เสวนาสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย

กรุงเทพ 5 ส.ค.- สมาคมเศรษฐศาสตร์ ชี้ สาเหตุที่สหรัฐอเมริกาเก็บภาษีศุลกากรนำเข้ากับทุกประเทศเนื่องจากมีปัญหามากมายทั้งการขาดทุนการคลังปีละ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นปีละ 36 ล้านล้านเหรียญซึ่งไทยจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างภาษีการค้า และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเกี่ยวกับสินค้าเกษตรครั้งใหญ่


สมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทยจัดเสวนา “Trump’s Tariffs:ไทยจะอยู่รอดได้อย่างไร? ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทำไมต้องมีภาษีทรัมป์ ก็เพราะช่วงที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกามีปัญหาเยอะมากขาดทุนการคลังถึงปีละ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 36 ล้านล้านเหรียญ ขณะนี้สหรัฐอเมริกาเริ่มจะแพ้จีนและไม่เกิน 5 ปี จีนจะแซงสหรัฐ โดยจีนคือผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฐานการผลิตใหญ่กว่าสหรัฐถึง 2 เท่าและจีนมีระบบการค้าออนไลน์ที่ใหญ่กว่าสหรัฐถึง 3 เท่า นอกจากนี้อุตสาหกรรมหลักของโลกมี 44 อย่าง ตอนนี้จีนนำสหรัฐไปแล้ว 37 อย่าง เช่นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่จีนเริ่มเหนือกว่าโดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง และมีเพียง 7 อย่างที่สหรัฐยังนำจีน สำหรับผลกระทบภาษีทรัมป์คงไม่จบในวันนี้ และยังมีผลต่อเนื่องเหมือนสึนามิ คลื่นอีกหลายลูก คลื่นลูกแรกที่มีผลต่อตลาดทุน ตรงนี้จบไปแล้วและไม่น่าจะมีผลอะไร แต่คลื่นลูกสองกำลังกระทบภาคผลิต เอสเอ็มอี ภาคเกษตร รวมถึงสินค้าผ่านทาง ซึ่งรัฐบาลต้องคิดให้หนักในการดูแล คลื่นลูกสาม ภาษีที่ 19% ถือว่าดีมากกับไทย ไม่กระทบต่อการย้ายฐานผลิต และคลื่นลูกที่สี่ ผลกระทบนี้จะทำให้สหรัฐฯ เสียหาย เห็นได้จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ชาติอื่นอาจต้องหาสกุลเงินอื่น หรือคริปโตฯแทน

ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลทำใน 3 เรื่อง เรื่องแรกไทยจะประคองเศรษฐกิจให้ได้ เพราะมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง ต้องเยียวยาผู้ถูกกระทบและดูแลเอสเอ็มอี เพราะมีสินค้าจากจีนเข้ามาถล่มตลาดไทยล่าสุดโตถึง 28% โดยแนวทางอาจให้เกณฑ์จัดซื้อจ้างจ้างเอสเอ็มอี 50% เรื่องที่สอง การวางรากฐานสู่อนาคต เช่น แก้อุปสรรคการค้าในประเทศ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ลดพึ่งพาตลาดสหรัฐขยายตลาดใหม่ โดยจับกลุ่มอินเดีย อาเซียน และจีน มีเศรษฐกิจรวมกันเกินครึ่งของโลก เพื่อลดแรงกระแทกจากสหรัฐในอนาคต และส่วนสาม การวางสถานะประเทศไทยในตำแหน่งที่เหมาะสมรับกติกาโลกใหม่


รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร อดีตนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยจำเป็นต้องใช้โอกาสนี้ปฏิรูปโครงสร้างภาษีการค้า และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีเกี่ยวกับสินค้าเกษตรครั้งใหญ่ เพื่อให้ไทยแข่งขันได้ โดยเรื่องนี้สหรัฐเรียกร้องมานานตั้งแต่ปี 54 ซึ่งภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรสูงเฉลี่ย 24.3% อาหารแปรรูป 30-50% สินค้าอุตสาหกรรม 9% รวมถึงอุปสรรคไม่ใช่ภาษี เช่น การขออนุญาต 19 หน่วยงาน เสียภาษีซ้ำซ้อน ทั้งภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ตลอดจนโควตานำเข้า หรือล่าสุด ปี 68 สหรัฐได้รายงานไทยเก็บภาษีสหรัฐเฉลี่ย 9.8% และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีอีกมาก เช่น ห้ามนำเข้าเอทานอล การควบคุมตลาดอาหารทารก สารเร่งเนื้อแดง
สำหรับอัตราภาษีที่สหรัฐเก็บไทย 19% นั้น จะมีผลกระทบต่อข้าวหอมมะลิ ที่จะแข่งขันกับเวียดนามสูงต่อไป เพราะปัจจุบันไทยส่งออกไปสหรัฐ 6 แสนตัน ซึ่งแม้ภาษีใกล้กัน แต่เวียดนามขายเพียง 600-700 ดอลลาร์ต่อตัน ถูกกว่าไทยที่คิด 900-1,200 ดอลลาร์ฯ แต่ที่เสียเปรียบหนักคือกุ้ง และปลาทูน่า ซึ่งผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทยต้องพึ่งตลาดสหรัฐถึง 39% รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางไทยก็ต้องแข่งสูง เพราะพึ่งตลาดสหรัฐ 31.6%ส่วนผลกระทบจากที่ไทยเปิดภาษีนำเข้าสหรัฐ 0% อาจทำให้ชาวไร่ข้าวโพดเดือดร้อน เพราะราคาในประเทศอาจต่ำลง ชาวไร่โดยเฉพาะบนเขาต้องเปลี่ยนอาชีพ ขณะที่เนื้อหมูคาดไทยเปิดโควตานำเข้าสหรัฐ 10,000 ตัน แต่มีเงื่อนไขต้องไม่มีสารเร่งเนื้อแดง และห้ามนำเข้าเครื่องในเพราะถ้านำเข้ามาอาจทำให้ผู้เลี้ยงสาหัส แต่เรื่องหมูต้องรอดูข้อสรุปอีกครั้ง

สำหรับผลไม้เมืองหนาว ผู้บริโภคไทยน่าจะได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับ ข้าวโพด ถั่วเหลือง 0% จะเป็นผลดี เพราะไทยพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดปีละ 3.5-4 ล้านตัน กากถั่วเหลืองนำเข้า 3.5 ล้านตัน โดยทำให้ต้นทุนการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ หมู โค ลดลง ผู้บริโภคซื้ออาหารในราคาถูก มลพิษการเผาลดลง ซึ่งที่ผ่านมาประมาณการผลจากกำแพงภาษีนำเข้า 6 ชนิด ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น 12,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการผลักไปให้ผู้บริโภค 9 พันกว่าล้านบาท แต่ถ้าหายไปตรงนี้จะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์

นายนิพนธ์ กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาต้องเร่งจัดการ สินค้าสวมสิทธิจากจีนโดยด่วน โดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์เพราะสหรัฐต้องการมาก รวมถึงเร่งการลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม รวมทั้งแก้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ตลอดจนส่งนักเรียน ข้าราชการไปเรียนต่อสหรัฐเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ไทยต้องแก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อคนต่างด้าว โดยดึงอุตสาหกรรมเทคฯ ชั้นสูงเข้ามา รวมถึงหาแนวทางปรับตัวระยะกลาง โดยหาตลาดใหม่ ปรับปรุงการผลิตใหม่ ๆ การตั้งกองทุนปรับโครงสร้างการผลิต ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐกับเอกชน และการวางตัวเป็นกลาง ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ


สำหรับการปรับตัวภาคเกษตร ต้องเพิ่มภาพการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน โดยลดจำนวนแรงงานภาคการเกษตร ให้ไปทำงานอย่างอื่น โดยแรงงานภาคเกษตรมี 25-30% จะต้องลดให้เหลือ 7-8% โดยให้คนย้ายไปทำงานด้านอื่นๆในพื้นที่เดิมโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน ซึ่งรัฐต้องช่วยสร้างงานใหม่ในชนบท ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างด้านเกษตรใหม่ – 513.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ฤทธิ์พายุหนองฟ้าทำหลายจังหวัดอ่วม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

31 ส.ค. – พายุหนองฟ้าทำพิษ สุโขทัยเจอน้ำท่วมไหลเชี่ยวกรากหลายอำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ขณะที่ จ.พิษณุโลก น้ำป่าหลากท่วมหลายจุด ต้นพะยอม 100 ปี โค่นขวางถนนกลางเมือง ส่วน จ.สกลนคร พายุกระหน่ำกระทบงานไหว้สาพญาเต่างอย พายุหนองฟ้าทำพิษ จ.สุโขทัย น้ำท่วมหลายอำเภอ โดยพื้นที่ที่กระทบหนักคือ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง อ.กงไกรลาศ อ.บ้านด่านลานหอย และ อ.คีรีมาศ ซึ่งเช้าวันนี้ ปภ.แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนให้รับมือ นอกจากนี้พบว่าพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 4 ต.ปากแคว อ.เมือง มวลน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำยม ไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรุนแรงและเชี่ยวกราก บ้านเรือนได้รับผลกระทบเกือบ 100 หลัง น้ำป่าเข้าท่วมหลายจุดในพิษณุโลกที่ จ.พิษณุโลก น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ลงสู่ อ.วังทอง และ อ.เนินมะปราง หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตรเสียหาย โดยถนนทางหลวงช่วงบ้านกกไม้แดง ต.ดินทอง […]

ปชป.ยังไม่มีมติร่วมรัฐบาล กก.บห.มอบหัวหน้าพรรคตัดสินใจ

ปชป. 31 ส.ค. – “เฉลิมชัย” บอก​ ปชป. ยังไม่มีมติเข้าร่วมรัฐบาล ที่ประชุม กก.บห. มอบอำนาจหัวหน้าพรรคตัดสินใจ แจง​จับมือแถลงร่วมเพื่อไทย​ เป็นมารยาท​ เหตุยังร่วม ครม.​ ลั่นสถานการณ์​ปัจจุบัน​ยังไม่มีใครตัดสินใจได้​ ต้องรอฝุ่นจางจะเห็นภาพชัด​ ถ้าด่วนตัดสินใจอาจพลาด​ ย้ำทุกอย่างต้องผ่านมติพรรค ไม่เช่นนั้นเป็นของเถื่อน​ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยใช้เวลากว่า​ 1 ชั่วโมง​ ว่า ต้องบอกว่าวันนี้การเมืองยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อพูดคุยสถานการณ์การเมืองทั้งหมด และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเมื่อ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง เท่ากับว่ารัฐบาลได้หมดสิ้นไป การดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมาเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดตามข้อบังคับพรรค เพื่อให้สามารถบริหารงานได้ทันการ ซึ่งที่ประชุมมีมติ ใช้ข้อบังคับ 1 3 และ 4 ยกเว้นการใช้ข้อบังคับพรรค โดยใช้เสียงไม่เกิน 3 ใน 5 ของกรรมการบริหารพรรคที่เข้าร่วมประชุม […]

“ภูมิธรรม” ลาประชุม ก.ตร. มอบ “บิ๊กต่าย” ปธ.เคาะโผนายพล

31 ส.ค.- ก.ตร. ประชุมครั้งที่ 8/2568 จับตาแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ ขณะที่ “ภูมิธรรม” ติดภารกิจ มอบ ผบ.ตร. นั่งประธานแทน วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จัดประชุมครั้งที่ 8 ประจำปี 2568 โดยมีวาระสำคัญว่าด้วยการบริหารงานบุคคลและการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการประชุมใหญ่ที่ถูกจับตามองจากทุกฝ่าย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2568 มีมติเลื่อนการพิจารณามายังวันนี้ เนื่องจากมีหนังสือร้องเรียนหลายประเด็น รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม เวชยชัย ประธาน ก.ตร. ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน จึงมีหนังสือถึงที่ประชุมให้ดำเนินการตามข้อบังคับ ก.ตร. ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และคณะอนุกรรมการ […]

พรรคร่วมรัฐบาลตอบรับทุกข้อเสนอ “ปชน.” รอเคาะ

พรรคประชาชน 31 ส.ค.- “ภูมิธรรม” เผย พรรคร่วมรัฐบาล ตอบรับทุกข้อเสนอ “ปชน.” รอพรรคประชาชนตัดสินใจ ลั่นทำเร็ว ยุบสภาได้ก่อน 4 เดือน ขณะม็อบหนุน พท. โผล่ให้กำลังใจ “เพื่อไทยสู้ๆ” ภายหลังแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าหารือกับแกนนำพรรคประชาชนประมาณ 1 ชั่วโมง นายภูมิธรรม ได้นำแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมา แถลงข่าวด้านล่างพรรคประชาชน ขาดเพียงนายเดชอิศม์ ขาวทอง และนายชัยชนะ เดชเดโช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่ารีบไปประชุม กรรมการบริหารพรรค จึงไม่ได้ร่วมวงสัมภาษณ์ได้ โดยนายภูมิธรรม ระบุว่า ในนามพรรคร่วมรัฐบาล ได้มอบหมายให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการประสานจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ซึ่งตัวแทนที่มาวันนี้ (31 ส.ค.) ก็ครบทุกพรรค ส่วนตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สบาย แต่เขาพร้อม หากไม่สบายใจหรือมีข้อสงสัยก็พร้อมจะซูมเข้ามา ซึ่งข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพ เนื่องจากเห็นว่าการเมืองขณะนี้เป็นช่วงวิกฤต เป็นเรื่องที่ควรจะหาทางออกร่วมกัน ดังนั้นหลังจากที่พูดคุยกันแล้วพรรคร่วมรัฐบาลจึงได้มาพูดคุยกับพรรคประชาชน เนื่องจากพรรคประชาชนเป็นพรรคที่เสนอว่า หากใครรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้ ก็จะนำมาตัดสินใจว่าจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้(31 […]