากขึ้นได้ในอนาคต ขณะที่เคนยาพร้อมสนับสนุนหากภาคเอกชนไทยมีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า สามารถร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจสีเขียวที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศภายใต้โมเดล BCG ที่เน้นการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและคุ้มค่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจภาคพื้นทะเล (Blue Economy) ของเคนยา ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรทางทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการแปรรูปสินค้าและวัตถุดิบทางทะเล รวมทั้งการทำประมงอย่างยั่งยืน.-สำนักข่าวไทย