“บิ๊กโจ๊ก” ยัน “ตู้ห่าว” เป็นเจ้าของผับจินหลิง เล็งยึดทรัพย์กว่า 1,000 ล้าน

กรุงเทพฯ 23 พ.ย. – “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์” เผยหลักฐานชัด “ตู้ห่าว” เป็นเจ้าของผับจินหลิง ขยายผลยึดทรัพย์กว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ “ชูวิทย์-สันธนะ” หวิดปะทะกลางสภาฯ


เมื่อเวลา 13.00 น. นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว พร้อมทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนชุดคลี่คายคดีนายทุนจีนสีเทา ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับในฐานความผิดสมคบ โดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันค้ายาเสพติด และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย

เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่การที่ตำรวจมีหลักฐานในการออกหมายจับนั้นจะให้ทนายความเป็นผู้ชี้แจง รวมถึงเรื่องการประกันตัวจะให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการ


เมื่อช่วงเช้าพนักงานสอบสวนนำหมายศาล พร้อมกำลัง เข้าตรวจค้น 2 จุด จุดที่สำคัญคือ บ้านพักหรู ถนนราชพกฤษ์ ย่านตลิ่งชัน ที่เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของนายตู้ห่าว แต่จากการตรวจค้นไม่พบนายตู้ห่าวอยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าว พบเพียง “พ.ต.อ.หญิง” ที่เป็นภรรยาของนายตู้ห่าว แจ้งว่านายตู้ห่าวไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ โดยพยายามติดต่อกับ นายตู้ห่าว ที่พักอยู่ที่อื่น เพื่อประสานให้เข้ามอบตัว ซึ่งมีการนัดหมายจะนำตัวนายตู้ห่าว สามี เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ (23 พ.ย.) ส่วนการตรวจสอบในบ้านพักไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

“บิ๊กโจ๊ก” ยัน “ตู้ห่าว” เป็นเจ้าของผับจินหลิง เล็งยึดทรัพย์กว่า 1,000 ล้านบาท
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงภายหลังจากที่นายตู้ห่าว เข้ามอบตัวว่า สำหรับการจับกุมนายทุนจีนสีเทาและนอมินีครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีกลุ่มนายทุนจีนสีเทา 5 กลุ่ม เข้ามาประกอบธุรกิจสถานบันเทิงในไทย ประกอบด้วย 1.กลุ่มนายตู้ห่าว 2.กลุ่มนายเดวิด 3.กลุ่มนายหยู่ฉางเฟ่ย 4.กลุ่มนายโทนี่ และ 5.กลุ่มนายหมิง ตอนนี้จับกุมแล้ว 3 กลุ่ม คือ นายตู้ห่าว นายเดวิด และนายหยู่ฉางเฟ่ย ส่วนนายโทนี่อยู่ระหว่างจับกุมและกำลังหลบหนีในไทย ส่วนนายหมิงหลบหนีออกนอกประเทศ อยู่ระหว่างการออกหมายจับสากล โดยทั้ง 5 กลุ่มมีความสัมพันธ์รู้จักกัน โดยแต่ละกลุ่มจะแยกย้ายไปทำธุรกิจผับในพื้นที่ต่างๆ เช่น ท็อปวัน ในพื้นที่ สน.สุทธิสาร ที่มีนักท่องเที่ยวจีนเสพยาเกินขนาดและเสียชีวิต รวมทั้งมีการลักทรัพย์ของผู้เสียชีวิตไปทำลายเผาเพื่อหลักฐาน โดยในกลุ่มนี้มีการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 8 ราย ในหลายข้อหา

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ คลับวัน ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีนอมินีที่เป็นชาวจีน 4 ราย ที่สวมบัตรประชาชนไทย เคยสร้างวีรกรรมด่าผู้ว่าฯ และตำรวจ “ว่ามีการจ่ายเงินแล้วทำไมถึงถูกจับกุม” ซึ่งตำรวจมีการตรวจสอบนำดีเอ็นเอพ่อแม่ของเจ้าของบัตรประชาชนเดิมไปตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าไม่มีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติ จึงประสานทางการจีนพบว่าผู้ก่อเหตุมีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติกับที่ประเทศจีน


ส่วนกลุ่มที่ 3 คือ ผับจินหลิง ที่มีการตรวจสอบและพบยาเสพติดจำนวนมาก โดยตำรวจมีข้อมูลหลักฐานชัดเจนว่านายตู้ห่าวเป็นเจ้าของสถานบันเทิงดังกล่าว จึงมีการออกหมายจับตามข้อหาที่ได้เป็นข่าวไปแล้ว ซึ่งพฤติกรรมที่แสดงความเป็นเจ้าของคือ มีการเข้าออกในสถานที่ดังกล่าวเป็นประจำ และในวันเกิดเหตุนายตู้ห่าวก็อยู่ด้วย นอกจากนี้จากเส้นทางการเงินนายตู้ห่าวมีรายชื่อในการเช่าสถานที่และจ่ายค่าเช่า

ส่วนกลุ่มที่ 4 คือ Baby face ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ กลุ่มนี้มีคนไทยเป็นนอมินี เป็นแม่ยายของนายเดวิด โดยตำรวจขอหมายค้นบ้านพบรถยนต์หรู 3 คัน สุรานอก 28 ลัง ปืน 2 กระบอก เงินสด 19 ล้านบาท

วันนี้ตำรวจขอหมายค้นพื้นที่เกี่ยวข้องรวม 4 จุด หนึ่งในนั้นคือบ้านพักของนายตู้ห่าว ซึ่งมีชื่อภรรยายศ พ.ต.อ.หญิง เป็นเจ้าของบ้าน มูลค่าบ้านมากกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้ยึดอายัดทรัพย์สินของนายตู้ห่าว ทั้งอสังหาฯ รถยนต์ เงินสด มากกว่า 1,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการระดมตรวจค้น 20 จังหวัด 75 จุด จับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายเดียวกัน 93 ราย

หลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย รวมทั้งเส้นทางการเงิน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ตม.อุดรธานี ขอนแก่น แพร่ และเชียงใหม่ ว่ามีการอนุญาตให้เปลี่ยนวีซ่าจากนักท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักศึกษาได้อย่างไร เนื่องจากผู้ต้องหาบางคนอายุมากกว่า 50 ปี และการจะขอวีซ่านักเรียนได้นั้นต้องมีโรงเรียนรับรอง ซึ่งต้องตรวจสอบโรงเรียนที่เป็นผู้รับรองด้วย

นอกจากนี้ยังพบนายตำรวจระดับ พงส.สน.ยานาวา และรอง ผกก.จร.สน.ลาดพร้าว และรอง ผบก.น.6 ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ในลักษณะการปล่อยตัวผู้ต้องหาสำคัญ และปล่อยรถหรู ซึ่งเป็นของกลางในคดี โดยมีหลักฐานยืนยันว่ามีการแลกรับผลประโยชน์คันละ 2 ล้านบาท จำนวน 4 คัน หลังจากนี้ต้องขยายผลอีกว่ามีใครร่วมขบวนการที่มีตำแหน่งใหญ่กว่ารอง ผบก.น.6 หรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่ามี

สำหรับการตรวจสอบภรรยาของนายตู้ห่าว ถึงเรื่องเงินจำนวน 200 ล้านบาท ที่นำมาซื้อบ้าน เจ้าตัวต้องชี้แจงที่มาของเงินให้ได้ เพราะลำพังเงินเดือนข้าราชการไม่น่าจะมีทรัพย์ขนาดที่จะซื้อบ้านหลังดังกล่าวได้ หากชี้แจงไม่ได้ถือว่ามีความผิด ส่วนที่ว่าภรรยาของนายตู้ห่าวเป็นหลานของอดีต ผบ.ตร. จะมีการช่วยเหลือหรือไม่ ยืนยันว่ามีการคุยกับทุกฝ่าย ซึ่ง ผบ.ตร. และอดีต ผบ.ตร. ยินดีที่จะให้ดำเนินคดีตามหลักฐานที่ปรากฏอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีใครมาขอให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ หากพบใครกระทำผิดจะดำเนินคดีทุกราย ไม่มีละเว้น

ภายหลังการสอบปากคำนายตู้ห่าวนานกว่า 3 ชั่วโมง มีการส่งตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำต่อที่ สน.ยานาวา โดยจะมีการคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และในท้ายคำร้องฝากขังจะมีการคัดค้านประกันตัวเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นคดียาเสพติดที่เกี่ยวกับความมั่นคง

“ชูวิทย์” ร้องสอบเส้นทางการเงิน “สันธนะ”
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ขอให้สอบสวนเส้นทางการเงินนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล จากที่เห็นอยู่บ้านราคาแพง ภรรยาและลูกมีรถหรู ใช้จ่ายเงินทั้งๆ ที่ถูกไล่ออกจากราชการ โดยอ้างว่าทำงานต่างประเทศ ไม่ทราบว่าอยู่บริษัทอะไร เสียภาษีหรือไม่

นายชูวิทย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ตนได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนายทุนจีนสีเทา ซึ่งถือว่าตอนนี้เป็นวาระแห่งชาติ จนวันนี้มีการออกหมายจับ “นายหาว เจ๋อ ตู้” หรือนายตู้ห่าว ถือว่าตนหมดภาระหน้าที่แล้ว และยินดีมอบข้อมูลต่างๆ ที่แสดงถึงทรัพย์สินของกลุ่มทุนจีนสีเทานี้ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปทำตามหน้าที่ต่อ แต่ภายหลังจากตนเผยข้อมูลได้ไม่นานมีนายสันธนะที่ตนมองว่าเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคม โดยใช้สื่อตีมูลค่าตนเอง เข้ามาที่โรงแรมของตนและป้ายสีว่ามีการมั่วสุมเสพยา มีการอ้างเรื่องอาบอบนวดที่ตนขายไปเมื่อหลายปีก่อน วันนี้ตนจึงยื่น กมธ.ป.ปช. และเชื่อว่าการทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะมีความตรงไปตรงมา ชัดเจน

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ได้มอบเอกสารหลักฐานสาเหตุที่ราชการปลดนายสันธนะออกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายสันธนะได้ขออุทธรณ์แต่ฟังไม่ขึ้น จึงมีคำสั่งใหม่ให้ไล่ออกจากราชการเป็นการถูกต้องเหมาะสมแล้ว จากนั้นถูกเรียกคืนเครื่องราชย์ถอดยศทั้งหมด เมื่อปี 61 เหตุผลเพราะเข้าไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ดอนเมือง หลังจากนี้ตนยินดีมาให้ข้อมูลกับ กมธ.ป.ป.ช. ทั้งในกรณีที่ตนมายื่น หรือกรณีที่นายสันธนะจะมายื่นให้สอบตนก็ตาม

นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ทราบข่าวว่าวันนี้นายสันธนะจะมายื่นหนังสือที่นี่ ตนจะรอ สังเกตมาหลายครั้งแล้วเมื่อตนไปที่ใด นายสันธนะจะตามมาทีหลังเสมอ ตนจึงมีของมาฝาก คือเกมแกะน้ำตาล ที่เป็นเกมในซีรีย์เรื่อง squid Game ไปให้เล่น เพราะชีวิตนายสันธนะอยู่บนเส้นด้ายแล้ว อีกทั้งนายสันธนะไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีขององค์กรเก่า พฤติกรรมแบบนี้ตำรวจด้วยกันก็ไม่เอาด้วย ตนไม่ได้อาศัยสภาฯ แห่งนี้มาพูดถึงพฤติกรรมของนายสันธนะ แต่พูดถึงข้อเท็จจริง

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า นายชูวิทย์ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ การเปิดอาบอบนวดก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่อาจจะผิดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ยอมรับนายชูวิทย์เป็นคนแน่ที่จะกล้าพบกับนายสันธนะ เพื่อพิสูจน์ความจริง ถ้ามาสร้างปัญหาภายในสภาฯ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจสภาฯ ในการดูแลความเรียบร้อย และส่งมอบให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการต่อ ซึ่งตนได้สั่งการไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ยังเปิดหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อหน้าสื่อมวลชนถึงเที่ยวบินที่เดินทางไป จ.ร้อยเอ็ด อีกทั้งยังกล่าวถึงเส้นทางการเงินของนายตู้ห่าว โดยเฉพาะการบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ 3 ล้านบาท จะมีความเกี่ยวข้องอย่างไร กับใครบ้าง เป็นหน้าที่ของทางการที่จะต้องตรวจสอบ

ตร.ยืนกั้น “ชูวิทย์-สันธนะ” หวั่นปะทะกันที่สภาฯ
นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางมายังอาคารรัฐสภา นำชาวบ้านย่านพระโขนงที่ถูกดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่โดยมิชอบฐานบุกรุก กรณีข้อพิพาทที่ดิน โดยร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสุทา ประทีบ ณ ถลาง รองประธาน กมธ.ป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือ

ก่อนที่นายสันธนะจะมาถึงบริเวณจุดยื่นหนังสืออาคารรัฐสภา นายชูวิทย์ที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสันธนะ ได้มายืนรอพบนายสันธนะ และทันทีที่นายสันธนะปรากฏตัว นายชูวิทย์ตะโกนถามว่า “ใส่กระโปรงมาหรือเปล่าให้ถอดมาเลย จะเดินหนีทำไม ชอบตีกินไปเรื่อย เก่งทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง ขอให้นายสันธนะเดินเข้ามาหาตน สัญญาต่อหน้าตำรวจว่าไม่ทำอะไร ไม่ต้องกลัว ทำต่อหน้าดีกว่า อย่าเก่งลับหลัง” แต่นายสันธนะไม่ได้เดินเข้าไปหานายชูวิทย์ เพียงยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนห่างกันประมาณ 10 เมตร ท่ามกลางตำรวจจาก สน.บางโพ และตำรวจประจำรัฐสภา ยืนกั้นกลางเพื่อป้องกันการเผชิญหน้า

นายสันธนะ ให้สัมภาษณ์ยืนยันไม่ได้ตั้งใจตามนายชูวิทย์มาที่อาคารรัฐสภา เพื่อยั่วยุ แต่มีนัดหมายล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่เชื่อว่านายชูวิทย์ทราบว่าการเดินทางมาที่รัฐสภา เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยให้เกิดการปะทะกันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ยืนรอนายสันธนะร่วม 40 นาที ก่อนเดินทางกลับโดยไม่มีเหตุความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ก่อนกลับนายชูวิทย์ได้แตะบ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกล่าวชื่นชมที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย ขอบใจมาก วันนี้คงไม่ต้องบอกว่าตนเป็นคนดีหรือใครเป็นคนเลว ขอให้ดูเอาแล้วกัน อย่างน้อยสังคมบ้าแบบนี้ ต้องมีคนที่พูดความจริง เอาเรื่องจริงมาพูด ไม่อย่างนั้นสังคมนี้จะอยู่ไม่ได้ คนแบบนี้ต้องจัดการ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ใหญ่บ้านมอบตัว คดียิงชายใหม่ของเมียเก่า ดับคากระบะ

นนทบุรี 20 พ.ค. – ผู้ใหญ่บ้านหึงโหด บุกยิงกิ๊กของอดีตภรรยา 6 นัด เสียชีวิตคารถกระบะ มอบตัวแล้ว เบื้องต้นถูกแจ้งหลายข้อหาหนัก ขณะที่เจ้าตัวฝากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต นายอานนท์ อายุ 40 ปี ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.องครักษ์ จ.นครนายก หึงโหด บุกยิงนายพลาธิป อายุ 34 ปี อาชีพขับรถส่งหมู ซึ่งเป็นกิ๊กของอดีตภรรยา เสียชีวิตภายในรถกระบะที่จอดอยู่ในซอยลาดปลาดุก ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น.ที่ผ่านมา (19 พ.ค.) จากภาพจะเห็นว่าเมื่อเวลา 21.02 น. เห็นผู้ตายขับรถกระบะมาจอดริมทาง ก่อนมีรถกระบะสีดำอีกคันตามมาจอดปิดท้าย จากนั้นผู้ก่อเหตุอยู่ในชุดสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น เดินลงจากรถ ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายที่ยังนั่งอยู่ในรถ แล้วหลบหนีไป ช่วงสายที่ผ่านมา (20 พ.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เบิกตัวนายอานนท์ ผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง หลังเมื่อราวตี […]

ขุดลึกลงไป 5 เมตร ยังไม่พบผู้สูญหาย

กทม. 19 พ.ค.-ทีมค้นหาฝังแผ่นเหล็กชีทไพล์ รอบหลุมเสาเข็ม เพื่อขุดค้นหาผู้ประสบเหตุ ซึ่งขุดลึกลงไป 5 เมตร ยังไม่พบผู้สูญหาย เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ทีมค้นหา ทั้ง กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) Usar Thailand เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และบริษัทรับเหมาเจาะเสาเข็ม ได้ใช้แบคโฮ เริ่มฝังแผ่นเหล็กชีทไพล์ ความยาวประมาณ 16 เมตร รอบหลุมเสาเข็ม 4 ด้าน เพื่อป้องกันดินสไลด์ปิดทับปากหลุมที่รถแบ็คโฮจะทำการขุด เพื่อค้นหาผู้ประสบเหตุ โดยการฝั่งแผ่นชีทไพล์ รอบหลุมเสาเข็ม เนื่องจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม พบว่าดินที่สไลด์ลงมาส่งผลกระทบรุนแรงต่อโครงสร้างอาคาร และเสาไฟฟ้า ในบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอาคารทรุดตัว เอน และ พังถล่ม จึงจำเป็นต้องนำแผ่นชีทไพล์มากั้น ก่อนทำการขุดดิน และเริ่มค้นหาผู้ประสบเหตุ และหลังจากฝังชีทไพล์ เสร็จสิ้นในเวลา 18.30 น. โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องโซน่า ลงไปในหลุม เพื่อค้นหาร่างผู้ประสบเหตุ ซึ่งจากการใช้ โซน่าสแกน ร่างของผู้ประสบเหตุ ฝังอยู่ในหลุมลึก […]

พบศพ “ดีเจเตเต้” ถูกอุ้มมัดมือไพล่หลังทิ้งกลางไร่อ้อย

กาญจนบุรี 18 พ.ค. – พบแล้วศพ “ดีเจเตเต้” ถูกอุ้มมัดมือไพล่หลัง นำศพทิ้งกลางไร่อ้อย เมืองกาญจน์ หลังครอบครัวแจ้งช่วยตามหาตัวตั้งแต่คืนวันที่ 14 พ.ค. ตั้งปมสังหารเรื่องชู้สาว ความคืบหน้ากรณี “ดีเจเตเต้” ถูกขับรถตามประกบ ก่อนอุ้มขึ้นรถหายตัวไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.53 น. ของวันที่ 14 พ.ค. ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งริมถนนแสงชูโต ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งหลังเกิดเหตุพ่อของดีเจเตเต้ ได้ออกมาอัดคลิปลงเฟซ บุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือในการตามหาตัวลูกชายที่หายตัวไป ก่อนที่ล่าสุดจะพบว่า กลายเป็นศพอยู่กลางไร่อ้อยเชิงเขาบ้านทุ่งนานางหรอก โดยวันนี้เวลาประมาณ 10.30 น. นายธนพล เสือส่าน กำนันบ้านทุ่งนานางหรอก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพอยู่บริเวณไร่อ้อย หมู่ 3 บ้านทุ่งนานางหรอก ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี คนที่ไปเจอ เป็นน้าชายของนายกอล์ฟคนในหมู่บ้าน ที่ออกไปหาของป่าแล้วไปเจอศพ ในสภาพนอนตะแคง ถูกมือถูกมัดไขว้หลัง แล้วมาบอกหลานชายคือนายกอล์ฟไปดูด้วยกัน แล้วนายกอล์ฟจึงแจ้งให้กำนันทราบ ทางกำนันก็แจ้งเรื่องต่อไปยังตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ซึ่งเบื้องต้นศพสวมเสื้อผ้าตรงกับที่เป็นข่าว […]

หาความจริง “แก๊งแม่ชีพันล้าน” ยันไม่ใช่เรื่องจริง

สมุทรสาคร 18 พ.ค. – วงการสงฆ์ยังไม่แผ่ว กระแสแก๊งแม่ชีพันล้านโผล่อีก สำนักพุทธลงตรวจสอบแล้ว แม่ชีที่ถูกกล่าวหา ตอบได้ทุกคำถาม ยืนยันไม่ใช่เรื่องจริง จากกระแสเมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) มีเพจหนึ่งนำภาพกลุ่มแม่ชีหลายภาพพร้อมกองธนบัตร และภาพแม่ชีที่แอดมินระบุอ้างว่าเป็นการใส่วิกผม มาโพสต์ลงโซเชียล พร้อข้อความเขียนแจงอย่างละเอียดว่า กรณีมีเพจดังโพสต์ภาพแม่ชีพร้อมข้อความระบุข้อความเด็ดว่า ทำนองว่า “แก๊งแม่ชีพันล้านคุมวัดเบ็ดเสร็จไร้เงาพระ! 1. แม่ชี 2 พี่น้องบริหารวัดลำพังไม่มีไวยาวัจกร ไม่มีกรรมการ ไม่มีมัคทายก ครอบครองที่ดินนับพันไร่แต่ชื่อเจ้าของไม่ใช่วัด บางแปลงเป็นชื่อแม่ชี อาจเข้าข่าย “ถือครองแทน” หรือใช้วัดบังหน้า? ยอดกฐินปีละเกือบ 100 ล้าน! รายชื่อผู้บริจาคซ้ำๆ เดิมๆ ส่วนใหญ่เป็นแม่ชี-คนในวัด ไม่มีอาชีพ ไม่มีธุรกิจ แต่ “บริจาคเป็นล้านทุกปี” ระบบโบนัสแม่ชีสาวช่วยหาทุนได้มาก พาเที่ยวรีสอร์ตหรูปีละครั้ง ใส่วิกเต็มยศ นั้น วันนี้ผู้สื่อข่าวพร้อม นส.สวาท แซ่ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สมุทรสาคร นายอิทธิธร สีเหลือง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เดินทางไปที่วัดที่แม่ชีในภาพบวชอยู่ ต.บางโทรัด […]

ข่าวแนะนำ

นายกฯ พบผู้บริหาร Fight City Gym บอกมวยไทยเป็นที่นิยมมากในอังกฤษ

กรุงลอนดอน 21 พ.ค.- นายกฯ พบผู้บริหารค่ายมวยไทย Fight City Gym สาขา Moorgate บอกมวยไทยเป็นที่นิยมมากในอังกฤษ เผยลอนดอนมีค่ายมวยกว่า 50 แห่ง ยืนยันรัฐบาลสนับสนุนงบฯ ต่อยอด-พัฒนาครูผู้สอนกีฬาไทย วันนี้ (21 พ.ค)เวลา 14.45 น. ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตรงกับเวลา 20.45 น. ตามเวลาประเทศไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะเข้าพบกับเจ้าของและผู้บริหาร ร่วมทั้งครูผู้ฝึกสอนค่ายมวยไทย Fight City Gym สาขา Moorgate ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยมีนายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะรอต้อนรับ จากนั้นนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า มวยไทยเป็นที่นิยมมากๆ ในอังกฤษ ค่ายสอนศิลปะป้องกันตัวในอังกฤษมีราวๆ 4,000 แห่ง แต่หากที่สอนเฉพาะมวยไทยจริงๆ มีประมาณ 500 แห่ง […]

อุตุฯ เตือนตะวันออก-ใต้ฝั่งตะวันตก ฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพฯ 22 พ.ค. – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้ง กทม.-ปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อน โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย อนึ่ง ในช่วงวันที่ 23-27 พ.ค. 68 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง กรุงเทพฯ […]

ระทึกไล่ยิงเหมือนในหนัง รัว 17 นัด กลางถนน

ชลบุรี 21 พ.ค. – จยย.ไล่รัวกระสุนสกัดเก๋งอย่างกับหนังบู๊ ทำชาวบ้านแตกตื่น แท้จริง เป็นตำรวจเมืองชลบุรี ล่อซื้อยาบ้า พ่อค้าไหวตัว ก่อนจนมุม ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยนาทีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกไปที่รถยนต์สีขาว พยายามเคาะกระจกรถให้คนขับลงมา แต่เมื่อไม่เป็นผล จึงชักปืนขึ้นมารัวยิงหลายครั้ง กระทั่งรถยนต์ถอยรถขับออกจากที่เกิดเหตุ โดยมีรถจักรยานยนต์ไล่ตามไปติดๆ พร้อมกับยิงปืนใส่ รวมทั้งหมด 17 นัด เมื่อช่วง 03.30 น. ที่ผ่านมา ภายในซอยเส้นทางหนองซ้ำซาก-สำนักบก ตำบลหนองซ้ำซาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ตำรวจลงพื้นที่เกิดเหตุ พบกันชนหน้ารถยนต์คันสีขาวตกอยู่พร้อมป้ายทะเบียน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และปลอกกระสุนไม่ทราบขนาด 17 ปลอก พร้อมหัวกระสุนอีก 1 หัว สอบถาม นายปรานอม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตอนแรกตนเห็นรถยนต์สีดำ ขับมาปาดหน้ารถยนต์สีขาว จากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์ใส่ชุดคล้ายไรเดอร์ ขี่ตามหลังรถคันสีขาว ครั้งแรกเห็นยิงใส่รถยนต์สีขาว 5 นัด แต่เป็นการยิงผ่านกระบอกเก็บเสียง จากนั้นรถคันที่ถูกยิงพยายามหลบหนี แต่รถคันสีดำขับมาบล็อกข้างหน้าไม่ให้หนี แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด […]

ปิดเกาะล่า ฆ่าเปลือย-รัดคอพยาบาลหมกศพในหอพัก

สุราษฏร์ธานี 21 พ.ค. – พบศพพยาบาลสาว ถูกคนร้ายฆ่ารัดคอทิ้งศพเปลือยบนเตียงนอน แถมขโมยรถยนต์ผู้ตายไปด้วย ตำรวจปิดเกาะสมุยไล่ล่า ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสองชั้น ของโรงบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุยจ.สุราษฎร์ธานี โดยในห้องพักชั้นสอง พบศพ นางสาวอัญชุลี อายุ 36 ปี ชาวกรุงเทพ เสียชีวิตสภาพนอนหงายบนที่นอน ไม่สวมเสื้อผ้า ใส่แต่กางเกงในสีดำ ที่ลำคอมีเสื้อยืดสีขาวรัดไว้แน่น สิ่งของบนพื้นข้างเตียงกระจัดกระจาย ยังพบกล่องถุงยางอนามัยหนึ่งกล่อง ไม่พบร่องรอยบาดแผล มีเพียงรอยเขียวคล้ำที่ลำคอ จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายทำงานเป็นซูเปอร์ไวเซอร์พยาบาลวิชาชีพ โรงบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตำบลบ่อผุด คืนเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนเห็นผู้ตายที่เพิ่งเลิกงานกลับมาที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับที่ทำงาน จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถยนต์นิสสันสีเทา ทะเบียน กทม. ออกไป และขับกลับเข้ามาเวลาประมาณตี 2 เศษ จากนั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันแล้วเงียบหายไป จนตอนเช้า เพื่อนไปหา พบว่าห้องถูกปิดและติดต่อผู้ตายไม่ได้ กระทั่งมารู้ว่าเสียชีวิตภายหลัง เบื้องต้นบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด และพบว่ารถยนต์ของผู้ตายหายไป คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี ตำรวจระดมกำลังมกำลังปิดเส้นทางการหลบหนี บริเวณท่าเรือทั้งสองท่า พร้อมนำพยานกลุ่มเพื่อน ผู้ตายไปสอบปากคำ โดยให้การว่า […]