รัฐสภา 14 พ.ค.-ประธานสภาฯ ย้ำเข้มมาตรการป้องโควิดระหว่างประชุมสภาปลายเดือนนี้ ขอส.ส.-จนท.ฉีดวัคซีน รับกังวลถ้าต้องประชุมร่วมรัฐสภา ของดก่อน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังการประชุมร่วม 4 ฝ่าย ถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดประชุมสภา สมัยสามัญปลายเดือนนี้ว่า ได้หารือร่วมกันระหว่างผู้แทนคณะรัฐมนตรี ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว แม้จะมีส่วนหนึ่งเห็นว่าควรเลื่อนการประชุมออกไปก่อนเพื่อรอให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงมาตรการแล้ว โดยขอให้ส.ส.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเร่งฉีดวัคซีนก่อน
“ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์ฉีดวัคซีน ต้องมีใบรับรองผลว่าไม่พบการติดเชื้อมายืนยัน เพื่อให้ปลอดเชื้อโควิด-19 ไม่ให้มีผู้ติดเชื้อระหว่างการประชุม ส่วน ส.ส. ขอความร่วมมือให้เข้ารับการฉีดวัคซีนด้วย และเมื่อการพิจารณาร่างงบประมาณเสร็จสิ้น จะพิจารณาการประชุมอื่น ๆ อีกครั้ง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรี หากพบว่าสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ขอให้แจ้งมายังรัฐสภาเพื่องดการประชุม” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว
นายชวน กล่าวว่า ส่วนเจ้าหน้าที่กระทรวงต่าง ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนข้อมูลงบประมาณของกระทรวงนั้น ๆ จะให้เข้ามาภายในรัฐสภาเฉพาะกระทรวงที่อภิปรายในแต่ละวัน โดยขอลดจำนวนบุคลากรจากกระทรวงต่าง ๆ ไม่ให้มากันจำนวนมาก และใช้กระบวนการทางอิเลคทรอนิกส์มาสนับสนุน
“สำหรับมาตรการภายในห้องประชุม จะยังคงมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่ง ไม่ให้ส.ส.นั่งรวมตัวกันระหว่างที่พรรคตนเองอภิปราย และเข้มงวดกับบุคคลที่เข้า-ออกอาคารรัฐสภา พร้อมประสานไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่ออนุโลมการถอดหน้ากากอนามัยระหว่างที่ส.ส.อภิปรายงบประมาณ เพราะกังวลว่าหากส.ส.อภิปรายระยะเวลา 3 วัน โดยไม่ถอดหน้ากากจะเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม ยังต้องระมัดระวัง เพราะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังสามารถติดเชื้อได้” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว
นายชวน กล่าวว่า มีความกังวลต่อการประชุมร่วมรัฐสภาที่จะต้องมีทั้ง ส.ส. และส.ว.ร่วมประชุมและไม่สามารถเว้นระยะห่างภายในห้องประชุมได้ ละยังมีร่างกฎหมายสำคัญที่รอการพิจารณา โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ ที่ขณะนี้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันพิจารณา ซึ่งหากไม่มีความจำเป็น ก็จะยังไม่นัดการประชุมรัฐสภา เว้นแต่จะมีเรื่องด่วนที่จำเป็นจะต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา.-สำนักข่าวไทย