กทม. 10 พ.ค.-“อนุทิน” เผย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค จิ๋วแต่แจ๋ว ทำงานบนความกดดัน แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็ไม่บั่นทอนกำลังใจตัวเอง
วันนี้(10 พฤษภาคม) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่วนใหญ่ยังพบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปช่วยคลี่คลายปัญหา ตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือภาระงานของหน่วยงานหลัก ทั้งนี้ สธ. โดยความร่วมมือจากทุกกรม จัดตั้งศูนย์แรกรับผู้ป่วยโควิด 19 และส่งต่อผู้ป่วย เพื่อช่วยกรุงเทพมหานคร แก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ป่วย ต่อมาเมื่อมีรายงานปัญหาว่า มีผู้ป่วยแสดงอาการเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จนอาจกระทบกับระบบโรงพยาบาลปกติ ทางกระทรวงฯ จึงได้ตั้งโรงพยาบาลบุษราคัม ใช้อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง หรือกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลาง รองรับเบื้องต้น 1,200 เตียง สามารถขยายได้ถึง 5,000 เตียง ใช้หมอจากทั่วประเทศ โดยจะไม่กระทบกับงานของหมอที่รักษาผู้ป่วยอยู่แล้ว จะรับผู้ป่วยอาการน้อยถึงปานกลางเข้ามาดูแลที่นี่ เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ รับผิดชอบผู้ป่วยอาการหนักโดยเฉพาะ
นายอนุทิน กล่าวว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นนโยบายแล้วว่าจะต้องสำรองใช้ไม่ขาด โดยจะต้องมีหมุนเวียนใช้ในคลัง พร้อมจัดหาสั่งซื้อเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เราจะต้องพึ่งพาตัวเองได้ โดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จึงเริ่มผลิตยานี้ในประเทศไทยได้แล้ว อยู่ในระหว่างการศึกษาชีวสมมูล คาดว่าจะผลิตแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย. ขณะเดียวกัน เดือนนี้ประเทศไทยจะมีวัคซีนซิโนแวครวม 3.5 ล้านโดสผ่าน อภ. เป็นผู้นำเข้า และเดือนมิ.ย. วัคซีนแอสตราเซนเนกาในลอตใหญ่ ก็จะทยอยนำมาฉีดให้ประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า การลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อม นพ.โสภณ เมฆธน ยืนยันชัดเจนว่า กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค จะได้รับวัคซีนแอสตราเซนเนกา ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทะเบียนบรรลุเป้าหมาย 16 ล้านโดสแรก เราจึงเปิดช่องทางลงทะเบียนด้วยตนเองที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกำลังหลักในการขยายข่าวสารและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในหมู่บ้านด้วย ทั้งนี้ มติในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เราได้ขยายการฉีดวัคซีนในประชากรวัยแรงงาน โดยมีสํานักงานประกันสังคม และทางจังหวัดเป็นผู้รวบรวมรายชื่อแรงงานที่จะรับวัคซีนส่งมายัง สธ. เพื่อกระจายการฉีดวัคซีนต่อไป
นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคือบุคลากรสาธารณสุขทั้งที่ทำงานด่านหน้า ที่เสียสละเวลาของตัวเองมาทำงานดูแลพี่น้องประชาชน โดยเราเร่งสร้างเกราะป้องกันให้คนทำงาน ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้บุคลากรสาธารณสุข สร้างความปลอดภัย ความมั่นใจให้คนทำงาน ส่วนบุคลากรเบื้องหลัง ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์รายชั่วโมง ปรับแผนการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเต็มความสามารถ วันหยุดก็มาทำงาน ทุกเช้า 7 โมง ก็ประชุมอีโอซีทุกวันไม่มีวันหยุด
“ผมอยากให้ทุกคนร่วมกันให้กำลังใจทำคนงาน ผมและผู้บริหาร สธ. ทุกวันนี้ต่างให้กำลังใจกันและกัน โดยเฉพาะ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เห็นจิ๋วแบบนั้นแต่แจ๋วมาก ทำงานบนความกดดัน แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็ไม่บั่นทอนกำลังใจตัวเอง แต่ในหลายครั้งที่คุณหมอออกมาพูด อธิบายในข้อโต้แย้งต่างๆ ก็เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนอย่างถูกต้อง คุณหมอมีความหวังดี และเราต้องให้กำลังใจ ฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน” นายอนุทิน กล่าวและว่า ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ช่วยกันลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้มากที่สุด.-สำนักข่าวไทย