fbpx

เร่งกำจัดสิ่งกีดขวาง ระบายน้ำแก้น้ำท่วมขัง

กรุงเทพฯ 3 ก.ย.-“พล.อ.ประวิตร” ประชุมขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำ กำชับบูรณาการการทำงาน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เร่งสทนช.กำจัดสิ่งกีดขวาง ระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) โดยที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น การดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการตามภารกิจทั้ง 6 ด้าน โดยมีแผนงานที่มีความคืบหน้าเกิน 60% ได้แก่ น้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร สระน้ำในไร่นา โดยเฉพาะแหล่งน้ำชุมชน ที่มีผลการดำเนินงานแล้วถึง 91%

ทั้งนี้ ยังมีหลายแผนงานที่มีผลการดำเนินงานค่อนข้างต่ำกว่าเป้าหมายในระยะ 5 ปีแรก อาทิ การพัฒนาขยายเขตให้บริการประปาเมือง พื้นที่เศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการจัดหาแหล่งน้ำสำรองหรือน้ำต้นทุน อนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝน ระบบป้องกันชุมชนเมืองและเขื่อนป้องกันตลิ่ง เป็นต้น จึงได้ขอให้เร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด เพื่อเสนอกนช. พิจารณาครั้งถัดไป ก่อนรายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทราบทุกสิ้นปีงบประมาณ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายงานผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านแหล่งน้ำตามตัวชี้วัดของแผนแม่บทฯ น้ำ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก่อนสทนช. นำเข้าข้อมูลสู่ระบบติดตามประเมินผลด้านน้ำของประเทศไทย หรือ Thai Water Assessment (TWA) แล้วจึงให้หน่วยงานรายงานผลในระบบเพื่อติดตามประเมินผลแบบ Real time ต่อไป


ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าแผนหลักการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ในการกำหนดขอบเขตเป้าหมายการพัฒนาของโครงการพัฒนาใช้น้ำภายในประเทศร่วมกับการพัฒนาใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง โดยมีพื้นที่ชลประทานเป้าหมาย 39 ล้านไร่ แบ่งเป็นการพัฒนาน้ำภายในประเทศร่วมกับการใช้น้ำโขง 34 ล้านไร่ และพัฒนาน้ำภายในประเทศ 5 ล้านไร่ พัฒนารวมทั้งสิ้น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การพัฒนาใช้น้ำสาขาของแม่น้ำโขง โดยการสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำสาขา เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ระยะที่ 2 การพัฒนาใช้น้ำโขงสู่ลุ่มน้ำข้างเคียง เพื่อบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่างและลุ่มน้ำข้างเคียง

ระยะที่ 3 การพัฒนาใช้น้ำโขงโดยแรงโน้มถ่วงสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (โครงการโขงเลย ชี มูล) เพื่อเสริมฝนทิ้งช่วง เติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำเดิมที่มีปัญหา ลำน้ำ สระน้ำ หนอง บึง ให้มีน้ำทั้งปีและเป็นน้ำต้นทุนในฤดูแล้ง ระยะที่ 4 พัฒนาการใช้แม่น้ำโขงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน (ไทย-สปป.ลาว) โดยพัฒนาโครงการเขื่อนพลังงานไฟฟ้าปากชม จ.เลย และเขื่อนพลังงานไฟฟ้าบ้านกุ่ม จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ สทนช.จะนำแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาพิจารณาร่วมด้วย โดยมติที่ประชุมเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและเสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามแผนหลักการพัฒนา และสำหรับเป้าหมายพัฒนาที่ 4 ให้ สทนช. ในฐานะคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย (TNMC) ศึกษาความเหมาะสมโครงการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และเจรจาทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกัน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สำหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ แต่หากยังมีปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแผนได้ ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งขอให้สทนช. เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้ โดยกำจัดสิ่งกีดขวางและเร่งระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเสียให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ สำหรับการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ ให้หน่วยงานดำเนินการตามแผนแม่บทด้านการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย โดยให้เร่งกำจัด สิ่งกีดขวางทางน้ำและเร่งระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังให้กับประชาชน


นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการร่างรายงานตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำ SDG 6.4 ของประเทศไทย รวมถึงเห็นชอบในหลักการการบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ และให้หน่วยงานนำไปปฏิบัติโดยกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้มีการรายงานผลการขับเคลื่อนให้ สทนช. ทราบ เพื่อเสนอ กนช. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนรายงานต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) ต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จับแล้วหลอกขายมือถือทำเด็กวัย 14 เครียดเส้นเลือดในสมองแตกดับ

ตำรวจไซเบอร์จับกุมบุคคลหลอกขายโทรศัพท์มือถือทางออนไลน์ ทำเด็กชายวัย 14 ปี ชาวเชียงใหม่ เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

ตำรวจไซเบอร์แถลงจับ 2 สาวหลอกขายมือถือให้ “น้องก้อง”

ตำรวจไซเบอร์ แถลงจับกุม 2 สาวแก๊งหลอกขายมือถือผ่านออนไลน์ให้ “น้องก้อง” วัย 14 ปี ทำเครียดเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิต พบเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาแล้ว และยังมีเหยื่ออีกเกือบ 40 ราย ถูกร้านนี้หลอกขายของ

แจ้งจับ “หมอปลา” ให้ร้าย ตร. ปมศูนย์บำบัดยา

ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด แจ้งความดำเนินคดี “หมอปลา” ให้ร้ายตำรวจ กรณีศูนย์บำบัดยาเสพติดที่กาญจนบุรี ยืนยันตำรวจไม่มีเอี่ยวแสวงหาประโยชน์จากผู้บำบัดยาเสพติด

ไรเดอร์ปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่นหน้าห้างฯ กลางเมืองสมุทรปราการ

ไรเดอร์ยกพวกปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่น หน้าห้างสรรพสินค้าดังย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

ข่าวแนะนำ

น้ำท่วมด่านขุนทดยังสาหัส-พิษณุโลกเริ่มคลี่คลาย

สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ยังสาหัส เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้านติดค้างอยู่เกาะกลางน้ำท่วม ขณะที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก น้ำเริ่มลด รถทุกชนิดสัญจรผ่านได้

นายกฯ ลั่นไม่ได้มาเพื่อให้ทุกคนรัก แต่มาให้กำลังใจ

นายกฯ ให้กำลังใจชาวสุโขทัย ลั่นไม่ได้มาเพื่อให้ทุกคนรัก บอกปีที่แล้วพายุเข้ามา 5 ลูก แต่ปีนี้มีพายุเข้ามาลูกเดียว สวดมนต์ว่าอย่ามาอีกเลย มาลูกเดียวพอแล้ว

จ.ตาก ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลท่วมบ้านบนดอย อ.อุ้มผาง

ฝนถล่มยอดดอย อ.อุ้มผาง จ.ตาก น้ำป่าจากภูเขาสูงไหลท่วมบ้านเรือนและรีสอร์ตสูงกว่า 1 เมตร บ้านริมน้ำและสัตว์เลี้ยงไหลไปกับน้ำป่า เจ้าหน้าที่ระดมหน่วยกู้ชีพ อ.อุ้มผาง พร้อมเรือยาง เร่งอพยพชาวบ้าน

นายกฯ ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามน้ำท่วม บางจุดสูงเกือบ 2 เมตร

นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งล่าสุดบางจุดน้ำยังท่วมสูงเกือบ 2 เมตร