สหรัฐจะเปิดด่านข้ามแดนเม็กซิโกอีกครั้ง

ด่านข้ามแดนที่แคลิฟอร์เนีย

วอชิงตัน 3 ม.ค.- สหรัฐจะเปิดด่านข้ามแดนด้านเม็กซิโกจำนวน 4 ด่านอีกครั้งในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากผู้ลอบเข้าเมืองที่เคยมีจำนวนมากเริ่มลดลง เปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อีกครั้ง


สำนักงานศุลกากรและการปกป้องพรมแดนสหรัฐหรือซีบีพี (CBP) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า จะเปิดดำเนินการอีกครั้งที่สะพานสากลในเมืองอีเกิล แพส รัฐเทกซัส, ด่านข้ามแดน 2 แห่งในรัฐแอริโซนา และด่านข้ามแดนใกล้เมืองแซน ดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยจะยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับความปลอดภัยชายแดน

เจ้าหน้าที่ชายแดนสหรัฐจับกุมคนลอบเข้าเมืองเฉลี่ยวันละ 6,400 คนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงอย่างมากจากช่วงก่อนคริสต์มาส อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่บางคนเตือนว่า จำนวนผู้ลอบเข้าเมืองมักลดลงช่วงคริสต์มาสถึงวันขึ้นปีใหม่เป็นประจำอยู่แล้ว


เจ้าหน้าที่ชายแดนสหรัฐประสบปัญหาในการจัดการกับคนเข้าเมืองในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ลอบเข้าเมืองจำนวนมาก โดยมีวันหนึ่งที่จับกุมได้มากเกือบ 11,000 คน ใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทางการสหรัฐและเม็กซิโกรับปากเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดหลังจากคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเดินทางไปพบประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ของเม็กซิโก ทางการเม็กซิโกได้เร่งกระบวนการจัดการคนเข้าเมืองในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ เช่น ย้ายคนเข้าเมืองไปยังพื้นที่ทางใต้ของเม็กซิโก ฟื้นเที่ยวบินส่งกลับผู้ลอบเข้าเมืองไปเวเนซุเอลา.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย