กรุงเทพฯ 7 มิ.ย.-โฆษกปชป.ระบุหลายสาเหตุเป็นปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน สำคัญคือเรื่องการพิสูจน์สิทธิ แนะจนท.สำรวจพื้นที่แล้วดำเนินการให้จบในคราวเดียว ไม่ใช่พอเจอปัญหาก็ทิ้งไว้ไม่ทำต่อ
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่พบปะและช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ต้องยอมรับความจริงว่าการให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะการพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินที่มีหลายกรณีปัญหาที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่จริงใจคลายความทุกข์ให้ชาวบ้าน หลายพื้นที่ขีดเขตป่าทับที่ดินประชาชน หลายพื้นที่มีประชาชนถูกไล่ดำเนินคดีทั้ง ๆ ที่ดินแปลงดังกล่าวอาศัยอยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษกว่า 100 ปี หลายพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่สาธารณะทับที่ดินของชาวบ้าน
“ใครไม่เป็นเช่นนั้นย่อมไม่รู้สึกถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้น ตื่นเข้ามาไม่รู้ว่าจะถูกดำเนินคดีเมื่อใด ลูกหลานจะอยู่อย่างไรหากไม่มีที่ดินทำกินจะอพยพไปอยู่ที่ไหน ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครผิดใครถูก แต่อยู่ที่การพิสูจน์สิทธิอย่างตรงไปตรงมา ประชาชนรับได้หากดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธกฎหมายแม้แต่น้อย ความต้องการเพียงที่ดินทำกินคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน หากรัฐไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ให้เป็นระบบและยั่งยืน ปัญหาจะถูกส่งจากรุ่นสู่รุ่นไม่มีวันจบสิ้น ประชาชนจำนวนมากถามหาสิทธิแบบไหนก็ได้ที่ให้มีที่ทำกิน ทุกพื้นที่ถามถึงโฉนดชุมชน สิทธิในการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินในชุมชน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายราเมศ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนโดยนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเร่งออกโฉนดซึ่งเป็นแนวทางที่ดีและประสบความสำเร็จโดยเดินสำรวจในหลายพื้นที่ แต่ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่สำรวจควรดำเนินการเร่งพิสูจน์สิทธิในคราวเดียวกัน ควรร่วมพูดคุยเพื่อหาแนวทางกัน หากที่ดินแปลงใดมีปัญหาดังที่กล่าวมา เจ้าหน้าที่จะข้ามไป เว้นปัญหาไว้ไม่เข้าไปสำรวจพิสูจน์สิทธิในคราวเดียวกัน ความทุกข์ของประชาชนก็ไม่จบสิ้น ซึ่งพรรคจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ร่วมกันขับเคลื่อนเป็นวาระเพื่อประชาชนต่อไป และจะนำเสนอกรรมาธิการพิจารณางบประมาณในส่วนของพรรคเพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อสู้ในเรื่องการวางโครงสร้างในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินเพื่อให้เกิดผลสำเร็จและยั่งยืนต่อไป.-สำนักข่าวไทย