สส.ปชน. ซัด “นายกฯอิ๊งค์” แลกคดีเหมืองทองอัครากับการจัดตั้งรัฐบาล

รัฐสภา 24 มี.ค.-สส.ปชน. ซัด “นายกฯอิ๊งค์” แลกคดีเหมืองทองอัครากับการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งเครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์ คุมอุตสาหกรรม ให้พ้นผิด ย้อนเกร็ดไม่เหมือนตอนเป็นฝ่ายค้าน จะเอา “บิ๊กตู่” เข้าคุก ผ่านมา 2 ปีไม่ทำอะไรเลย หรือแลกกับเอาคนในครอบครัวกลับบ้าน ขณะที่ สส.รทสช. เดือด ป้อง พล.อ.ประยุทธ์ คนไทยทั้งประเทศยังคิดถึง ยังเป็นไอดอลอยู่

นายอิทธิพล ชลธราศิริ สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน อภิปรายถึงเหมืองทองอัครา ที่สมัยพล.อ.ประยุทธ์​จันทร์โอชา เป็นนายกฯ สส.พรรคเพื่อไทย ทั้งนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และน.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อภิปรายว่าพล.อ.ประยุทธ์​สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติไว้มากมาย แต่พอมาเป็นรัฐบาล กลับหลงลืมและล้มเหลวที่จะทำตามคำพูดที่เคยพูดไว้ทุกเรื่อง ความล้มเหลวในการบริหาราชการแผ่นดินของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ มีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาทางการเมือง ที่ทำทุกวิถีทางให้ได้มาซึ่งอำนาจ ประเทศไทยเราเลยได้รัฐบาลไม่ตรงปก เพราะเนื้อในของนายกฯไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนเลย ยอมละทิ้งสัจจะเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล ยอมทุกอย่างเพื่อนำตัวบุคคลในครอบครัวกลับบ้าน แลกกับการเป็นนั่งร้านให้กับพล.อ.ประยุทธ์​คอยระวังหลังไม่ให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่มีการกระทำความผิดไว้ โดยไม่สนใจว่าท้ายที่สุดแล้วความอยากได้ผลประโยชน์ทางการเมืองของนายกฯ จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร


นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า ตอนที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน อภิปรายว่าพล.อ.ประยุทธ์ ทำผิดไว้หลายเรื่อง ตนจึงไปฟังที่ท่านอภิปรายทั้ง 5 ครั้ง สรุปได้ว่ามีวิธีการแก้ปัญหาเรื่องเหมืองทองอัครา อยู่ 4 ข้อคือ1.ต้องดำเนินคดีกับพล.อ.ประยุทธ์​ เอาคนผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด 2.ต้องไม่เลื่อนขอออกคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการอีกแล้ว 3.ต้องหยุดพฤติกรรมขายชาติ หยุดประเคนผลประโยชน์ของประเทศชาติให้กับคิงส์เกต และ 4.ต้องยุติการล้มคดีทั้งหมดให้กับบริษัทคิงส์เกต แต่นี่2ปีแล้วที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ก็ยังไม่มีคำชี้ขาดออกมา และไม่ได้ทำอย่างที่พูดไว้เลย ตอนพูด พูดอย่างน้ำไหลไฟดับ พอได้เป็นรัฐบาลกลายเป็นเพียงน้ำท่วมทุ่งไปแล้ว

“พอพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลคุณแพทองธาร ได้เป็นนายกฯ ทุกคนที่ออกมาด่าพล.อ.ประยุทธ์เรื่องเหมืองทองอัคร ได้ดิบได้ดีเป็นรัฐมนตรีกันทุกคน แทนที่ท่าจะเด็ดหัวสอยนั่งร้านเผด็จการ ท่านกลับทำตัวเป็นนั่งร้านเสียเอง ขนาดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นรมว.อุตสาหรรมในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่พวกท่านก็ด่าว่าเป็นนั่งร้านให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ยังได้มาเป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลแพทองธารเลย ผมไม่เห็นว่าพวกท่านจะทำอย่างที่พูดสักอย่าง โดยเฉพาะนายกแพทองธาร ที่เคยท่องตามเป็นนกแก้วนำขุนทอง บอกว่าจะปิดสวิสท์ 3 ป.​แล้ว ป.ประยุทธ์จะปิดเมื่อไหร่ และการที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล ไม่ได้เรียกว่าปิด ถ้าปิดจริงต้องดำเนินคดี เพราะเป็นสิ่งที่ท่านเคยพูดเอาไว้เอง โดยเฉพาะรัฐมนตรีจิราพร ที่เคยอภิปรายไว้” นายอิทธิพล กล่าว


นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ทนฟังมานานแล้ว ผู้อภิปรายเอ่ยถึงบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็นหลายรอบมาก และพูดนอกประเด็น

ทั้งนี้นายภราดร ปราศนานันทกุล รองประธานสภาฯคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม วินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับก็บอกไว้ชัดเจนว่าการเอ่ยถึงบุคคลภายนอก ผู้อภิปรายจะต้องรับผิดชอบตัวเอง หากมีการฟ้องร้อง เขาก็จะต้องถูกดำเนินคดี ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งตนมั่นใจว่าผู้อภิปรายทุกคนที่ลุกขึ้นอภิปรายก็เข้าใจในข้อบังคับดี ส่วนเนื้อหาสาระเข้าใจว่ากำลังเชื่อมโยงอยู่กับเหมืองทองอัครว่ามีความเชื่อมโยงกับนายกฯอย่างไร

จากนั้นนายอิทธิพล อภิปรายต่อว่า น.ส.จิราพร พูดถึงขนาดจะเอาพล.อ.ประยุทธ์ ออกจากบ้านหลวง ไปใช้น้ำฟรี ไฟฟรี กินข้าวฟรีในเรือนจำ แต่พอพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ตั้งแต่นายเศรษฐา ก็เอาคนของพรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็นรมว.อุตสาหกรรม ดูแลคดีเหมืองทองอัครา คอยสกัดหน้าระวังหลังให้กับพล.อ.ประยุทธ์​ มาสมัยน.ส.แพทองธาร ก็ยังเอาคนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาดูแลต่ออีก อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร เอาคนของพล.อ.ประยุทธ์มาคุมกระทรวงที่พล.อ.ประยุทธ์เคยกระทำผิดไว้ แบบนี้เมื่อไหร่พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เข้าคุก เมื่อไหร่จะได้ทำอย่างที่พูดไว้ ตนว่าชัดเจนไม่มีการเอาพล.อ.ประยุทธ์เข้าคุก มีแต่ช่วยกันหลับหูหลับตา ตั้งเครือข่ายของพล.อ.ประยุทธ์มาช่วยเหลือกันให้พ้นผิด ถ้ายอมกลืนน้ำลายตัวเองแบบนี้มีเหตุผลเดียวเป็นดิลจัดตั้งรัฐบาลถ้าพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาล ถ้านายกฯต้องการให้คนในครอบครัวกลับบ้านก็ต้องยอมยกเก้าอี้กระทรวงอุตสาหกรรม ให้กับพรรคร่วมไทยสร้างชาติ


“นี่เป็นการเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน ท่านนายกแพทองธาร ท่านทรยศหักหลังประชาชนที่เขาเคยเชื่อท่าน ท่านก็รู้ว่าท่านรมต.น้ำจิราพร เคยพูดไว้ว่าถ้าพล.อ.ประยบุทธ์ หลุดจากตำแหน่งนายกฯเเมื่อไหร่ จะดำเนินคดีทันที เมื่ออำนาจรัฐอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยเมื่อไหร่จะตั้งกรรมการสอบกรณีเหมืองทองอัคราทันที” นายอิทธิพล กล่าว

ทำให้นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลุกขึ้นประท้วงว่า การเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกไม่เหมาะสม ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯปัจจุบัน ไม่ใช่อภิปรายอดีตนายกฯ วันนี้ท่านพูดถึงบุคคลภายนอกซึ่งเป็นคนที่คนไทยทั้งประเทศยังคิดถึงท่านอยู่ สร้างคุณงามความดีไว้เยอะแยะ เพราะฉะนั้นท่านควรจะใช้คำอื่น ไม่เช่นนั้นสภาแห่งนี้ก็ไม่ราบรื่น เพราะหากเอ่ยตลอดตนคิดว่าสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 คนก็ประท้วงไม่หยุด ตนไม่คิดจะประท้วง เพราะให้เกียรติแต่มันทนไม่ไว้จริงๆ

จากนั้นนายอิทธิพล อภิปรายต่อว่า ใกล้จะครบ 2ปีแล้ว แต่ไม่เห็นนายกฯทำอะไรเลย เพราะอะไร ท่านก็รู้ว่าจะเอาผิดตามกฎหมาย หรือพวกท่านพูดเอามัน หรือเป็นการพูดเพ่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง แต่ที่นายกฯไม่ทำเพราะนี่เป็นหนึ่งดิล ที่เอาผลประโยชน์ของชาติไปช่วยคนผิดเพื่อแลกผลประโยชน์ทางการเมือง

ทั้งนี้ สส.พรรคร่วมไทยสร้างชาติ ได้ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ ที่นายอิทธิพล เอ่ยชื่อพล.อ.ประยุทธ์ อาทินายวิชัย สุดสวาทดิ์ สส.ชุมพร ประท้วงว่า ไม่ทราบว่าท่านต้องเอ่ยชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่แล้ว ใช้คำนี้ก็ได้ เอ่ยชื่อถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ เอ่ยชื่อถึงพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และตอนนี้โลกโซเชียลฯ​ถ้าเปิดดู พล.อ.ประยุทธ์เป็นไอดอลของทุกคนอยู่ จึงไม่น่าเอามาอภิปราย เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่ที่อื่นแล้ว ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองอยู่ ไม่สมคควรเอามาอภิปราย ขอให้ถอนคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ ออก ทำนายภราดร วินิจฉัยถ้า การอภิปรายถ้าหลีกเลี่ยงชื่อบุคคลได้ก็ขอให้เลี่ยง การอภิปรายจะได้ราบรื่น

จากนั้นนายอิทธิพล อภิปรายต่อว่า ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยของนายกฯ พูดดักคอเอาไว้ตอนนั้นได้แม่น เพราะในที่สุดของรัฐบาลที่แล้วก็ได้อนุญาตให้ไปสำรวจและทำเหมืองที่แหล่งสุวรรณ และแหล่งโชคดี อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทั้งสองพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนและเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้น.ส.จิราพร เคยอภิปรายไว้เองกลางสภาฯ และยังมีการลักไก่หลังจากยุบสภาในวันที่ 17 มี.ค.66 เพียง 6 วันต่อมา รัฐบาลที่แล้วได้มีคำสั่งให้อนุญาตให้เมืองทองอัครากลับมาทำการได้เหมือนเดิม ซึ่งหากเป็นแบบนี้ข้อกล่าวหาของตนตรงไปตรงมา นายกฯก็รู้ว่าการอนุญาตให้เข้าไปสำรวจ และไปทำเหมืองที่แหล่งสุวรรณและแหล่งโชคดี ทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติพื้นที่ป่าสงวนซึ่งทำไม่ได้พ.ร.บ.แร่ ในเมื่อนายกฯ รู้ว่าทำเช่นนี้ผิดกฎหมาย แล้วทำไมพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเกือบ 2 ปี ถึงยังไม่ได้เอาผิดกับใครเลย

“พรรคของท่านก็พูดเองกับปากว่าผิดกฎหมาย แต่แน่นอนว่านายกฯ คงไม่เอาผิดกับใครเหมือนเดิม เพราะเป็นดีลจะตั้งรัฐบาล ที่จะไม่ไปสืบสาวราวเรื่อง ถ้าไปเพิกถอน ใบอนุญาตทำเหมืองก็เท่ากับว่ามีคนทำผิดกฎหมาย เดี๋ยวดีลจัดตั้งรัฐบาลจะล่ม ดังนั้นรัฐบาลนายกฯแพทองธาร ก็คงปล่อยให้มีการหาผลประโยชน์จากทรัพยากรแร่ของเราแบบผิดกฎหมายต่อไป ผมจึงไม่อาจไว้วางใจนายกฯ ที่เห็นผลประโยชน์ส่วนตนสำคัญกว่าผลประโยชน์ของชาติ เพราะท่านไม่มีความมุ่งมั่นที่จะปิดสวิตช์ 3 ป.ไม่ปิดสวิตช์สว. คนไทยยังไม่มีกินมีใช้ รัฐบาลนายกฯแพทองธาร ไม่มีเกียรติ ศักดิ์ศรีพอ ที่จะให้ประชาชนเชื่อมั่นได้” นายอิทธิพล กล่าว.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

กรมอุตุฯ เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน กระทบ​ 53 จังหวัด​

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน​ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก มีผลกระทบ​ 53 จังหวัด​ ระหว่าง​ 29​ มี.ค.-1 เม.ย.68​

ความเสียหายแผ่นดินไหว

ปภ. เผยพบความเสียหาย​จาก​แผ่นดินไหว​ 11​ จังหวัด

อธิบดี​กรม​ ปภ. ระบุ​ได้รับรายงาน​ความเสียหาย​จาก​แผ่นดินไหว​ 11​ จังหวัด​ ส่วนเหตุ​อาคารถล่มในกทม.​ มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และสูญหายอีก 101 ราย​ ทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR) ของ​ปภ.​ ยัง​คงสนับสนุน​ทีมกู้ภัย​ของ กทม.​ ค้นหาและช่วย​เหลือ​ผู้​ได้รับบาดเจ็บ​เต็มกำลัง

แผ่นดินไหว

กรมทรัพยากรธรณี แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหว 8.2 ที่เมียนมา

กรมทรัพยากรธรณี 28 มี.ค. – กรมทรัพยากรธรณี แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหว 8.2 รอยเลื่อนสะกาย ประเทศเมียนมา 28 มีนาคม 2568 นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยนายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ในฐานะโฆษกกรมทรัพยากรธรณี นายวีระชาติ วิเวกวิน นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหวรอยเลื่อนสะกาย บนบกขนาด 8.2 ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร และมีแผ่นดินไหวตามมา (After Shock) มีขนาด 2.8 – 7.1 จำนวน 27 ครั้ง (ข้อมูล ณ เวลา 18.48 น.) (ที่มา : USGS กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมทรัพยากรธรณี) สาเหตุเกิดจากรอยเลื่อนสะกาย รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง และสร้างความเสียหายจำนวนมาก ทั้งในประเทศเมียนมาและในประเทศไทย นายพิชิต กล่าวว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวบนบกในครั้งนี้ […]