แถลงผลปฏิบัติการล้างบางแก๊งแอปดูดเงินแนวชายแดน

บช.สอท. 15 ธ.ค.- กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วม บช.สอท. แถลงผลปฏิบัติการล้างบางแก๊งแอปดูดเงินแนวชายแดน


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการดำเนินการ Cleaning frontier operation ปฏิบัติการล้างบางแก๊งแอปดูดเงินแนวชายแดน โดยตรวจค้นจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิด แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานต่างๆ โทรหลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างเหตุผลให้เหยื่อหลงเชื่อแล้วให้แอดไลน์ เพื่อส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปหน่วยงานของปลอม ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมโทรศัพท์ทางไกล แล้วรอให้ผู้เสียหายใส่รหัสผ่าน ซึ่งคนส่วนใหญ่มักใช้รหัสเดียวกันกับรหัสแอปธนาคาร จากนั้นมิจฉาชีพจะสนทนาเพื่อถ่วงเวลาในขณะที่กำลังโอนเงินออกจากบัญชีจนหมด โดยขบวนการนี้สร้างความเสียหายรวมแล้วกว่า 12 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงหลายคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเมื่อวิเคราะห์เส้นทางการเงินพบเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายถูกโอนต่อกันเป็นทอดๆ และเงินสดที่ได้ถูกถอนออกในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และยังพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารที่ใช้ในการทำผิด รวมกันในรอบสามเดือนจำนวนถึง 30 ล้านบาท ซึ่งการตรวจสอบพบบุคคลต้องสงสัยชาวกัมพูชาที่นำบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นมากดเงินจากตู้ในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อนำบัญชีธนาคารตามบัตรเอทีเอ็มที่ตรวจยึดได้ไปตรวจสอบพบว่าบัญชีธนาคารตามบัตรได้ถูกนำไปใช้เป็นบัญชีที่รับโอนเงินจากการหลอกลวงผู้เสียหายจำนวนหลายคดี


โดยพบว่าพฤติการณ์ที่กลุ่มคนร้ายร่วมกันก่อเหตุครั้งนี้ มีลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมแบ่งหน้าที่กันทำ ชัดเจนในลักษณะเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยการโอนเงินของกลุ่มคนร้ายโอนเงินต่อๆ กันไปไม่ขาดช่วงผ่านบัญชีม้าแถวต่างๆ ซึ่งเป็นการโอนรับโอนและถอนเงินเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติใหม่จากผู้ต้องหาจำนวน 26 ราย

ล่าสุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้สามรายเป็นชาวไทย 12 รายกัมพูชาผู้ทำหน้าที่กดเงินสดเตรียมนำส่งข้ามชายแดนอีกหนึ่งรายพร้อมยึดของกลางเป็นเงินสด 100,000 บาทและบัตรเอทีเอ็มรวมทั้งอายัดเงินในบัญชีธนาคารได้รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

โดยผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงเป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงฯ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจับกุมนายหน้าผู้รวบรวมบัญชีม้า และผู้ทำหน้าที่อื่นๆของขบวนการดังกล่าวต่อไป


ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 พ.ย.66 ที่ผ่านมา มีความร่วมมือแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 โดยบูรณาการร่วมกับธนาคาร กสทช. ตำรวจ โอเปอเรเตอร์ จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้หลายราย.-417 สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ชายวัย 50 ไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึก สตง.

ชายวัย 50 ปี ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องภรรยาท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม ด้านรอง ผบช.น. เตือนอย่าใช้โอกาสที่มีผู้ประสบเหตุสร้างความสงสารหลอกเอาทรัพย์สิน มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ออกแล้ว! ผลตรวจเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่ม พบไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น

ผลตรวจตัวอย่างเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว พบได้มาตรฐาน 15 ชิ้น ไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น ยังไม่สรุปเป็นสาเหตุตึกถล่ม ชี้ต้องดูหลายองค์ประกอบ

ข่าวแนะนำ

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

“ชัชชาติ” เผยเตรียมกู้ 5 ร่างที่พบ-ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน

ผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมกู้ 5 ร่าง จาก 14 ร่างที่พบ ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน ยันไม่ขีดเส้นตายหยุดช่วยเหลือ ปรับแผนเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปมากขึ้น