กวาดล้างอาวุธปืนครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ยึดของกลางเกือบ 2,000 รายการ

กรุงเทพฯ 12 ต.ค. – สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมกวาดล้างอาวุธปืนครั้งใหญ่ ตรวจค้นกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ ยึดปืนของกลางทั้งผิดและถูกกฎหมาย เกือบ 2,000 รายการ กระสุนปืนกว่า 75,000 นัด


พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ จับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมายทั่วประเทศ “Gun clearanc operation” โดยใช้กองกำลังจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสผู้กระทำความผิดจนนำมาสู่การขอศาลอนุมัติออกหมายค้นและเข้าตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย, ดัดแปลง และซื้อขายอาวุธปืนกว่า 3,200 จุด จับกุมผู้กระทำผิด 1,593 คดี มีผู้ต้องหา 1,585 คน และตรวจยึดอาวุธปืน และเครื่องกระสุนผิดกฎหมายได้จำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืนไม่มีทะเบียน, แบลงก์กัน และบีบีกันจำนวน 1,789 กระบอก ในจำนวนนี้มีแบลงก์กัน 528 กระบอก และบีบีกัน 202 กระบอก ส่วนอาวุธปืนมีทะเบียนแต่เป็นของบุคคลอื่น หรือปืนผิดมือ จำนวน 219 กระบอก และเครื่องกระสุน 75,973 นัด

นอกจากนี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ที่กระทำความผิดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน ประกอบด้วย Facebook 79 บัญชี, TikTok 14 บัญชี, X (Twitter) 148 บัญชี, YouTube 26 ช่อง และ Instagram 14 บัญชี รวม 291 รายการ


พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่าที่ผ่านมาได้มีการระดมกวาดล้างอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเล็งเห็นว่าเป็นภัยสังคมที่ต้องกวาดล้าง โดยจากสถิติการก่ออาชญากรรมพบว่าส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุจะใช้ปืนผิดกฎหมาย และแบลงก์กัน มีส่วนน้อยที่จะใช้ปืนถูกกฎหมายก่อเหตุ นอกจากนี้ยังได้เชิญตัวแทนผู้ประกอบการแอปพลิเคชันจำหน่ายสินค้าออนไลน์ และบริษัทรับส่งพัสดุ เพื่อช่วยตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการจำหน่าย และส่งอาวุธปืนผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมายังไม่มีการตรวจสอบจากต้นทาง จึงทำให้การจำหน่าย และส่งอาวุธปืนผิดกฎหมายทำได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เด็กอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงได้เรียกประชุมคณะทำงาน และได้มอบหมายงานให้ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลงานสืบสวน ให้ดำเนินมาตรการเชิงรุก โดยให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย และระดมกำลังทั่วประเทศในการกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงระหว่างวันที่ 9-11 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน, อาวุธสงคราม, เครื่องกระสุน และการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางออฟไลน์ และออนไลน์ รวมทั้งปิดกั้นสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่มีการลักลอบซื้อขาย, ดัดแปลง, แก้ไข อาวุธปืนผิดกฎหมาย

อีกทั้งยังเชื่อว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะทำให้ความรุนแรงของอาชญากรรม และการกระทำผิดกฏหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนลดลง ซึ่งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุนต่างชาติ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยจะเดินหน้ากวาดล้างจับกุมอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งหากประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และอาชญากรรม สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง. -สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า