กรุงเทพฯ 6 พ.ย. – สาววัย 29 ปี ร้อง “กัน จอมพลัง” ช่วยเหลือ หลังถูกอดีตแฟนหนุ่มทำร้างร่างกาย ถ่ายคลิปลับเผยแพร่ในกลุ่มต่างๆ สร้างความอับอาย
นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พานางสาวอ้อม ผู้เสียหาย อายุ 29 ปี เข้าพบ พ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สน.ตลิ่งชัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตแฟนหนุ่ม อายุ 25 ปี ในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเคอร์ หลังมีพฤติกรรมปล่อยคลิปลับในกลุ่มไรเดอร์ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความอับอาย ไม่มีใครจ้างงาน
ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมารู้จักกับหนุ่มคนหนึ่งทักมาพูดคุย จนสุดท้ายคบหากัน ช่วงคบกันแรกๆ ฝ่ายชายเป็นคนดีมาก ดูแลเอาใจใส่ ในช่วงที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ฝ่ายชายแอบถ่ายคลิปวิดีโอ เมื่อตนรู้จึงขอให้ลบคลิป หลังคบกันได้ 3 เดือน ฝ่ายชายเริ่มทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ทั้งใช้หมวกกันน็อกฟาดหน้า ชกต่อย บีบคอ จึงตัดสินใจเลิก แต่ฝ่ายชายใช้คลิปลับขู่ให้กลับมาคบกัน จึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายกับฝ่ายชาย 3 ครั้ง ช่วงเดือนตุลาคม ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ สน.ตลิ่งชัน ฝ่ายชายลวงให้มาหาที่บ้านพักย่านตลิ่งชัน พยายามล่วงละเมิดอีก ตนกลับถูกทำร้ายร่างกาย จึงมาแจ้งความอีก แต่คดีไม่คืบ ตำรวจให้นัดมาเจรจากันเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ฝ่ายชายไม่มา
ผู้เสียหาย บอกว่าที่แย่มากที่สุดตอนนี้คือ ฝ่ายชายสร้างแอคเคาน์ปลอมขึ้นมาพูดคุย ง้อเธอกลับไป และพิมพ์ข่มขู่ว่าจะปล่อยคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ พร้อมส่งมาขู่ว่านำคลิปไปโพสต์ในกลุ่มไรเดอร์ที่หญิงสาวทำงานอยู่ และมีการนำคลิปวิดีโอไปปล่อยจริงๆ และส่งมาบอกว่า “สะใจ” หากติดคุกไปออกมาก็จะตามล้างแค้นทั้งเธอและลูก เธอยอมรับว่าเสียใจและอายมาก เพราะคลิปที่โพสต์บอกทั้งชื่อจริงและเบอร์โทรของเธอ ซ้ำฝ่ายชายยังเอาคลิปไปโพสต์ในกลุ่มไรเดอร์ที่เธอทำงาน จนจะโดนสั่งแบน จนถึงทุกวันนี้ฝ่ายชายยังพยายามส่งข้อความมาขู่อยู่ตลอด จนไม่กล้ารับเบอร์แปลก
ด้าน กัน จอมพลัง บอกว่า คดีนี้น้องมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกอดีตแฟนที่คบกันได้เพียง 3 เดือน ทำร้ายร่างกาย และบังคับให้ไปถอนแจ้งความ หากไม่ทำตามก็ขู่ทำร้ายลูกของน้อง 2 คน นอกจากนี้ยังนำคลิปลับไปเผยแพร่ในกลุ่มต่างๆ อ้างว่านำคลิปไปขายได้เงินมา 12,000 บาท ล่าสุดลูกทั้ง 2 คน รับรู้เรื่องดังกล่าวแล้ว ทำให้น้องต้องออกมาต่อสู้
ล่าสุด พันตำรวจเอก มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผู้กำกับ สน.ตลิ่งชัน เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่ผู้เสียหายมาแจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกายนั้น ได้สอบปากคำไปแล้ว และได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย ซึ่งผลตรวจมาแล้วและจะเร่งเก็บพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหา ส่วนที่มาแจ้งความเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันนี้ จะเร่งสอบปากคำภายในวันนี้ (6 พ.ย.) ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นคนนามสกุลใหญ่โต ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ ประเด็นนี้ไม่มีผลต่อรูปคดี ต่อให้นามสกุลใหญ่แค่ไหน หากทำผิดก็จะต้องได้รับโทษ และที่ผู้เสียหายบอกว่าผู้ต้องหานำคลิปไปขายในราคา 12,000 บาทน ทางตำรวจจะสอบปากคำและดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ รวมถึงได้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบทางโซเชียลมีเดียว่าผู้ต้องหามีการโพสต์เรื่องอาวุธปืนเถื่อนตามที่ผู้เสียหายกล่าวอีกหรือไม่ หากตรวจพบพยานหลักฐานก็จะแจ้งดำเนินการเพิ่ม.-สำนักข่าวไทย