fbpx

ลุ้น! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจรัฐสภาแก้ รธน.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 11 มี.ค.- ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเพื่อวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการประชุมวินิจฉัยไม่มีการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย


ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ (11 มี.ค.) ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมารอเฝ้าติดตามผลคำวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) ที่ประธานรัฐสภาได้ยื่นมาให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา และศาลได้กำหนดนัดประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปรึกษาหารือและลงมติในวันนี้ โดยมีรายงานว่าที่ประชุมได้เริ่มเมื่อเวลา 09.30 น.

สำหรับการพิจารณาคำร้องดังกล่าวของศาลจะไม่มีการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย เพราะเป็นเพียงการประชุมภายใน และเป็นการวินิจฉัยในเรื่องของข้อกฎหมาย โดยหลังจากได้ผลการพิจารณาแล้ว ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะส่งรายละเอียดของการพิจารณาและมติเป็นเอกสารข่าวให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ


สำหรับบรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ยังคงมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลการเข้า-ออก และแลกบัตรตามปกติ ตามระเบียบศาล อย่างไรก็ตาม ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมาดูแล โดยเฉพาะภายในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ คาดว่าผลการพิจารณาจะออกมาใน 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ เป็นอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภาสามารถเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ รัฐสภาจะเดินหน้าโหวตวาระที่ 3 ต่อ โดยใช้เงื่อนไขในมาตรา 256 ที่กำหนดต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง มีเสียง ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และต้องมีเสียงพรรคการเมืองไม่มีที่นั่งในฝ่ายบริหารหรือประธานสภาอีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
แนวทางที่ 2 แก้ไขได้รายมาตราเท่านั้น เพราะฉะนั้น การเสนอญัตติในลักษณะตั้ง ส.ส.ร. และทำให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาภายหลัง ถือว่าเป็นการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ไม่ได้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งจะทำให้เป็นรัฐธรรมนูญปี 2565 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หากเป็นแนวทางนี้จะทำให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต้องตกไป เพราะถือว่าเป็นกระบวนการแก้ไขที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

และสุดท้ายแนวทางที่ 3 ศาลอาจจะอนุญาตให้แก้ไขได้ อนุญาตให้มีญัตติต่างๆ ได้ แต่มีข้อแนะนำ เช่น อาจให้ไปทำประชามติ หรือมีเงื่อนไขบางอย่างว่าบทบัญญัติบางส่วนไม่สามารถไปแก้ไขได้


อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (10 มี.ค.) ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่ พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสภาสมัยวิสามัญ ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งวาระการประชุมที่สำคัญจะเป็นเรื่องของการพิจารณาวาระ 3 ในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

น้ำป่าทะลักท่วมลำปาง บ้านเรือนเสียหายกว่า 300 หลัง

บ้านเรือนชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง เสียหายเป็นวงกว้าง หลังฝนตกเกือบทั้งคืน น้ำป่าทะลักแบบไม่ทันตั้งตัว มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 300 หลังคาเรือน บ้านทรุดตัว 1 หลัง อีก 2 หลัง เริ่มเอียง

มาดามแป้งปลอดภัย! ไม่พบอาการแตกร้าวของกระดูก

แฟนคลับมาดามแป้ง “นวลพรรณ ล่ำซำ” ผู้จัดการทีมฟุตบอลไทย โล่งใจได้ที่เกิดอุบัติเหตุหลังโดนศอก ‘ตอง’ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จนช้ำที่ผิว-กล้ามเนื้อจมูก แต่ไม่พบอาการแตกร้าวของกระดูก และไม่พบเลือดออกในโพรงจมูก 

วัดป่าอรัญญาฯ เปิดให้เข้าวันแรก ญาติโยมแห่กราบ “หลวงปู่แสง”

“หลวงปู่แสง” ยังคงจำวัดอยู่ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก จ.อำนาจเจริญ โดยทางจังหวัดได้ตั้งกองอำนวยการร่วมดูแลความเรียบร้อย ขณะที่ประชาชนจำนวนมากแห่เข้ากราบ “หลวงปู่แสง” หลังทางวัดเปิดให้เข้าวันแรก

สงครามยูเครน : ยูเครนส่งสัญญาณยอมเสียมาริอูโพล

ยูเครนส่งสัญญาณยอมเสียที่มั่นสุดท้ายในเมืองมาริอูโพล จุดปะทะดุเดือดที่สุดในสงคราม ด้วยการให้อพยพทหารบาดเจ็บที่อยู่ภายในโรงงานอาซอฟทัล ให้ไปอยู่ในการควบคุมของรัสเซีย

ข่าวแนะนำ

ชื่นชมเด็กไทยคว้ารางวัลวิทยาศาสตร์นานาชาติ

นายกรัฐมนตรี ชื่นชม เด็กไทยคว้ารางวัลวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมนานาชาติ ย้ำ ฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นใหม่ ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า

มติเอกฉันท์ให้ “เนตร นาคสุข” ออกจากราชการ

กรรมการ​อัยการ หรือก.อ. มีมติเอกฉันท์ให้ “เนตร” อดีตรองอัยการสูงสุด ออกจากราชการ ฐานสั่งคดีโดยใช้ดุลพินิจไม่รอบคอบอย่างร้ายแรง กรณีสั่งไม่ฟ้อง “บอส อยู่วิทยา” ขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต

โคราชอ่วม น้ำป่าท่วมทางหลวงเกือบกิโลเมตร 

ฝนตกหนักตั้งแต่เช้ามืดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่สูงเข้าท่วมถนนทางหลวงสายหนองสรวง-ขามทะเลสอ ช่วงหลักกิโลที่ 11 -12 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ น้ำป่าสภาพขุ่นแดงหลากท่วมถนน 4  ช่องทาง จราจรระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร 

พบถาด-ชิ้นส่วนทอง ทิ้งแม่น้ำปิง

ตำรวจเร่งล่าคนร้ายชิงทองหนัก 193 บาท จ.ตาก ล่าสุดพบถาดใส่ทองถูกทิ้งลงแม่น้ำปิง ด้านชิ้นส่วนทองรูปพรรณ ตกกระจัดกระจายริมถนน