“อนุทิน” มองภูมิใจไทยปรับทัพใหม่ เหมือนผลัดวิตามิน

กทม. 24 มี.ค. – “อนุทิน” มองภูมิใจไทยปรับทัพใหม่ เหมือนผลัดวิตามิน ด้าน “ไชยชนก” เปิดใจหลังนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค ไม่ปฏิเสธล็อกเก้าอี้ให้ตระกูลชิดชอบ ยอมรับเป็นทายาทมีข้อดี แต่ขอพิสูจน์ตนเองด้วยผลงาน


นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 พรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวถึงการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ว่าไม่ได้เป็นการถ่ายเลือด แต่เป็นการผลัดวิตามิน พรรคภูมิใจไทยเติบโตทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ทุกคนเป็นนักการเมืองโดยจิตวิญญาณ โดยสายเลือด ทุกคนมีความสุขที่อยู่ในพื้นที่ของตนเอง นี่คือสไตล์การทำงานของพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ” พูดแต่เรื่องจับต้องได้ ไม่ใช่สัญญาลมๆ แล้งๆ

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เปิดใจหลังเข้ารับตำแหน่งว่าการเปรียบเทียบตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นแม่บ้านพรรค มีความเหมาะสม เพราะไม่ได้มีแม่บ้านเพียงคนเดียว ทุกคนช่วยกันมาตลอด หากเปรียบพรรคเป็นบ้าน แม้บ้านจะรกแต่ทุกคนก็ช่วยกันเก็บ ช่วยกันปรับปรุง งานแม่บ้านก็จะไม่หนัก


ทั้งนี้การที่ถูกจับตามองว่าเป็นบ้านใหญ่ตระกูลชิดชอบคนที่ 2 ที่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรค เป็นการล็อกตำแหน่งไว้หรือไม่ นายไชยชนกไม่ปฏิเสธ พร้อมกล่าวว่าการที่จะมองว่าตนเองเป็นหลานปู่ หลานอา เป็นลูกพ่อ เพราะประสบการณ์ที่ตนเองได้รับ ส่งเสริมให้เรียนรู้และพัฒนา เตรียมตนเองให้เหมาะสมกับตำแหน่ง จึงไม่เครียดที่จะถูกมองบวกหรือลบ โดยยอมรับว่าการเป็นทายาทมีผลบวกเยอะ แต่ก็ต้องพิสูจน์ตนเองและเป็นหน้าที่ของประชาชน สมาชิกพรรคที่จะตัดสินจากผลงาน

นายอนุทิน กล่าวเสริมอีกว่าการที่มีคำถามนี้ออกมา เพราะหลายคนไม่เห็นกระบวนการทำงานในพรรค เราเป็นกรรมการบริหารชุดใหม่ แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงและทุกการตัดสินใจที่เกิดขึ้น ล้วนผ่านกระบวนการการปรึกษาหารือกับ สส.สมัยเก่า-สมัยใหม่ คณะบริหารชุดเก่า-ชุดใหม่ ไม่ได้เกิดขึ้นเอง พวกเราทำงานกันจริง ๆ ไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว ทุกคนเห็นคุณค่าและประสบการณ์ของเจนเนอเรชั่นเก่า ส่วนกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยเฉพาะนายไชยชนก จะมีสิทธินั่งเก้าอี้ใน ครม. หรือไม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้เมื่อถึงเวลา ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องกังวลอะไร

นายอนุทิน ย้ำว่ากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่คือ ผลผลิตของบ้านใหญ่ ที่มีประสบการณ์และบารมี เป็นหลักการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่รอจนหมดอายุแล้วค่อยเปลี่ยนแปลง และขอ สส.พรรคภูมิใจไทย อย่าไปหาประชาชนในพื้นที่ตนเองตอนใกล้เลือกตั้งเท่านั้น เพราะเหมือนไปลาตาย .-317.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด